หลักการทูตยุคใหม่ เน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ขอเริ่มเล่าตั้งแต่การจัดเตรียมงานเลยนะคะ ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา ได้ประชุมร่วมกันกับชุมชนไทยในบังกลาเทศเพื่อเตรียมการจัดงานสงกรานต์ขึ้น ทราบว่าปีที่ผ่านๆ มา นั้น งานสงกรานต์จะจัดกันเองโดยชุมชนไทยในบังกลาเทศ โดยจะไปเช่าสถานที่ในการจัดงาน มีการตั้งคณะกรรมการจัดงานและมีการเก็บค่าเข้างานคนละ 500ตากา  หรือประมาณ 250 บาท ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูต ยินดีที่จะให้ความร่วมมือเรื่องสถานที่และอื่นๆ ตามที่ชุมชนไทยขอความร่วมมือ โดยหลักในการทำงานคือ จะยึดเอาความต้องการชองชุมชนไทยเป็นหลักค่ะ เค้าต้องการอย่างไร เราจะจัดให้อย่างนั้น (หากไม่เกินขอบเขตความเหมาะสมนะคะ)  เราเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตามหลักงานการทูตยุคใหม่ค่ะ เป็นหลักการทูตเพื่อประชาชน เป็นการเอาใจเจ้านายด้วยนะคะ เพราะเจ้านายที่แท้จริงของเราก็คือประชาชนผู้เป็นเจ้าของภาษี ซึ่งเป็นที่มาของรายได้คือเงินเดือนแต่ละเดือนของข้าราชการไทยทุกคนค่ะ

ชุมชนไทยในบังกลาเทศแม้จะมีไม่มากนัก แต่เข้มแข็งและสามัคคีกันดีมากค่ะ ประทับใจในความน่ารักของทุกๆ คนที่ร่วมแรงแข็งขันช่วยกันทำงาน แณณไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย แต่แอบเป็น ผ.บ.ทบ. อยู่ที่บ้านค่ะ..อิอิ... (ตอนอยู่เมืองไทย จำได้ว่า น้องที่อบรมหลักสูตรนิวเวฟที่จัดโดยสำนักงาน ก.พ. ท่านหนึ่งชอบล้อว่า พี่แณณเป็น ผ.บ.ทบ. แม้ตัวจะทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ก็สามารถปฏิบัติงานของกระทรวงการต่างประเทศได้ด้วย ผ่านทางสามี โดยแณณนั่งเป็นผู้บัญชาการอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล อ้อ .... แณณเลยถึงบางอ้อว่าคำนี้เป็นที่มาของคำว่า ผ.บ.ทบ. ที่น้องเค้าใช้แหย่แณณเล่นนั่นเองค่ะ...แต่ไม่จริงหรอกนะคะ เป็นแค่การแหย่กันเล่นๆ เท่านั้นค่ะ )  

    

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2551สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา ได้จัดงานวันสงกรานต์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยเช่น การสรงน้ำพระ การรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ช่วงเช้า ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต พนักงานบริษัทการบินไทยและครอบครัว พร้อมทั้งชุมชนไทยในบังกลาเทศและครอบครัวชาวต่างชาติ ร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารเพล ถวายสังฆทาน และจตุปัจจัย แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 5 รูป ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต

                           

หลังจากการเลี้ยงอาหารเที่ยงแด่แขกผู้มีเกียรติอันได้แก่ เอกอัครราชทูตจากกลุ่มประเทศอาเซียนและภริยา ช่วงบ่ายมีการสรงน้ำพระพุทธรูป การรดน้ำดำหัวท่านเอกอัครราชทูตประจำกรุงธากา นายเฉลิมพล ทันจิตต์และภริยา ต่อด้วยการละเล่นเกมส์แบบไทยๆ เช่นเกมปิดตาตีหม้อ โดยได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากการบินไทยเช่นเคยค่ะ ในงานมีการเลี้ยงอาหารไทยแบบบุฟเฟต์ ที่ขายดีมากเห็นจะเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นค่ะ ส้มตำที่ตำกันสดๆ ก็อร่อยและขายดีมากเช่นกันเพราะมีไก่ย่างและข้าวเหนียวให้ทานแกล้มด้วย

            

ในตอนแรก พวกเราเป็นห่วงเรื่องการเล่นน้ำในสระ จนเกือบจะห้ามไม่ให้มีการเล่นน้ำหรือเล่นผลักกันตกสระน้ำ เพราะอาจจะเกิดอันตรายกับเด็กเล็กๆ ได้ แต่เป็นเทศกาลสงกรานต์ นี่คะ แหม...จะห้ามเล่นน้ำ ทั้งที่มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงหน้าก็คงจะลำบากหล่ะค่ะ เราจึงได้เพียงขอความร่วมมือว่างานนี้ เน้นการสืบสานและเผยแพร่ ประเพณี วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันดีงามของไทย รวมทั้งการสร้างความสามัคคีของชุมชนไทยในบังกลาเทศ

                              

ก็ต้องขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่ได้ช่วยกันดูแลความเรียบร้อย ทำให้งานเป็นไปโดยราบรื่น และได้รับการตอบรับจากชุมชนไทยและคนต่างชาติที่ไปร่วมงานกันว่าอยากให้จัดกันอีก เพราะแม้จะไม่ได้เป็นงานใหญ่โต คนร่วมงานประมาณ 200กว่าคน เท่านั้น แต่ก็ได้ความรู้สึกที่อบอุ่น ประทับใจในบรรยากาศสบายๆ และบรรยากาศความอบอุ่นของแต่ละครอบครัวที่มาร่วมงาน เด็กๆ เล่นน้ำกันทั้งบ่าย แม้แต่แณณและบอลเองก็โดนจับโยนลงสระด้วยค่ะ แม้จะขอตัวแล้วว่าอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็แหม....สงกรานต์นี่ค่ะ ใครจะยอมให้เราไม่โดนน้ำเลยได้หล่ะคะ เลยต้องตกน้ำตัวเปียกมะล่อกมะแล่กกันไปตามระเบียบค่ะ  

         

พวกเราไม่ผิดหวังกันเลยที่ได้มอบหมายให้พนักงานบริษัท ซีพี ที่ประจำการอยู่ประเทศบังกลาเทศเป็นผู้จัดเกมส์การละเล่น เพราะจัดได้ดีและสนุกสนานมาก สมกับที่แณณและบอลตั้งชื่อให้ใหม่เป็นบริษัท ซีพี (เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) จริงๆ เลยค่ะ พนักงานบริษัทซีพี สาขา บังกลาเทศ ให้ความร่วมมือกับทางสถานเอกอัครราชทูต ดีมากมาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกๆ ที่แณณและบอลได้เดินทางมาถึงบังกลาเทศ ก็ได้คุณสันติ ผู้จัดการบริษัท ซีพี สาขาบังกลาเทศ และพนักงานบริษัท ซีพี ทุกท่าน ให้การต้อนรับที่อบอุ่น โดยการเชิญไปร่วมงานเลี้ยงปีใหม่  ที่สำนักงานบริษัทซีพี ค่ะ ที่ประทับใจมากคือ พนักงานทุกคนของบริษัท ซีพี ร้องเพลงได้ไพเราะทุกคนค่ะ เลยล้อกันเล่นๆ ว่า หากใครร้องเพลงไม่ดี คงไม่ได้เข้าทำงานที่บริษัท ซีพี เป็นแน่แท้  

ประณยา จองบุญวัฒนา

11 เมษายน 2551

 

หมายเหตุ: แณณเขียนบันทึกนี้ไว้นานแล้วค่ะ แต่มีเหตุขัดข้องไม่ได้เข้ามาที่ go2know นานเลยค่ะ จึงเพิ่งนำมาโพสต์ค่ะ