สวัสดีคะ
2-3 สัปดาห์นี้ ดิฉันยุ่งงาน 2 เรื่อง
เรื่องแรกคือการสกัดองค์ความรู้การผลิตพืชยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งขอนแก่นเลือก ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง โดยการไปสัมภาษณ์เกษตรกรที่ปฏิบัติดีๆ เดิมเราใช้ชื่อว่าวิทยากรเกษตร แต่ปีนี้ตั้งชื่อใหม่ ว่า ครูติดแผ่นดิน ... เป็นสัจจธรรม นะใครเป็นใหญ่ก็คิดคำเรียก.. ตามใจฉัน..เราเป็นผู้ปฏิบัติก็ปรับตัว.. ไม่ว่าเรียกอย่างไร..ก็เข้าใจว่า คือคนเดินนั้นแหละ... จังหวัดและอำเภอเป้าหมายพืชละ 3 อำเภอต้อง สกัดภูมิความรู้ออกมาเป็นเอกสาร คำแนะนำ เรียกว่า คู่มือชาวบ้าน เพื่อเผยแพร่ต่อไปในจังหวัดขอนแก่น
เรื่องที่สอง คือ การบันทึกรายละเอียดโครงการงบพัฒนาจังหวัด(งบ CEO) ลงในโปรแกรม e-budgeting ของสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นการบันทึก online ซึ่งจังหวัดขอนแก่น มีจำนวนโครงการมาก ยุ่งยาก..
ดิฉันเกริ่นนำงานที่ทำเพื่อจะบอกว่า การทำงานเรื่องแรกทำให้พบความล้มเหลว ของงานเรื่องที่ 2 ในอดีตที่ผ่านมา..
ในปี 2548-49 จังหวัดจัดสรรงบประมาณ (งบ CEO) ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังห้วยบง ให้แก่อำเภอในพื้นที่รัศมีห่างจากโรงงานผลิตเอทานอล ไม่เกิน 50 กม. โดยมีเป้าหมาย เพิ่มปริมาณผลผลิตให้เข้าสู่โรงงานได้ตามคำร้องขอของโรงงาน ในช่วงนั้นพันธุ์มันสำปะหลังห้วยบง HOT มาก ว่าผลผลิตเฉลี่ย 5 ตันต่อไร่ การดำเนินโครงการถ้าวัดที่การซื้อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร แล้วเราทำได้สำเร็จ เพราะซื้อและตรวจรับปัจจัยการผลิต และส่งมอบต่อเกษตรกรได้ทันกำหนดการใช้งบประมาณ (ภายในเดือนกันยายน 2549) เวลานี้เวลาผ่านไปปีเศษแล้ว พึ่งทราบคือ การยอมรับพันธุ์ห้วยบงในพื้นที่ส่งเสริมของเรา มีน้อย เกษตรกรเบือนหน้าบอกว่าไม่ดี ผลผลิตต่ำ มีเพียงพื้นที่เดียวที่บอกว่าดี คือ ที่อำเภอมัญจาคีรี ซึ่งเมื่อเทียบเป็นร้อยละแล้วถือว่าน้อยมาก
เกิดอะไรขึ้นกับงานส่งเสริมของเรา
เรา คนแผน.. ตอนนี้ทำหน้าที่ เขียนโครงการของบประมาณ เพื่อส่งเสริม.. แต่เราไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ.. เมื่อได้งบประมาณแล้ว ทำให้การปฏิบัติไม่สัมฤทธิ์ผล.. ดิฉัน ยอมรับว่าตนเองมีส่วนผิด.. บางครั้งเราดันทุรังขอโครงการแม้ว่ากำหนดช่วงเวลาไม่เหมาะสม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุคือ
1) งบพัฒนาจังหวัดเป็นงบที่อนุมัติมาปีต่อปี ปี 2549 มหาดไทยแจ้งจัดสรรงบประมาณมาที่จังหวัดต้นเดือน มกราคม 2549 จังหวัดแจ้งให้หน่วยราชการจัดทำรายละเอียดเสนอ ผวจ. ขออนุมัติ..กว่าจะแล้วเสร็จ อนุมัตดำเนินการได้ ก็ประมาณเดือน พฤษภาคม.. กว่าเจ้าหน้าที่พัศดุจะตั้งเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง หาท่อนพันธุ์ ส่งมอบได้ก็เดือน สิงหาคม.. เนื่องจากจำนวนซื้อปริมาณมาก ได้ทราบว่าคู่สัญญาส่งท่อนพันธุ์มันอ่อนให้ (อายุ 4-5 เดือนแต่ขนาดและความยาวผ่านเกณฑ์) คนตรวจรับต้องรับเพราะเกรงจะเบิกจ่ายงบประมาณไม่ทัน
2) ในพื้นที่เป้าหมายโครงการส่วนใหญ่ เกษตรกรจะปลูกมันในปลายฤดูฝน เพราะเลี่ยงปัญหาวัชพืชและการเจริญเติบโตของมันจะดีกว่าปลูกต้นฝน ดังนั้นเมื่อได้รับท่อนพันธุ์มันจากโครงการแล้ว เกษตรกรจึงเก็บท่อนพันธุ์มันไว้ก่อนโดยกองไว้ใต้ร่มไม้ รอปลูกในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และเมื่อปลูกพบว่ามันบางส่วนไม่ขึ้น ท่อนพันธุ์แห้งตาย เกษตรกรต้องหาท่อนพันธุ์อื่นมาปลูกแทน
3) มันสำปะหลังห้วยบง จากการสอบถามครูติดแผ่นดิน ที่อำเภอมัญจาคีรี เขาบอกว่า ผลผลิตเฉลี่ย 5 ตันต่อไร่ บางรายได้ถึง 7 ตัน แต่มีเทคนิคคือ ท่อนพันธุ์ต้องอายุ 8-12 เดือน และเมื่อตัดท่อนพันธุ์มาแล้วต้องปลูกทันที อย่างช้าไม่เกิน 3 วันจะดีที่สุด ถ้าเก็บไว้นานท่อนพันธุ์จะแห้งตาย ความงอกต่ำ
สาเหตุ 3 ข้อ นี้ เป็นคำตอบว่า เราทำโครงการเสร็จ บรรลุ Output.. คือซื้อปัจจัยการผลิตและส่งมอบได้ครบถ้วน แต่เราไม่บรรลุ Out come เพราะเกษตรกรเก็บไว้นาน เพื่อรอช่วงปลูกที่เหมาะสมเป็นการปล่อยท่อนพันธุ์ทิ้งไว้1-2 เดือน ประกอบกับท่อนพันธุ์มันอายุน้อยเกินไปทำให้มีอาหารสะสมในท่อนพันธุ์ไม่เพียงพอ จึงแห้งตาย ปลูกไม่ขึ้น ส่งผลถึง Result ของโครงการ ที่เกษตรกรไม่ยอมรับพันธุ์ห้วยบงและเราไม่สามารถกระจายมันพันธุ์นี้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้
บันทึกนี้ชื่อเรื่องดูรุนแรง แต่เนื้อหาอาจจะไม่มีอะไร ก็ได้.. เป็นเทคนิคให้คนสนใจเข้ามาอ่าน..ฮิฮิ
มาเรียนรู้ครับ เดี๋ยวนี้ เขาทำ แผน แบบ Outcome mapping เลยดีขึ้นครับ