หมายเหตุ บทความนี้ได้เคยลงตีพิมพ์ในวารสาร "อัลอุมมะฮฺ" ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ แต่ผมเห็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่นักเรียนนักศึกษาสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ อาจจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับนักเรียนนักศึกษาใหม่เหล่านั้น (รวมถึงนักศึกษาเก่าด้วยครับ) เลยเอามาลงในบล็อกนี้ครับ

                 บทความสั้นๆชิ้นนี้ถูกเขียนขึ้นสำหรับบุคคลสำคัญที่สุด ผู้จะได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่  ซึ่งเขาจะแบกมันอย่างภาคภูมิบนบ่าทั้งสองของเขา มิใช่เพื่อตัวเขาเอง หรือครอบครัวของเขาเท่านั้น หากแต่มันคือความหวังอันรุ่งโรจน์ของอุมมะฮฺนี้  และผมมั่นใจว่า ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ คือเขาและเธอคนนั้น  ผู้เป็นความหวังของอุมมะฮฺ  

                ปัจจุบันนี้ความเป็นนักศึกษาได้ถูกนิยามว่าคือผู้ที่ลงทะเบียนเข้าศึกษาในสถาบันหนึ่งสถาบันใด ซึ่งเป็นคำนิยามที่ไม่ผิดแต่ประการใด แต่จากคำนิยามดังกล่าวได้ทำให้ความเป็นนักศึกษาถูกจำกัดกรอบอยู่ในรั้วและปริมณฑลของสถาบัน และมันยังได้ทำให้อายุของความเป็นนักศึกษาสั้นลงอย่างน่าใจหายตามที่กำหนดโดยหลักสูตรนั้นๆจึงไม่แปลกที่เราพบว่านักศึกษาจำนวนมากได้จบความเป็นนักศึกษาของเขาและเธอทันทีที่เขาและเธอได้รับปริญญาบัตรแล้ว

            แน่นอนครับว่านักศึกษาผู้จะเป็นความหวังของอุมมะฮฺนั้น ย่อมแตกต่างจากคำนิยามที่ค่อนข้างจำกัดดังกล่าว  ดังนั้น ลองตรวจสอบตัวท่านกับหัวข้อข้างล่างต่อไปนี้ดูซิครับ

            นักศึกษาที่เป็นความหวังของอุมมะฮฺนั้นเป็นผู้ที่

§      มีปณิธานที่สูงส่งและแน่วแน่  ด้วยการมีปณิธานดังกล่าว  เขาและเธอจึงมุ่งมั่นศึกษาอย่างต่อเนื่องจริงจัง มีการวางแผนการศึกษาตามตารางเรียน และการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ  รวมถึงการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่างๆ บริหารและใช้เวลาอย่างเหมาะสม  คุ้มค่า หลีกเลี่ยงการใช้เวลาไปเพื่อสิ่งที่ไร้สาระ และไม่เกิดประโยชน์ต่อตนเองและหรือที่ไม่เอื้อต่อการบรรลุปณิธานดังกล่าวข้างต้น

§       มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล วิสัยทัศน์ของเขาและเธอก้าวพ้นพรมแดนแห่งโลกนี้ ซึ่งเป็นเพียงร่มเงาใต้ต้นไม้ที่แวะพักหลบร้อนเท่านั้น สำหรับเขาและเธอสวนสวรรค์คือหลักชัยที่แท้จริง ด้วยการมีวิสัยทัศน์ดังกล่าวเขาได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมไม่เฉพาะเพื่อการมีชีวิตในโลกนี้เท่านั้นแต่ได้เอาใจใส่และเตรียมพร้อมสำหรับการมีชีวิตในโลกที่ต่อเนื่องจากโลกนี้และที่นั่นคือที่ๆเขาและเธอจะมีชีวิตอยู่นิรันดร  และปรากฏว่าบรรดาผู้มีวิสัยทัศน์ดั่งกล่าวแม้ว่าเจ้าตัวจะล่วงลับไปนานนับพันนับหมื่นปีแล้วแต่น่าแปลกที่ผลงานดั่งกล่าวของพวกเขากลับยังคงดำรงอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

§      มีความกระหายและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเขาและเธอตระหนักดีว่าการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเพียงการสร้างพื้นฐานตามกรอบวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรเท่านั้นความรู้ที่แท้จริงนั้นเป็นดั่งจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลที่รอนักศึกษาที่กระหายทะยานขึ้นไปศึกษาค้นคว้าวิจัยอยู่ตลอดเวลา  ด้วยเหตุนี้เขาและเธอจึงเป็นนักศึกษาค้นคว้าและวิจัยตลอดชีวิต และกระหายที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  เขาและเธอจะไม่พอใจอยู่เพียงแค่ความรู้ที่รับฟังจากห้องเรียนเท่านั้น  และเราจะพบพวกเขาและเธอเสมอๆ ณ มุมใดมุมหนึ่งของห้องสมุดและเราจะพบว่าเขาและเธอจะพกหนังสือเล่มหนึ่งเสมอ และมันได้ถูกอ่านเมื่อมีโอกาส  เขาและเธอจะเป็นคนที่ศึกษาทุกสิ่งรอบตัว โดยการสังเกต พิจารณาและใคร่ครวญสิ่งที่พบเห็น สัมผัส หรือรับรู้ ด้วยความตระหนักแน่ว่า ทุกสรรพสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นโดยพระผู้สร้างผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง และสิ่งต่างๆเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นด้วยความรู้

§      เชื่อมองค์ความรู้ที่ศึกษาเข้ากับทางนำของพระเจ้า  ไม่ว่าเขาและเธอจะศึกษาสาขาวิชาใดก็ตามเขาและเธอจะเชื่อมองค์ความรู้นั้นๆเข้ากับทางนำของอัลลอฮฺ เป็นการเชื่อมต่อเข้ากับคลังความรู้อันมหาศาลที่อยู่เบื้องหลังการดำรงอยู่ของมหาจักรวาล ด้วยการเชื่อมต่อดังกล่าวมันได้ทำให้ความรู้ที่เขาเและเธอศึกษามามีความสมบูรณ์ และครอบคลุม ด้วยการเชื่อมต่อความรู้ดังกล่าวเข้ากับทางนำของพระเจ้า ซึ่งด้วยการทำเช่นนั้นมันได้เพิ่มความยากีน หรือ ความเชื่อมั่น ในพระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งให้แก่หัวใจของเขาและเธอด้วยความรู้ที่เขาและเธอศึกษาอยู่  และด้วยการเชื่อมเข้ากับแหล่งความรู้อันมหาศาลนั้น อุปมาดั่งการแยกทองคำออกจากหิน ดิน และทราย และด้วยการเชื่อมองค์ความรู้ไม่ว่าศาสตร์แขนงใดเข้ากับ ทางนำ ของพระเจ้ามันจะบูรณาการมิติต่างๆของความรู้เข้ากับทางนำซึ่งจะไขข้อข้องใจที่ศาสตร์นั้นๆเองยังกังขา และไม่พบคำตอบ

§      แปรความรู้สู่มิติด้านต่างๆของชีวิต  เขาและเธอตระหนักดีว่า คุณค่าของความรู้คือการที่เขาและอุมมะฮฺของเขาได้รับประโยชน์จากความรู้ดังกล่าวทั้งสำหรับการดำรงชีวิตชั่วคราวในโลกนี้และสำหรับชีวิตนิรันดร์ในปรโลก  เขาและเธอจะต้องไม่ทำให้ความรู้ของเขาและเธอเป็นภาระที่หนักอึ้งจนเกือบทำให้กระดูกสันหลังแทบหัก  แต่พวกเขาและเธอจะแปรความรู้ต่างๆเหล่านั้นสอดใส่เข้าไปในบริบทด้านต่างๆของชีวิต

§      รับใช้อุมมะฮฺ  นับเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่งหากว่านักศึกษาตั้งใจที่จะแสวงหาผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆจากอุมมะฮฺ แทนที่จะเป็นผู้รับใช้อุมมะฮฺและทุ่มเททุกสิ่งเพื่อการฟื้นฟูอุมมะฮฺ  ซึ่งอนาคตของอุมมะฮฺจะรุ่งโรจน์หรือดับมืดลง ล้วนแล้วแต่อยู่ในสิ่งที่มือของเขาและเธอได้ประกอบไว้  โอ้ นักศักษาผู้เป็นความหวังของอุมมะฮฺ

 

            อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา) ตรัสไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺ อัรเราะดุ อายะฮฺที่ 11 ความว่า

 

...แท้จริงอัลลอฮฺจะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของชนกลุ่มใด

จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของพวกเขาเอง...

 

                หากว่าวันนี้นักศึกษาซึ่งถือได้ว่าเป็นชนชั้นมันสมองของอุมมะฮฺ ได้ละทิ้งหน้าที่ที่เหนือหน้าที่อันนี้และขาดซึ่งคุณสมบัติของนักศึกษาที่เป็นความหวังของอุมมะฮฺดังกล่าวข้างต้นแล้วละก็ อุมมะฮฺนี้จะยังมีอนาคตที่ดีให้คาดหวังอีกหรือ?

  โดย. อ.อาลัม