ความรักนั้นโดยเนื้อแท้ไม่ใช่ความร้าย แต่ที่กลายค่าเป็นความลวงเพราะเราไร้ความเข้าใจ ทุกอย่างที่เคยเป็นความรักจึงกลับกลายเป็นความร้ายทำลายตัวเรา และคนรอบข้างอย่างไม่ไยดี

เช้า ๆ นั่งดูซีรี่ส์เกาหลี เรื่อง Cofee Prince แบบผ่าน ๆ ซึ่งปกติไม่ค่อยได้ดู เพราะไม่อยู่บ้าน

นั่งอ่านบันทึกใน Gotoknow ก็เห็นมีแต่ความรัก ความรัก แล้วก็ความรัก ... หวาน ขม ระคนกันไป

กัลยาณมิตรหายไปแต่งงาน ไปงานแต่งงานเพื่อน หรืออยู่ในสภาวะการ "ค้นหาตัวเอง" อันเกิดจากความรัก

บางทีกัลยาณมิตรก็เข้ามาถามเรื่องของ "ความรัก" ก็ไม่แตกฉานนี่ จะให้ตอบว่ายังไงดี หาคำตอบไม่เจอแฮะ

ดูข้อเขียนนี้ไหมครับว่า มีคำตอบแอบซ่อนอยู่บ้างไหม ... ก่อนเริ่มอ่านข้อเขียนนี้ อยากขอร้องให้ค่อย ๆ อ่าน ทบทวนเนื้อความให้ดี ให้เข้าใจความหมาย ไม่ต้องรีบร้อน อ่านไม่เข้าใจ ก็ใหม่อีกรอบก็ได้ เพราะเนื้อหาเรื่องนี้ค่อนข้างยาว ... ลองอ่านดูนะครับ

 

อย่าให้ความรู้สึกรัก เป็นความลวงหลอกใจเรา ... ท่านชุติปัญโญ

 

หลายคนอาจมีคำถามในเรื่องของความรักว่า "รักที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นใด?" เพราะเมื่อได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมาครอบครองแล้ว แต่ทำไมสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความรัก มักแปรเปลี่ยนเป็นปัญหาให้ต้องแก้ไขอยู่ร่ำไป

ความรู้สึกที่คิดว่าเป็นความรักแท้ จึงเป็นคำถามให้ต้องแสวงหาคำตอบเรื่อยมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะความรักของคนที่ชื่อว่าเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้ ช่างเป็นอะไรที่ซับซ้อนเกินกว่าจะตอบให้กระจ่างชัดได้ในทันทีทันใด

เพราะหากสังเกตผู้คนที่กำลังแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ให้กับตัวเองบนพื้นฐานของคนที่ขาดรักแล้ว ทุกความรู้สึกมักเป็นการเยื้อแย่ง เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาตอบสนองใจของตนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความรักในนิยามของการมีคู่รักหรือการแต่งงาน ถือว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เราต้องปวดหัวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

เราไม่อาจปฏิเสธว่า ธรรมชาติของมนุษย์ต้องแสวงหาคู่ครอง อันเนื่องมาจากไม่สามารถอยู่คนเดียว หรือไม่สามารถควบคุมความต้องการทางกามารมณ์ได้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นจากการขาดความรัก และขาดความเข้าใจในตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนมีเหตุผลในนิยามของคำว่ารักซ่อนอยู่เสมอ

แม้อาจจะมีเหตุผลของความรักเพิ่มขึ้นมาว่า สิ่งที่ชื่อว่าเป็นความรักนั้น ต้องมีความดีงามมากกว่าความใคร่ก็ตาม แต่คนเราก็มักจะกระโดดข้ามกรอบความต้องการพื้นฐานเหล่านี้ได้ยากเต็มที

แต่ก็แปลกอยู่อย่างคือ เมื่อแรกเริ่มของการแสวงหาความรักและคนรักเพื่อมาเคียงคู่ เราจะมีจินตนาการที่สวยหรูมาหล่อเลี้ยงความรู้สึกให้มีความหวังเสมอ ทุกความคิดเต็มไปด้วยความหอมหวานในสิ่งที่ใฝ่หา

 

ปัญหาแม้เพียงนิดในเรื่องการครองรัก ไม่สามารถผ่านเข้ามากล้ำกรายให้เรารู้สึกระคายเคืองได้ เพราะเรามั่นใจว่าความรักจะนำทางไปสู่การชนะทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาได้แน่นอน ทว่าพอเอาเข้าจริง ๆ ทุกอย่างไม่ใช่นิยามที่สามารถขีดเขียนให้เป็นดั่งหวัง เพราะแต่ละคนมีอารมณ์และพฤติกรรมชีวิตที่ถูกฝึกฝนมาต่างกัน จึงเกิดเป็นความแตกต่างทางความต้องการที่ซ่อนอยู่ในใจลึก ๆ

เมื่อการอยู่ร่วมกันนานเข้า ผนวกกับการไม่รู้จักควบคุมความต้องการภายในใจให้โอนอ่อนผ่อนตามกันได้ ไม่รู้จักให้อภัยในความบกพร่องที่แต่ละคนมีอยู่ ธาตุแท้ที่เป็นความเลวร้ายที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อกัน ก็มักจะโผล่มาแสดงตัว

จากที่เคยรักมาก กลับกลายเป็นความสงสัยในบุคคลที่เคยรัก  ภาพดี ๆ ที่เคยเห็น กลับเป็นภาพของคนใจร้ายที่ทำให้รู้สึกกลัว ทำให้เกิดความรู้สึกที่จะต้องตีตัวออกห่างให้ไกล สุดท้ายเมื่อสิ่งที่คิดไม่เป็นดั่งหวัง การจากลาจึงถือว่าเป็นทางออกที่แต่ละคนเลือกมอบให้ตัวเอง

 

ทว่าสำหรับคนที่มีเหตุผลในรัก เพราะมีปัญญาคอยกำกับรู้ เขาย่อมเรียนรู้อย่างคนที่รู้จักประคองวิถีแห่งรัก ด้วยความทะนุถนอมอย่างผู้มีปัญญา อย่างน้อยก็ไม่ประทุษร้ายสิ่งที่เคยเรียกว่า รัก ในความทรงจำของตน

แต่จะถนอมรักอย่างผู้ใช้ปัญญามากกว่าการใช้อารมณ์และสร้างรักนั้นให้ก้าวพ้นความใคร่ในเรื่องกามารมณ์ให้ได้ เพื่อให้ความรักกลายค่าเป็นความปรารถนาดีที่มีต่อกัน กระทั่งนำไปสู่การสร้างสิ่งที่ดีงามตามวิถีที่แต่ละคนมีอยู่ โดยมีความรักคอยก่อร่างเป็นทางที่สร้างสรรค์แทน

ที่สำคัญกว่านั้น การเรียนรู้ความรักระหว่างคนทั้งคู่ จะมุ่งเข้าสู่รูปแบบชีวิตที่ก่อให้เกิดคุณค่าในปัจจุบันเป็นสำคัญ โดยผ่านการก่อรูปของการมีศีลธรรม เพื่อเป็นกรอบของการสร้างรักที่มีต่อกันด้วยความเข้าใจ

 

ก่อเป็นรักเดียวใจเดียวในบุคคลที่ตนรัก กระทั่งเชื้อเชิญบุคคลที่ตนเชื่อมั่น ให้ช่วยกันถักถอรักนั้นให้มีความงามด้วยความดี เพื่อก้าวไปสู่ภาวะของความรักที่เรียกว่านิรันดรร่วมกัน

เพราะความรักนั้นโดยเนื้อแท้ไม่ใช่ความร้าย แต่ที่กลายค่าเป็นความลวงเพราะเราไร้ความเข้าใจ ทุกอย่างที่เคยเป็นความรักจึงกลับกลายเป็นความร้ายทำลายตัวเรา และคนรอบข้างอย่างไม่ไยดี

ดังนั้น เมื่อคิดจะมีรัก โปรดอย่าให้ความรู้สึกรักนั้นเป็นความลวง แล้ววกกลับมาทำร้ายตัวเราและคนที่เรารักนั้นให้เจ็บปวด

 

อย่าให้ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมี กลับกลายเป็นความลวงที่มาหน่วงรั้งตัวเราและคนที่เรารัก ให้จมอยู่กับความเลวร้ายฝ่ายเดียว

แต่จงสานใยรักที่มี เพื่อก่อให้เกิดเป็นความดีร่วมกัน

เมื่อนั้นความรักที่เรามีต่อกัน จะช่วยสานสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ ให้ก่อรูปเป็นความงามอย่างหาที่สุดมิได้ตลอดกาลนาน

 

มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความรักที่แท้จริง เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มานาน แต่ก็ไม่เข้าใจสักที แม้ว่าเขาจะผ่านการมีความรักด้วยการแต่งงานแล้วก็ตาม

แต่ชายหนุ่มก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ทำอย่างไรความรักที่ตนต้องการจะอยู่กับตัวเองได้นาน ๆ ต่อมามีคนแนะนำให้ไปขอคำตอบจากอาจารย์เซน เขาจึงได้ไปหาท่านและเล่าความในใจให้ฟัง

"ท่านอาจารย์ครับ ผมมีภรรยาแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ผมกลับไปชอบผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ภรรยาของตน ทำให้รู้สึกสับสนในเรื่องนี้มาก ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี ผมจึงมาปรึกษาอาจารย์เพื่อที่จะหาทางออกในเรื่องนี้"

"แน่ใจแล้วใช่ไหมว่า ผู้หญิงที่เธอรักนั้น จะเป็นคนเดียวและคนสุดท้ายในชีวิตของเธอ?"

"ผมคิดว่าคนที่ผมกำลังรักอยู่นี่แหละ คือ คนสุดท้ายจริง ๆ ผู้หญิงคนใหม่คงจะเหมาะสมที่สุดแล้วครับ"

"ถ้าเธอคิดเช่นนี้ ก็จะไปหย่ากับภรรยาซะ"

"ท่านอาจารย์ ทำไมพูดเช่นนี้ล่ะ เพราะภรรยาของผมช่างดีต่อผมเหลือเกิน เป็นคนสุภาพอ่อนโยน ใจดี และฉลาดในทุกเรื่อง ถ้าผมทิ้งเธอไป จะไม่เป็นการใจร้ายต่อเธอไปหน่อยหรือครับ?"

"ก็ในเมื่อเธอมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักรักครอบครัวของตัวเอง การทำอย่างนี้ ยังจะชื่อว่ามีคุณธรรมอยู่อีกหรือ"

"ที่ท่านพูดมาก็ถูก เพราะภรรยาของผมมีความดีมากมาย ผมจึงไม่กล้าทิ้งเธอไป"

"ถ้าเช่นนั้น ก็แสดงว่า ภรรยาของเธอเป็นคนที่โชคดีมาก"

"ภรรยาของผมจะโชคดีได้อย่างไร ในเมื่อผมจะหย่ากับเธอ ?"

 

การโต้ตอบในเรื่องความรักดำเนินมาได้สักพัก ชายขี้สงสัยก็ยังมองไม่เห็นแก่นแท้ในเรื่องนี้อยู่ดี อาจารย์จึงได้อธิบายความหมายที่นำไปสู่การเข้าใจรักที่แท้จริงให้เขาได้รับทราบว่า

"เพราะในชีวิตการแต่งงานของผู้หญิงคนนั้น ยังมีความรักที่เขามีต่อสามีเก็บไว้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่ แต่สำหรับผู้เป็นสามี ชื่อว่า ได้สูญเสียความรักไปหมดแล้ว เพราะได้แบ่งใจไปชอบหญิงอื่น หญิงผู้เป็นภรรยาจึงโชคดี ที่ได้ครอบครองความรัก แต่ชายผู้เป็นสามีชื่อว่า เป็นคนที่โชคร้าย เพราะได้สูญเสียความรักไปแล้ว"

 

เมื่ออาจารย์กล่าวให้ข้อคิดดังนี้ ท่านก็นำเทียน 3 เล่ม มาปักเป็นแถวไว้ตรงหน้า แล้วจุดให้เกิดมีแสงสว่างทั้งสามเล่มพร้อมกับถามชายหนุ่มว่า

"เธอจงดูเทียนทั้งสามเล่มนี้ที่ปักอยู่ตรงหน้า และตอบให้ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด ?"

"ดูไม่ออกครับว่าเล่มไหนสว่างที่สุด เพราะเท่าที่ตาของผมมองเห็น ทุกเล่มสว่างเท่ากัน"

"เทียนทั้งสามเล่มนี้เปรียบเสมือนหญิงสาวสามคน หนึ่งในนี้ก็มีผู้หญิงที่เธอรักในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย ลองคิดดูสิว่า แม้เทียนเพียงสามเล่ม เธอก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด แล้วผู้หญิงที่มีอยู่เป็นแสนเป็นล้านล่ะ จะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนรักเธอที่สุด และเป็นคนสุดท้ายในชีวิตที่เธอจะรักได้"

 

เมื่อท่านอาจารย์กล่าวมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็ได้แต่อึ้งต่อถ้อยคำของท่าน และเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นความจริงของความรัก ท่านถึงกล่าวต่อไปอีกว่า

"ถ้าอย่างนั้น ให้เธอนำเทียนทั้งสามเล่มมาปักตรงหน้า แล้วเรียงลำดับเป็นแถวเรียงตอนลึกต่อ ๆ กันไป และให้ดูอีกครั้งว่า เล่มไหนสว่างที่สุด"

 

ชายหนุ่มได้ทำตามคำชี้แนะของอาจารย์ โดยปักเทียนเป็นแถวตอนลึกเรียงต่อกัน แล้วมองไปยังเทียนที่ปักอยู่ตรงหน้าด้วยความใส่ใจ พร้อมกับตอบคำถามว่า

"เล่มที่อยู่ตรงหน้าของผมสว่างที่สุดครับ"

"เมื่อเธอได้คำตอบเช่นนี้แล้ว ก็ให้นำเทียนทั้งสามเล่มไปปักเรียงไว้เป็นแถวตามเดิม แล้วตอบใหม่อีกครั้งว่าเล่มไหนสว่างที่สุด"

"ถ้าทำแบบนี้ ก็ตอบไม่ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด เพราะผมมองเห็นแสงสว่างที่มีอยู่เท่ากันเหมือนเดิม"

 

เมื่อการถามและตอบในเรื่องดังกล่าวสิ้นสุดลง อาจารย์จึงมองมาที่ชายหนุ่มผู้กำลังสับสนในเรื่องความรัก และกล่าวเตือนสติเพื่อให้เขารู้จักเลือกที่จะรักอย่างคนที่เข้าใจ

"รู้ไหมว่า ทำไมเธอจึงรู้สึกรักผู้หญิงคนล่าสุด เพราะว่าเธอเอาจิตใจไปจดจ่อที่ผู้หญิงคนนั้น เหมือนกับที่นำเทียนมาตั้งเรียงต่อกันเป็นแถวตอนลึก และเธอก็เห็นเทียนที่ปักอยู่ตรงหน้าได้ชัดที่สด เพราะความรู้สึกรักหรือชังนั้น เกิดมาจากใจของเรา แต่เวลาที่นำเทียนไปวางไว้เป็นแถวเท่ากันเหมือนเดิม ก็มองเห็นสิ่งที่มีอยู่เท่า ๆ กัน ไม่มีเล่มไหนที่สว่างมากกว่ากัน ดังนั้น การกล่าวว่า ผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตน เป็นผู้หญิงที่เธอรักมากที่สุดและจะรักเป็นคนสุดท้ายนั้น จัดว่าเป็นมายาจิต เพราะแต่ก่อนเธอก็เคยคิดต่อภรรยาที่แต่งงานกันเช่นนี้ แต่เพราะจิตไร้สติครอง เธอจึงมองสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาด้วยภาวะที่ไหวเอนไปตามแรงอารมณ์ แต่แท้จริงแล้ว อารมณ์ทีเกิดขึ้นเป็นเสมือนพระจันทร์ที่อยู่ใต้น้ำ เพราะในที่สุดก็คือ ความลวงที่คิดว่าเป็นความจริง ด้วยเหตุนี้ เธอจึงควรทบทวนความต้องการของใจให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป"

 

โปรดอย่าให้การค้นหาความรู้สึกที่เป็นรักแท้ เป็นได้แค่ความลวงที่ก่อให้เกิดเป็นความหึงหวงในสิ่งที่ได้มา เพราะรักแท้ไม่ควรก่อให้เกิดเป็นความลวง แล้วมาทำลายเราและคนรอบข้างให้เจ็บตัว

แต่ควรเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้ว ช่วยนำเราไปสู่วิถีชีวิตที่งดงามทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยความรู้สึกชื่นชนเสมอเมื่อความรู้สึกที่เป็นความรักนั้นผ่านเข้ามา

 

คนที่อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้ง คือ คนที่มีประสบการณ์ของตัวเองใกล้เคียง และเคยสัมผัสเรื่องราวของความรักที่เกิดขึ้นตัวเอง อาจจะดี ไม่ดี หรือเลวร้ายไปเลยก็มี

ผู้บันทึกเองก็มีประสบการณ์ไม่น้อย และรู้สึกได้ในข้อเขียนนี้ ...

ความรักที่เห็นแก่ตัว เผาผลาญคนทั้งสอง พร้อมกับคนรอบข้างให้วายวอดได้ทั้งหมด ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียงทั้งชีวิตที่สร้างมา พังเพราะคนเห็นแก่ตัวเพียงคนเดียว

แต่ยังไม่อยากเล่าประสบการณ์ตรง..ยังไม่ถึงเวลา

 

อยากให้คนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับความรักอยู่ สามารถหาทางออกเจอ หลังจากอ่านข้อเขียนนี้นะครับ

อยากให้คนที่อยู่ในความรักที่มีความสุข จงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท หลังจากอ่านข้อเขียนนี้แล้วเช่นกัน

ขอให้มีความสุขทุกท่านครับ

บุญรักษา :)

 

แหล่งอ้างอิง

ชุติปัญโญ.  ชีวิตวันนี้ที่วุ่นวาย มีที่พักใจหรือยัง ?.  พิมพ์ครั้งที่ 4.  กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2551.