ความประทับใจต่อตลาดนัดความรู้ รร.จิระศาสตร์วิทยา  ครั้งที่ 1


          สรุปผลของตลาดนัดความรู้ครั้งนี้ได้เล่าไว้แล้วโดย ดร. ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ (link เรื่องเล่า)


          ดังนั้นผมจะเล่าเฉพาะส่วนที่เป็นความประทับใจของผม   ซึ่งจะเล่าเป็น 4 ส่วน   ได้แก่
1.      ความประทับใจต่อโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา   รวมทั้ง อ.จิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์  เจ้าของโรงเรียนและคณะครู
2.      ความประทับใจต่อโรงเรียนที่มาร่วมตลาดนัด
3.      ความประทับใจต่อกิจกรรม KM ที่มีอยู่แล้ว   หรือต่อความคิดริเริ่มดี ๆ ที่อยู่ใน storytelling
4.      ข้อเสนอแนะหากจะมีการจัดตลาดนัดความรู้แบบนี้อีก

    

 

 


ความประทับใจต่อโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
          ผมขับรถไปถึงหน้าโรงเรียนเวลา 8.30 น.   เห็นบรรยากาศหน้าโรงเรียนตอนเช้าวันเสาร์ที่มีรถยนต์มาจอดส่งเด็กนักเรียนในเครื่องแต่งกายธรรมดาไม่ใช่เครื่องแบบนักเรียน   ผมบอกตัวเองว่าโรงเรียนนี้มีชีวิตชีวาแม้ในวันหยุด   ที่หน้าโรงเรียนมีเจ้าหน้าที่คอยโบกรถมาต้อนรับและบอกให้ผมเดินตรงเข้าไปตึกใน   เดินเข้าไปหน่อยก็พบป้าย “ยินดีต้อนรับผู้บริหารทุกท่านสู่ ‘ตลาดนัดความรู้’ อาคาร 5 ชั้น 3”   เดินตรงไปอีกหน่อยก็มีครู 2 คนเดินมาต้อนรับและบอกทาง   แต่เนื่องจากผมเห็นว่าพอมีเวลาเนื่องจากตลาดนัดเริ่ม 9.00 น.   ผมจึงเดินสำรวจชั้นล่างซึ่งเป็นห้องอาหาร   ก็มีครูเดินมาบอกว่าประชุมที่ชั้น 3   ผมเดินขึ้นบันไดพอถึงชั้น 2 ก็เถลไถลสำรวจห้อง 2 ข้างของทางเดิน   ทางขวามือเป็น “ห้องเรียนสีเขียว”   สนับสนุนโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย   คือเป็นห้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมนั่นเอง   ถัดไปเป็น “สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน”   และศูนย์ข้อมูลพรรณไม้   ทางซ้ายมือเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง   มีเด็กอายุประมาณ 8 – 10 ขวบยืนรอยู่หน้าห้อง 5 – 6 คน   ถามได้ความว่ามารอเรียนคอมพิวเตอร์   มีครูสอนจัดความเรียบร้อยอยู่ในห้อง   เดินไปจนสุดอาคารพบว่ามีสติ๊กเกอร์สีแดงติดอยู่ที่พื้นเพื่อเตือนให้รู้ว่าพื้นต่างระดับ   คือลดระดับลงไปประมาณ 5 ซม.   บันไดขึ้นชั้นบนมีสติ๊กเกอร์ติดแบ่งครึ่ง   มีลูกศรบอกทางว่าฝั่งหนึ่งเป็นทางขึ้น   อีกฝั่งหนึ่งเป็นทางลง   ผมลืมบอกไปว่าความรู้สึกว่าได้สัมผัสความสะอาดเรียบร้อยเกิดขึ้นตั้งแต่หน้าโรงเรียน
          ขึ้นไปชั้น 3   เข้าไปในห้องประชุมซึ่งติดแอร์เย็นฉ่ำ   ห้องประชุมใหญ่จริง ๆ   เนื้อที่คงจะราว ๆ 1,000 ตารางเมตร   จัดโต๊ะเก้าอี้แบบประชุม KM   คือสร้างความรู้สึกเท่าเทียม   เป็นการจัดโต๊ะเพื่อการเสวนา   ไม่ใช่จัดแบบ classroom
          2 ข้างห้องมีผลงานทั้งของ รร.จิระศาสตร์และของ รร.ที่มาร่วม   แค่ดูผลงานและซักถามก็ได้ความรู้มากมาย
          โดยแทบไม่ต้องซักถาม   ผมก็สัมผัสได้ถึงความสามารถในการบริหารโรงเรียนของ อ.จิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์   ผอ.โรงเรียน   สมกับที่ได้รับเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้   เห็นการบริหารแบบ empowerment    และดึงศักยภาพของครูออกมาสร้างสรรค์โรงเรียน   โดยคณะกรรมการ 11 คณะ   และใช้ JIRASART’s Teaching Model  จนได้รับรางวัลพระราชทาน 3 ระดับ (ก่อนประถม,  ประถม   และมัธยม)   ผมจะไม่ขยายความนะครับ   ใครสนใจจริง ๆ ไปดูงานเอาเอง   หรือเปิดดูที่เว็บไซต์
www.jirasart.com

 


 ความประทับใจต่อโรงเรียนที่มาร่วมตลาดนัด

         โรงเรียน 17 โรงที่มาร่วม   1 โรงมาจากจังหวัดอุทัยธานี   2 โรงมาจากจังหวัดสมุทรสงคราม (เดินทางมาไกลถึง 200 กม.)   นอกนั้นมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา   หลายโรงเป็นโรงเรียนราษฎร์ที่เก่าแก่มีชื่อเสียง   มีการมาจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานที่ตนภูมิใจและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง   เป็นการเอารูปธรรมมาเสนอในตลาดนัดความรู้   สำหรับช่วยให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ง่ายขึ้น

          ผมมีความรู้สึกว่า จ.อยุธยามี รร.ราษฎร์มากเป็นพิเศษกว่าจังหวัดอื่น   ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ความประทับใจต่อเรื่องราวใน stroytelling

          มีเรื่องราวดี ๆ ใน storytelling มากมาย   ทั้งในการเล่าในกลุ่มใหญ่ช่วงเช้าและที่เล่าในกลุ่มย่อยตอนบ่าย   ผมหวังว่าทีม ดร. ปฐมพงศ์  คงจะดึงออกมาบันทึกลงในบล็อกเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจทั่วไป   โดยควรดึงออกมาเป็นเรื่อง ๆ ให้เห็นบรรยากาศของเรื่อง   เขียนออกมาทีละเรื่องในแบบเรื่องเล่า
          ผมจะลองยกตัวอย่างเรื่องโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม   ซึ่งผมเห็นภาพการพลิกฟื้นสภาพโรงเรียนในถิ่นคนจน   อยู่ในที่ลุ่มน้ำท่วมจนจัดสภาพโรงเรียนให้ได้รับรางวัลเหรียญทองในโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัยได้   โดยดำเนินการแบ่งครูรับผิดชอบ 10 องค์ประกอบของโครงการ
          รร.สุนทรวิทยาภูมิใจในโครงการให้ความอนุเคราะห์การศึกษาแก่เด็กชาวเขา   ทำให้ได้เรียนรู้วิธีจัดการเรียนรู้ให้เด็กจากต่างวัฒนธรรมได้เรียนรู้ร่วมกัน   ถ้าทาง รร.จดบันทึกเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการที่เด็กอยู่ร่วมกัน   ช่วยเหลือกัน   และบางครั้งทะเลาะกัน   ก็จะเป็นการนำเสนอความรู้จากประสบการณ์ตรง   มีคุณค่าต่อสังคมของเราอย่างยิ่ง
          รร.บ้านคลองตะเคียนหมู่ 2   อยู่ในชุมชนอิสลาม   คนยากจน   โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นโดยถามผู้ปกครองนักเรียนว่าอยากให้ลูกหลานเรียนอะไร   ได้รับคำตอบว่าต้องการให้เรียนแล้วมีรายได้   จึงจัดหลักสูตรทำโรตี   เชิญผู้มีความรู้มาบรรยายและสอนให้ทำ   นักเรียนชั้นสูงขึ้นก็ฝึกทำโรตีที่ทำยากขึ้น   และเอาไปขายในงาน   ทำให้เด็กมีรายได้   และสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน
          จากเรื่องเล่า   เราสามารถ “สกัด” “ขุมความรู้” บันทึกไว้สำหรับให้เด็กนักเรียนรุ่นหลังมาเรียนรู้   แล้วทดลองทำให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม   ก็จะเกิด “KM นักเรียน” ขึ้น   ผมหวังว่า รร.จิระศาสตร์จะได้บันทึก “ขุมความรู้” นี้เอาขึ้นบล็อกให้ได้ดูกันด้วย
          ผมไม่สามารถเล่าเรื่องเล่าได้จากทุกโรงเรียน   เพราะบันทึกนี้จะยาวเกินไป   รอไว้อ่านจากบล็อกของ รร.จิระศาสตร์ดีกว่านะครับ

 

 

 


ข้อคิดเห็นสำหรับการจัดตลาดนัดครั้งที่ 2 (4 ก.ย.48)
          ผมคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือการบริหารเวลา   ต้องวางแผนว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงอย่างไรจึงจะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สูงสุด   และให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6 ชม.นี้เกิดผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ในแต่ละ รร.ที่มาร่วมสูงสุด
          เพื่อให้เกิดผลต่อการปฏิบัติในแต่ละ รร.   ผมคิดว่าควรกำหนดหัวข้อของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไว้ล่วงหน้า  เอาสาระเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเป็นหัวใจหรือเป้าหมาย   ใช้วิธีการ KM เป็นเครื่องมือ   ตลาดนัดแต่ละครั้งควรมีสัก 3 – 4 วง (หัวข้อ) เป็นอย่างมาก   ถ้าคนเกิน 10 คนในแต่ละวงก็แตกเป็น 2 วง   มีการเตรียม “คุณกิจ” ตัวจริงของแต่ละ รร.มาเล่า “วิธีเลิศ” (best practice) ของตน   มีการเตรียมฝึก “คุณอำนวยกลุ่ม” และ “คุณลิขิต” ไว้ล่วงหน้า   โดยคุณธวัชฝึกให้ในเช้าวันนั้น   เช่นอาจนัดกันตอน 8.00 น. หรือ 7.30 น.    ใช้เวลาฝึก 1 ชม.ก็พอ
          ทุก รร. ที่มาร่วมจะต้องได้รับสัญญาณว่ามาร่วมในฐานะ “ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้” คือเป็นทั้ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ”    ไม่ใช่มุ่งมาซับถ่ายทอดความรู้เท่านั้น   เพราะจะผิดหลักการของตลาดนัดความรู้
          ก่อนวันเริ่มตลาดนัด   รร.สมาชิกเดิมจะต้องส่งรายงาน   ว่าได้เอาความรู้จากการแลกเปลี่ยนในตลาดนัดครั้งก่อนไปปฏิบัติอย่างไรบ้าง   เห็นผลอย่างไร   เพื่อให้สมาชิกของตลาดนัดที่ 2 ได้รับทราบ   จะได้ประหยัดเวลา   ไม่ต้องรายงานในเวลาของตลาดนัด   ถ้าได้นำรายงานนั้นขึ้นบล็อกให้อ่านกันได้ล่วงหน้าจะยิ่งดี   โดย รร.จิระศาสตร์อาจช่วยแนะนำการอ่าน – เขียนบล็อกให้ รร.สมาชิกมีครูทำหน้าที่ อ่าน – เขียนบล็อกสัก 1 คน   และทำหน้าที่สื่อสารให้ครูคนอื่น ๆ ใน รร.ได้ทราบ
          ในวันตลาดนัดครั้งที่ 2   อาจจัดเวลาสัก 30 นาทีให้มีการติวเรื่องบล็อกแก่ผู้สนใจ   โดยมีเป้าหมายให้รร.สมาชิกมีครูอย่างน้อย 1 คน   ทำหน้าที่เป็น blogger ประจำโรงเรียน
          ทาง สคส. ขอมอบหมายให้คุณธวัช  หมัดเต๊ะ   เป็นผู้ประสานงานกับตลาดนัดนี้   และคุณ   สุภาภรณ์ ธาตรีโรจน์ เป็นผู้ช่วย
          สคส. เราชื่นชมกับ “คุณเอื้อผู้กล้า” คืออาจารย์จิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์   ผอ. รร.จิระศาสตร์วิทยาเป็นอย่างยิ่ง   จึงขอมอบ “เสื้อสามารถ” แก่ท่าน 1 ตัว   จะนำไปมอบให้ในงานตลาดนัดความรู้ครั้งที่ 2   วันที่ 4 ก.ย.48 ครับ
          และเราก็ชื่นชมกับวิญญาณนักการศึกษาของ ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ ที่เห็นคุณค่าของ KM   และไปร่วมตลาดนัดครั้งที่ 1   ได้ช่วยสรุปประเด็น “แก่นความรู้” จากเรื่องเล่า   จึงขอสดุดีไว้ ณ ที่นี้ด้วย
          สุดท้าย   ขอชื่นชมหนุ่มใหญ่ไฟแรง ดร. ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ รอง ผอ. รร.จิระศาสตร์วิทยา   ที่เอาเรื่องราวของตลาดนัดความรู้ รร.จิระศาสตร์ขึ้นบล็อก Gotoknow    ทำให้สังคมไทยได้รับรู้เรื่องราวดี ๆ ที่น่าภาคภูมิใจ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาข้อสรุปของตลาดนัดขึ้นบล็อก   ภายในเวลาเพียง 1.5 ชม. หลังตลาดนัดครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง

รูปที่ 1  ภายในบริเวณโรงเรียน 

 

รูปที่ 2 อ.จิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์ (กลาง),  รศ. ดร. นิพนธ์  กินาวงศ์ (ขวา),   ดร. ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ (ซ้าย)

รูปที่ 3 บรรยากาศห้องประชุม

 

 

 

รูปที่ 4 บันทึกผลงานและการปฏิบัติงานของ รร.จิระศาสตร์วิทยา “ขุมความรู้” ซ่อนอยู่ในนี้

 

 

 

รูปที่ 5 การประชุมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบันทึก “ขุมความรู้”

 

                                                                                                วิจารณ์  พานิช 
                                                                                                   31 ก.ค.48