"ชุดสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ จะเป็นการป้องกันโรครายบุคคล ไม่ใช่ Community เพราะฉะนั้นการทำงานจะทำงานเป็น Individual ในสถานบริการ"

 

ทพญ.สุปราณี ค่ะ มาเล่าถึงเรื่อง ชุดสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ ในปี 2551 นี้ เราจะทำกันอย่างไร

อันดับแรกก็คือ "ชุดสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ จะเป็นการป้องกันโรครายบุคคล ไม่ใช่ Community เพราะฉะนั้นการทำงานจะทำงานเป็น Individual ในสถานบริการ" ... งบประมาณเรื่องชุมชนจึงไม่สามารถใช้ในส่วนนี้ได้ เงินส่วนนี้ของ สปสช. จึงเป็นเรื่องของการทำงานในบุคคล ในสถานบริการเท่านั้น ... นี่เป็นข้อจำกัดในส่วนงบประมาณของ สปสช.

  • สิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุมีหลายอย่าง ตั้งแต่คัดกรองโรคเรื้อรัง มะเร็งปากมดลูก ทันตกรรม วางแผนครอบครัว
  • เรากำลังจับมือกับสำนักส่งเสริม ในเรื่องของการคัดกรองโรคเรื้อรัง ช่วยกันทำงานเพื่อให้เกิดภาพของสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุในคนคนเดียว
  • ในการคัดกรองโรคเรื้อรังนี้ เขาจะคัดกรองทันตกรรมให้กับเราด้วย แต่เขาก็จะคัดกรองได้ในระดับหนึ่ง ในระดับที่บุคลากรสาธารณสุขทำได้
  • ในส่วนของทันตกรรม ถ้าเราสนใจ และมองภาพรวม ภาพกว้างๆ อย่ามองแค่ฟันแล้ว เราก็สามารถจะช่วยกันคัดกรองตรงนั้นได้ และเราก็จะรู้ว่า ผู้สูงอายุเป็นโรคเบาหวาน หรือความดัน หรืออะไรๆ ที่เราต้องพึงระวังหรือเปล่า เพราะว่า จริงๆ แล้วสุขภาพของโรคทางระบบ และสุขภาพช่องปากนั้นสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

ในโครงการนี้เราใช้ชื่อว่า โครงการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันเฝ้าระวังโรคกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีเรื่องของการพัฒนาระบบบริการอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน

  • จะเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care) ซึ่งผนวก Home health care เข้าไปด้วย เพราะว่าการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรังจะต้องต่อไปที่บ้าน ไม่จบแค่ใน รพ. ตรงนี้สำนักส่งเสริมสุขภาพเป็นแกน
  • ส่วนของเราจะเป็นตอนที่ 3 คือ เรื่อง การส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ เป็นส่วนที่เราได้งบฯ สปสช. ปี 2551 มาดำเนินการร่วมกัน จะมีการพัฒนาบุคลากรกลุ่มเป้าหมายหลักของแต่ละฝ่าย ทางส่งเสริมก็จัดประชุมบุคลากรสาธารณสุข เราก็จัดให้กับบุคลากรทางทันตกรรม
  • กิจกรรมสำคัญของเรื่องนี้ จะประกอบด้วย 2 ส่วน เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้าน กับเรื่องของสุขภาพช่องปาก
  • ในส่วนของการคัดกรองโรคเรื้อรัง (Long term care) และ Home health care ทางสำนักส่งเสริมสุขภาพจะดูแลอยู่ 3-4 เรื่องด้วยกัน เน้นที่ผู้สูงอายุเป็นบ่อย ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม และทันตสุขภาพ
  • เรื่องสมองเสื่อม บอกว่า ไม่จำเป็นต้องทำทุก case เพราะว่า การคัดกรองสมองเสื่อมยากมาก และใช้แบบบันทึกที่ต้องการความเชี่ยวชาญของบุคลากรสูง
  • เราก็เลยคิดแบบฟอร์มเป็นแบบบันทึกการตรวจสุขภาพทั่วไป มีข้อมูลทั่วไปที่จะบอกได้ว่า คนไข้คนนี้เสี่ยงกับความดันโลหิตสูงไหม ต่อมาก็จะมีเรื่องของการประเมินความเสี่ยงจากเบาหวาน ลองทำดูก็ไม่ยาก และการแปลผลก็จะบอกได้ว่า เรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานขนาดไหน
  • ส่วนที่ 2 ก็จะมีการสรุปว่า เขาเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง หรือเบาหวานหรือเปล่า
  • ส่วนที่ 3 เป็นการประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก ซึ่งประเมินจากพฤติกรรม และภาวะเสี่ยงในช่องปาก ซึ่งเป็นแค่อาการ ซึ่งไม่ใช่การตรวจโดยทันตแพทย์ และเราก็จะมีแนวทางว่า เราจะทำอย่างไรจากข้อสรุป
  • … นี่เป็นส่วนที่เราได้ทำร่วมกับสำนักส่งเสริมสุขภาพ
  • ส่วนนี้เราก็หวังว่า ถ้าเขาทำให้กับเราได้ เราก็จะมีเครือข่ายที่จะร่วมกันทำงาน และถ้าเราได้ทำ และรู้ข้อมูลส่วนนี้ ก็จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์กับเราพอสมควร
  • พื้นที่ดำเนินการของ Long term care (LTC) ของทางสำนักส่งเสริมสุขภาพ เขาได้ทดลองในพื้นที่ 12 ศูนย์อนามัย เขตละ 1 จังหวัด จังหวัดหนึ่งจะลงที่ รพศ. หรือ รพท. 1 แห่ง และอีก 1 รพช.
  • ซึ่งถ้าเป็นจังหวัดเดียว หรือ รพ.เดียวกับที่เราได้ทำเรื่องชุดสิทธิประโยชน์ ก็จะมีกรณีที่เขาตรวจสุขภาพช่องปากแล้ว เราก็อาจจะไปจับมือกับเขาต่อ เพื่อที่จะเชื่อมต่อกับการทำงานทันตกรรมป้องกัน ต่อได้เลย โดยที่เราไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
  • หรือถ้าเป็นจังหวัดที่ไม่ได้ทำเหมือนกัน ก็คงต้องลองไปคุยกับส่วนส่งเสริมสุขภาพของ รพ. เพื่อที่จะช่วยกันทำงานในด้านนี้ด้วยกันก็เป็นไปได้

ในส่วนของช่องปาก ได้กำหนดไว้ 4 อย่างด้วยกันในปี 2551 คือ การตรวจสุขภาพช่องปาก การให้คำแนะนำ การใช้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฟันผุ การขูดหินน้ำลาย (แต่ว่า ปี 2552 เขาได้เอาการขูดหินน้ำลายออกไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาถือว่า เป็น step หนึ่งของการรักษา ... ลองอ่านเอกสารหมอมัท [P มัทนา คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (ลาศึกษาต่อ ณ University of British Columbia)] เธอส่งมา confirm ว่าถึงเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคปริทันต์ ที่นี่ละค่ะ ... paper ล่าสุดของ Dr. Breslow อาจจะช่วยได้ค่ะ มัทว่าเค้าเขียนอ่านง่ายดี ...)

ในรายละเอียดของกิจกรรมการตรวจสุขภาพช่องปาก

  • เราตรวจเพื่ออะไร ... ไม่ใช่แค่การบันทึก เราตรวจเพื่อให้คำแนะนำ และรับบริการป้องกันโรคตามชุดสิทธิประโยชน์
  • เราจัดกิจกรรมป้องกัน เพื่ออะไร ... ในเรื่องของคำแนะนำการฝึกทักษะ เราให้คำแนะนำในการดูแลฟันแท้ฟันเทียม และอุปกรณ์ส่งเสริม เพราะว่าพอเข้าสู่วัยทำงานแล้ว เราก็รู้ว่า Floss สำคัญ ถ้าไม่ใช้ถ้าจะลำบากในการทำความสะอาด
  • การขูดหินน้ำลาย ... เพื่อป้องกันเรื่องโรคปริทันต์ ที่จะสามารถรักษาฟันไว้ ไม่ให้ต้องถูกถอนฟัน

พื้นที่ดำเนินการของเรา มี ศูนย์อนามัยที่ 1 และ 11 ซึ่งคงจะทำเป็น Model development ให้กับพื้นที่ด้วย ซึ่งขณะที่มีอยู่ 120 หน่วยบริการที่มาร่วมกันทำในเรื่องของชุดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ที่จะร่วมกันพัฒนางานตรงนี้ขึ้นมา ไม่ใช่แค่ใส่ฟันเทียม

รูปแบบของการดำเนินงาน เราเคยประชุมคณะทำงานครั้งหนึ่งเมื่อ ธค.50 ... ก็วุ่นวายกันอยู่พักหนึ่ง เมื่องบประมาณไปลง Area-based กลับมาตั้งหลักใหม่อีก เพราะว่าตอนนั้น ก็ยังไม่แน่ใจว่า จังหวัดจะขอเงินเพื่อการทำงานนี้ได้หรือไม่ได้อย่างไร แต่พอประสานไปแล้ว และตอบรับกลับมาว่าได้ ก็ได้เชิญมาช่วยกันดูว่า เรากำลังแบบนี้ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่กับจังหวัด และจากการประชุมในวันนั้น กองฯ ก็ได้กลับไปทบทวนงานให้ชัดเจน และถูกต้องมากขึ้น จึงได้มา 3 รูปแบบ ก็คือ

  • แบบที่ 1 ... มีทันตแพทย์ร่วมจัดบริการ
  • แบบที่ 2 ... มีทันตบุคลากร เป็นทันตาภิบาล
  • แบบที่ 3 ... ไม่มีทันตบุคลากรเลย มีแต่บุคลากรสาธารณสุข … จะทำงานกันอย่างไร

มีเอกสารประกอบเป็น Flow chart และแบบบันทึก

กรอบแนวคิดที่จัดกิจกรรมนี้ สืบเนื่องจากว่า การบริการใส่ฟันเทียม เป็นการให้บริการที่ส่วนปลาย เรามีการคิดในส่วนต้นให้ผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง กับงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุไปแล้ว โดยได้มีการพัฒนาชมรมผู้สูงอายุต้นแบบ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และปีนี้ลงไปภาคใต้ แต่ขณะเดียวกันที่เราไปทำต้นแบบที่ภาคใต้ เราก็ได้ขยายเครือข่ายที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานไปด้วยพร้อมๆ กัน ก็จะมีชมรมผู้สูงอายุต้นแบบ และที่เขาได้มีการพัฒนาตรงนี้ขึ้นมา เป็นชมรมพี่ชมรมน้อง ตามๆ กันไป ก็จะได้ระดับหนึ่งของการดูแลตัวเองของผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุเป็นผู้จัดให้กับสมาชิกชมรมของเขาเอง

ในส่วนที่หายไป คือ ทำอย่างไร เราจึงจะมีการป้องกัน ... ในส่วนการจัดบริการป้องกันเราจึงแบ่งเป็น 2 ส่วนก็คือ การตรวจสุขภาพ และการให้คำแนะนำ สามารถทำได้ โดยบุคลากรสาธารณสุข หรือทันตบุคลากร แต่ขณะเดียวกัน การให้บริการทันตกรรมป้องกัน ก็ยังเป็น ระยะแรก ก็คงเป็นทันตบุคลากรก่อน แต่ในอนาคตก็คงไม่แน่ที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรสาธารณสุข ให้ทำงานตรงนี้ได้ด้วย

ใน Flow chart แบบที่ 1 ใน รพ. มีทันตแพทย์ ... จากผู้สูงอายุ ก็ประเมินโรค เราทำเอง หรือให้บุคลากรสาธารณสุขทำ ก็เป็นเรื่องของการไปจับมือกัน ช่วยกันทำ เราก็จะประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก และคนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการก็จะตรวจ ประเมินความเสี่ยง ตามแบบตรวจ เราก็จะจัดบริการป้องกันตามสิทธิประโยชน์ รวมถึงการรักษา และ Follow up ถ้าใครไม่สมัครใจ ก็ยังมีทางให้คำแนะนำให้เขาปรับพฤติกรรมเสี่ยงให้

ใน Flow chart แบบที่ 2 ในหน่วยบริการที่มีทันตบุคลากร ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ ... จะมีความต่างกันตรงที่ในเรื่องของการจัดบริการป้องกัน ทันตบุคลากรที่ไม่ใช่ทันตแพทยทำได้ แต่เรื่องการรักษาบางเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นไปก็อาจต้องส่งต่อทันตแพทย์เท่านั้นเอง และอื่นๆ เป็นไปตามเดิม

ใน Flow chart แบบที่ 3 ในหน่วยบริการที่ไม่มีทันตบุคลากรเลย ... ก็จะต่างกันตรงที่ เมื่อคนไข้เข้ามาร่วมโครงการ เขาก็ต้องส่งต่อห้องทันตกรรม

ทั้ง 3 แบบ ต่างกันตรงที่ใครดูแลตรงส่วนไหนเท่านั้นเอง แต่เรื่องกิจกรรมนั้นจะเหมือนๆ กัน

ในแบบบันทึก ที่บอกว่า เราจะต้องตรวจประเมินความเสี่ยง จะคล้ายกับการบันทึกในโครงการฟันเทียมพระราชทาน ทั้งการตรวจ และการลง Code ในส่วนของโปรแกรม กำลังจะปรับแต่ยังไม่เสร็จ ต้องรออีกระยะหนึ่ง ต้องบันทึกข้อมูลเก็บไว้กันก่อนระยะหนึ่ง

ส่วนของการสนับสนุนในโครงการ ได้แก่

มีทันตแพทย์หลายๆ ท่านที่ได้ทำงานกับผู้สูงอายุมาแล้ว และบอกว่า

  • พื้นที่ที่ยังไม่เคยทำจะรู้สึกว่า การทำงานกับผู้สูงอายุนั้นยาก ทำงานกับกลุ่มอื่นง่ายกว่า แต่เขาบอกว่า พอทำเข้าจริงๆ แล้ว ไม่ยากอย่างที่คิด และผู้สูงอายุรวมกลุ่มง่าย ทำงานง่าย ขอให้บอก พร้อมที่จะมา
  • จากประสบการณ์ที่ทำมา พอบอกว่า ขอการแสดงของผู้สูงอายุที่ไหน ไม่มีปฏิเสธเลย มีแต่บอกว่า ทำไมชมรมทางโน้นได้ ทางนี้ได้ แต่เขาไม่ได้แสดง จะเป็นแบบนี้ และไม่เสียตังค์อีกต่างหาก ยินดี และกี่ชุดก็ได้
  • และจากประสบการณ์ พบว่า ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้สูงอายุแล้ว เราก็สามารถดึงศักยภาพให้เขาไปทำงานกับกลุ่มอื่นได้ด้วย
  • หลายคนบอกว่า เขาได้พัฒนาเทคนิค และทักษะการทำฟันเทียมด้วย แต่ว่าขณะเดียว จะทำก็ต้องเข้าใจผู้สูงอายุด้วย ถ้าเข้าใจแล้ว นัดเมื่อไรเขาก็พร้อมที่จะมาทำงานร่วมกันกับเรา
  • น้องๆ หลายพื้นที่ก็บอกว่า พอมีโครงการผู้สูงอายุไปลง พอขอความร่วมมือจากพี่ๆ ที่จังหวัด ก็คุยกันง่าย และได้รับความร่วมมือกับพื้นที่
  • มีบางคนเสนอว่า ธรรมชาติผู้สูงอายุเขาก็ชอบคุยกันอยู่แล้ว ถ้าให้ผู้สูงอายุด้วยกันไปพูด ตอนนี้เขาพูดแนะนำเรื่องการใส่ฟันกันได้ ตอนนี้เราไปคุยกับเขาใหม่ เรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปาก ให้ไปคุยเรื่องแปรงฟัน ให้ไปคุยเรื่องฟันดีแทน แทนเรื่องของการใส่ฟัน
  • หลายคนบอกว่า เราต้องพัฒนาบริการใกล้บ้าน ให้ผู้สูงอายุเข้าถึง เพราะว่าผู้สูงอายุเดินทางลำบาก
  • หลายคนบอกว่าทำงานบูรณาการสิ เราก็ได้พยายามทำให้กลืนกันให้ได้
  • มีคนบอกว่า ความสุขของการทำงานกับผู้สูงอายุ คือ มอบสิ่งดีดีให้กับผู้สูงอายุ ก็คือ ทำบุญ แต่ว่าเราก็รู้สึกว่า เราทำงานแล้วมีความสุข เห็นผู้สูงอายุยิ้ม พอใจ มิตรภาพ ของฝากที่ผู้สูงอายุเอาติดมือมาให้ เราจะได้รับสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลาเมื่อเราทำงานกับผู้สูงอายุ
  • น้องคนหนึ่งบอกว่า ทำงานด้วยใจที่ทุ่มเทให้ผู้สูงอายุ สร้างเครือข่ายให้เหนียวแน่นขึ้น รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

ตอนนี้เรากำลังทำเรื่องการรักษา และใส่ฟัน เราทำเรื่องของการดูแลสุขภาพตนเองโดยชมรม ในส่วนของการส่งเสริมสุขภาพ และให้คำแนะนำ เรากำลังเริ่มดำเนินการ ... ในส่วนของพื้นที่ เราก็ทำเรื่องใส่ฟัน บางพื้นที่ทำเรื่องชมรมด้วย ใส่ฟันด้วย และตอนนี้จะมีอีก 120 หน่วยบริการที่จะทำเรื่องส่งเสริมป้องกัน มันก็ยังคงเป็นผู้สูงอายุด้วยกัน เราจะไปบูรณาการกับคนอื่น และจะมีจังหวัดไหนที่จะมีบูรณาการกัน ว่าทำครบทั้ง 3 Part คือ ดูแลตัวเอง ส่งเสริมป้องกัน และรักษา ใส่ฟัน ... ขอ Pioneer อาสาสมัครเชื่อมต่อให้เป็นระบบเพื่อผู้สูงอายุกันในก้าวต่อไปสำหรับการทำงานของเราด้วย

... และอนาคต เราก็กำลังจะก้าวไปสู่วัยทำงาน ก็คงจะได้รับความร่วมมือกันต่อไป
เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน เขาก็กำลังเชื่อมมา เขาก็กำลังจะก้าวเข้าสู่เยาวชนด้วย

รวมเรื่อง 20 จว. 120 หน่วยงานนำร่อง