"คนไข้คุณหมอเข้มแข็งมากและไปอย่างสงบ เราจะตั่งศพคุณแม่ไว้ที่บ้านที่แม่รัก"

วันนี้ตอนช่วงเช้าผมได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวของผู้ป่วยว่าผู้ป่วยเสียแล้วอย่างสงบในที่บ้าน ผมได้ไปร่วมพิธีศพเพิ่งกลับมา รู้สึกอยากเล่าเรื่องการดูแล case นี้ให้ฟังครับ

อ่านเรื่องราวย้อนหลังได้ที่ จะรักษาต่อดีไหมคะหมอ? (medical ethical issue) ตอนที่ 1 , จะรักษาต่อดีไหมคะหมอ? (medical ethical issue) ตอนที่ 2 และ ความกลัว...สิ่งที่ยากจะเพชิญ (ครอบครัวที่ 2)

หลังจากที่ผู้ป่วยได้ยุติการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด เราเริ่มดูแลผู้ป่วยโดยเตรียมการต่างๆ โดยทีมศูนย์สุขภาพชุมชนแม่สอด ข้อตกลงเบื้องต้นคือ คุยกับผู้ป่วยว่า ครอบครัวอยากให้ทีมช่วยอะไรบ้าง และป้าตัดสินใจว่าระยะสุดท้ายจะอยู่ที่ไหน?  ผู้ป่วยรักบ้านมากและตัดสินใจว่าจะไม่ไป รพ.ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราจึงวางแผน palliative home care

 ผู้ป่วยเริ่มมีอาการบวมในช่วงแรกเรานัดผู้ป่วยสัปดาห์ละครั้งที่ PCU และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ป่วยเริ่มอาการทรุดลง ทีมเราได้เยี่ยมบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้ง+ให้เบอร์ติดต่อให้ญาติสามารถติดต่อได้ และเมื่ออาการมากขึ้น เราติดต่อ home O2 และ ฉีดยาขับปัสสาวะ+steroid ที่บ้าน (รักษา SVC syndrome) และ จนวันสุดท้ายก่อนผู้ป่วยเสียชีวิต ผมได้พูดคุยกับญาติถึงอาการใกล้เสียชีวิต (อธิบายลักษณะอาการและวิธีดูแล) ผมนำญาติร่วมกันนั่งสมาธิส่งจิตปราถนาดีแก่ผู้ป่วย และ ให้ทุกคนมีจิตใจสงบเพื่อจะไม่ให้ผู้ป่วยกังวล

ผู้ป่วยเหมือนจะรู้ตัวและทำใจได้ดี ก่อนผมจะกลับผมกระซิบข้างหูผู้ป่วยว่า "ขอให้ป้ามีใจที่สงบเพื่อจะได้ไปสู่ทิศทางที่ดีและไม่ต้องห่วงลูก ๆนะครับ" นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้คุยกับผู้ป่วย

โดยสรุปคือ เราดูแลผู้ป่วยประมาณ 6 เดือน ทีมเราดูแล case นี้แล้วรู้สึกว่าเพิ่มคุณค่าความเป็นวิชาชีพของเราอย่างมากมาย โดยเฉพาะคำสุดท้ายก่อนผมจะกลับจากงานศพ

ลูกสาวคนกลางที่เคยทำใจไม่ได้ บอกผมว่า "คนไข้คุณหมอเข้มแข็งมากและไปอย่างสงบ เราจะตั่งศพคุณแม่ไว้ที่บ้านที่แม่รัก"

ผมบอกเพียงว่า "ขอให้พี่รักษาสุขภาพนะครับ"