ความเป็นมาของโครงการพัฒนาชีวิตครู และการดำเนินงานโครงการพัฒนาชีวิตครูอำเภอภาชี กล่มที่

โครงการพัฒนาชีวิตครูอำเภอภาชี กล่มที่ ๑ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จัดตั้วขึ้นตามแนวทางของคณะรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค. จัดตั้งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ข้าราชการครูกู้ไปชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินร่วมดำเนินการ  เพื่อช่วยเหลือบุคคลการครู ดังนี้

1.       พึงพาตนเอง โดยมีแนวทาง  มาตรการหรือโครงการชัดเจนในการที่จะนำไปสู่การพัฒนาชีวิตที่ดีขึ้น โดยแต่ละคนต้องมีปณิธานของตนเองว่า จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างไรเพื่อลดรายจ่าย  โดยอาจจะมีวิธีการเพิ่มรายได้ด้วยหรือไม่ก็ได้และประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายไว้ได้อย่างไร

2.       มีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือและดูแลซึ่งกันและกัน โดยสมาชิกกลุ่มย่อย จะค้ำประกันซึ่งกันและกัน กลุ่มใหญ่ จะมีระบบการจัดการและดูแลสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด และกลุ่มย่อยต่าง ๆ จะเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมมือและประสานแนวทาง

3.       มีกิจกรรมพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพฤติกรรม วิถีชีวิต รายได้ รายจ่ายและวิชาชีพ โดยมีแผนงานที่ชัดเจนและมีงบประมาณสนับสนุนหรือไม่ก็ได้

4.       มีการติดตาม กำกับดูแลซึ่งกันและกัน

5.      จัดได้มีเงินกองทุนสำรองภายในกลุ่มจากเงินออมของสมาชิกในแต่ละเดือนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพื่อใช้ในสถานการณ์จำเป็นฉุกเฉิน ป้องกันปัญหา

วัตถุประสงค์  

เพื่อเป็นการช่วยเหลือคุณภาพชีวิตของครู ที่มีความเสียสละมีจิตใจมุ่งมั่นในวิชาชีพครูที่แท้จริงและให้รู้หน้าที่ที่แท้จริงของวิชาชีพครู เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่พบมากในสภาวะเหตุการณ์ปัจจุบัน  เป็นการแก้ไข  แก้ปัญหา  หาแนวทางช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เป้าหมายของโครงการ

เพื่อเป็นการช่วยเหลือบุคลากรทางการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนและมีการพัฒนาเพิ่มพูนมากขึ้น ให้มีคุณภาพทางสังคมที่ดีที่สุดและนำเข้าสู่ระบบกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน เป็นครูที่มีความเหมาะสมกับการเป็นครูมืออาชีพ ในด้านความรู้ ด้านจิตใจ และพร้อมที่จะนำมาพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมาของโครงการพัฒนาชีวิตครู

ตามที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  โดยมอบหมายให้  สำนักงาน ก.พ.  จัดตั้ง  เงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  เพื่อให้ข้าราชการครูกู้ไปชำระหนี้  ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นการผ่อนคลายภาระหนี้สิน  และส่งเสริมการมีรายได้เพิ่มให้ข้าราชการครูทั่วประเทศ  อันจะทำให้ข้าราชการครูมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน  โดยในปี 2540  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นเงิน  500  ล้านบาท  ต่อมาในปี  2541  รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก  100  ล้านบาท  รวมเป็นเงิน  600  ล้านบาท  แต่งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูได้อย่างเบ็ดเสร็จ กระทรวงศึกษาธิการจึงมีหนังสือลงวันที่  10  มีนาคม  2542  ขอความร่วมมือจากกระทรวงการคลังให้ช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเบ็ดเสร็จ  ซึ่งกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินร่วมดำเนินการ

             ธนาคารออมสินได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของข้าราชการครู ซึ่งเป็นบุคลากรที่สำคัญในการดำเนินการจัดการศึกษาของชาติ  และกำลังประสบปัญหาในเรื่องหนี้สินเป็นอย่างมาก  อันจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอน  จึงเห็นควรเข้าร่วมสนับสนุนโดยให้  สินเชื่อ  เพื่อเป็นกลไกนำไปสู่การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ  ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่  8  อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศโดยรวม

              จากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้แทนกลุ่มข้าราชการครูภาคต่าง ๆ  กระทรวงศึกษาธิการและธนาคารออมสิน ทั้งสามฝ่ายจึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะดำเนินการ  โครงการสินเชื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตครู  และกระทรวงศึกษาธิการในฐานะเป็นหน่วยงานต้นสังกัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับธนาคารออมสิน  เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์  เงื่อนไข  และวิธีปฏิบัติโครงการดังกล่าว  เมื่อวันที่  23  พฤศจิกายน  2542