ผู้ใหญ่แสนดี คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เพื่อให้สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ โอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง

ช่วงปิดเทอม  ถ้าสังเกตร้านรวงต่างๆ เราจะเห็นพ่อแม่ดีๆ ที่ให้ความไว้วางใจลูกให้ช่วยงานของครอบครัว
เป็นการศึกษานอกระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุด  อยู่ในชีวิตจริง  ใช้ได้จริงๆ  เป็น active lerning 

ปากซอยโรงเรียนเพลินพัฒนา  มีร้านก๋วยเตี่ยวท่ีมีลูกชิ้นปิ้งอร่อยมาก
ที่ชาวเพลินอาศัยฝากท้องกันบ่อยๆ   
มีเด็กหญิงน้อยผิวสีแทน สะพายกระเป๋าเล็กๆ คอยทำหน้าที่เก็บเงิน
(หนูจ๋า  หนูตัวผอมนิดเดียว  ตอนแรกป้านึกว่าเด็กมาขายทิชชู่
ตอนหลัง  ได้สติ  เออหนอ  ภาพภายนอกทำให้ตัดสินใจไปถึงไหนๆ
สู้อ่านทฤษฎียู  ฝึกห้อยแขวนการตัดสินใจ  ฯ  แต่มาตกม้าตายเอาที่หน้าปากซอยนี่เอง)

ผู้ใหญ่แสนดี (คงจะเป็นแม่) คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
เพื่อให้สิ่งที่มีค่าที่สุดคือโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง

เด็กตัวเล็ก  คิดราคาลูกชิ้นกับก๋วยเตี๋ยวรวดเร็ว บอกจำนวนเงินเสียงค่อยๆ แต่มั่นใจในคำตอบ
มือน้อยยกขึ้นพนมก่อนรับเงินแล้ววิ่งไปหลังร้านเพื่อไปเอาเงินทอนมาให้
หันไปสบตาแม่ที่เฝ้ามองลูกสาวตัวน้อย  พร้อมรอยยิ้ม  จึงลองคุยกับเด็กน้อยดู
ถามมาได้ความว่าเรียนอยู่ ป.4  ชอบวิชาเลขมากที่สุด

แต่ที่น่าคิดคือ หนูน้อยเล่าต่อโดยไม่ได้ถามว่า 

"...แต่เลขที่โรงเรียนไม่เหมือนที่ร้านหรอกค่ะ"

"อ้าว..​.ไม่เหมือนกันยังไงเหรอ"

"ที่โรงเรียนมี คูณ  มี หาร  แต่ที่ร้านไม่มี"

"อ้าว...(อีก)  แล้วที่ซื้อลูกชิ้นปิ้งสิบไม้นี่  คิดยังไงล่ะถ้าไม่คูณ   (เออ...ป้าวิชั่นสั้นเสียอีก) "

"ไม่ต้องคูณ  อันนี้บวก  ก็ห้าไม้ห้าสิบ  สิบไม้ก็ร้อยนึง"

"....เอ่่อ...งั้นเหรอ....ขอบใจนะ  ป้าไปก่อนล่ะ"

เด็กน้อยยกมือไหว้อีกครั้ง  แล้ววิ่งไปหาแม่

ป้างง  เอ๋...เด็กคิดเลขแบบกระจาย  แบบธรรมชาติ  เลยนะเนี่ย  ป้าเป็นผู้ใหญ่ยุคเก่าน่ะ  ขอบใจที่สอน