มาดูความสำคัญของแผนที่กันดีกว่า
ความหมายของแผนที่
การนำเอารูปภาพของสิ่งต่างๆ บนพื้นผิวของโลกมาย่อ ส่วนให้เล็กลง แล้วนำมาเขียนบนกระดาษหรือวัตถุที่แบนราบ สิ่งต่างๆ บนพื้นผิวโลกประกอบด้วยสิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ และสิ่งที่ มนุษย์สร้างขึ้น โดยใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่าง ๆ บนพื้นผิวโลกแผนที่เป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่ง ที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเครื่องมือ ช่วยในการดำเนิน กิจการงานต่าง ๆ
ความหมายของแผนที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้างแล้วแต่จุดมุ่งหมายหรือลักษณะของการนำไปใช้งาน แผนที่อาจมีความหมายดังนี้
1.
แผนที่ในทางทหาร คือ
ข่าวสารที่แสดงไว้ด้วยลายเส้น
2.
แผนที่ในทางสากล หมายถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงลักษณะของพื้นผิวพิภพทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น
การอ่านแผนที่
คือ การค้นหารายละเอียดบนภูมิประเทศ ซึ่งรายละเอียดบนภูมิประเทศ หมายถึงสิ่งต่างๆ บนผิวโลก ที่ปรากฏตามธรรมชาติ และสิ่งที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น
วัตถุประสงค์ของการศึกษาแผนที่
1. ศึกษาให้รู้จักรูปพรรณสัณฐาน ของรูปหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายโลกมากที่สุดศึกษารูปทรงและขนาดของโลกโดยละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เราทราบว่าโลกไม่ได้กลม แต่เป็นรูปทรงรีมีแกนยาวทั้งสองไม่เท่ากัน ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลก
2. ศึกษาให้รู้จักกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก หรือให้รู้จักสิ่งต่างๆที่อยู่บนพื้นโลก จากพื้นผิวโค้งถ่ายทอดไปยังพื้นผิวราบ
3. ศึกษาให้รู้จักการแสดงพื้นที่ของผิวโลก ตลอดจนรายละเอียดทั้งหมด โดยแสดงถึงสิ่งต่างๆที่ได้กำหนดตำแหน่ง รายละเอียดไว้บนพื้นผิวโลกที่มีลักษณะผิวโค้งลงบนพื้นราบ
ความสำคัญของแผนที่
แสดงให้ทราบทั้งลักษณะของภูมิประเทศและการกระจายของกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์นอกจากนี้ยังแสดงให้ เห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ อีกด้วย เช่น ด้านคมนาคม วิศวกรโยธาซึ่งทำงานเกี่ยวกับการสร้างทางหลวงการก่อสร้าง จำเป็น ต้องมีแผนที่ ซึ่งแสดงถึงลักษณะภูมิประเทศ ปริมาณและชนิดของดินและหินตามบริเวณเส้นทางที่จะสร้าง การกระจายของน้ำฝน ตลอดทั้งอุณหภูมิของแต่ละฤดูกาล สภาวะการณ์ดังกล่าวและล้วนแต่มีผลต่อการพิจารณาในการสร้างทางหลวง นอกจากนี้แผนที่ก็มีความสำคัญอีกมากมาย
ประโยชน์ของแผนที่
แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ
1. ประโยชน์ทางด้านการเมือง แผนที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐมากมายหลายสาขา ที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่และ เห็นได้ชัด คือ งานด้านภูมิศาสตร์การเมือง งานด้านภูมิ
2. ประโยชน์ทางด้านการทหาร มีคำกล่าวในวงการทหารว่า “แผนที่เป็นเครื่องมือรบชิ้นแรกของทหาร” ในการพิจารณา วางแผนยุทธศาสตร์ทางการทหารของชาตินั้น จำเป็นต้องแสวงหาข้อมูล เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก่อนการวางแผนข้อมูลหรือ ข่าวสารที่เกี่ยวกับสภาพการภูมิศาสตร์และตำแหน่งของสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์
3. ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องใช้แผนที่เป็นเครื่องมือในการวางแผนและในการปฏิบัติงาน ทุกขั้นตอน เช่น การดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำโขง ของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และองค์การสหประชาชาติ
นอกเหนือจาก 3 ด้านดังกล่าว
1. เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แผนที่ถนน
แผนที่ผังเมือง
2.
เพื่อใช้ในการทหารด้านต่าง ๆ เช่น
การเคลื่อนกำลังพล การจู่โจม การหาตำแหน่งข้าศึก ฯลฯ
3.
เพื่อใช้ประกอบการค้นหาทรัพยากรธาตุที่อยู่บนพื้นโลก
4.
เพื่อใช้ทางด้านวิศวกรและการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ
5.
เพื่อใช้ศึกษาประกอบการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา
สำหรับเป็นแนวทางปฏิบัติเมื่อมีความจำเป็น
ประเภทของแผนที่
แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ
1.
แผนที่ทั่วไป คือ
แผนที่ที่แสดงลักษณะโดยทั่วไป
ได้แก่ แผนที่แสดงลักษณะถูมิประเทศของภูมิภาคต่าง
ๆ โดยจะแสดง
ด้วยสีเพื่อให้เห็นความแตกต่างของลักษณะแผ่น
2. แผนที่เฉพาะเรื่อง คือ แผนที่ที่แสดงลักษณะเฉพาะตามจุดมุ่งหมาย เช่น แผนที่แสดงป่าไม้ แผนที่เส้นทางคมนาคม แผนที่แสดงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
องค์ประกอบของแผนที่
1. ชื่อของแผนที่
2.
ระวางแผนที่ คือ
ความกว้าง ความยาวของแผนที่ ระวางแผนที่จะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับมาตราส่วนของแผนที่
3.
พิกัดทางภูมิศาสตร์ คือ การบอกตำแหน่งของพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยใช้ค่าละติจูดและลองจิจูด
4.
มาตราส่วนของแผนที่ คือ
อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างระยะทางในแผนที่กับระยะทางจริงในภูมิประเทศ
5.
สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย คือ
รายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ของบนพื้นผิวโลกที่แสดงลงบนแผนที่
แบ่งออกเป็น 5 จำพวก
5.1
แหล่งน้ำ เช่น ลำธาร แม่น้ำ หนอง บึง
ที่ลุ่มชายฝั่ง
5.2
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ถนน ทางรถไฟ
อาคาร ฯลฯ
5.3
ลักษณะพื้นที่สูง ๆ ต่ำ ๆ เช่น เขา ภูเขา
5.4
พืชพรรณ เช่น ป่า สวน ไร่นา
5.5
สิ่งที่กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ เช่น แหล่งทรัพยากร
6.
สีที่ใช้ในแผนที่
ที่แสดงรายละเอียดบนแผนที่ สีที่ใช้เป็นมาตรฐาน มี 6
สี
6.1
สีดำ ใช้แสดงรายละเอียดที่เกิดจากแรงงานของมนุษย ์
เช่น วัด โรงเรียน หมู่บ้าน
6.2
สีแดง ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นถนน
6.3
สีน้ำเงิน ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นน้ำ เช่น
แม่น้ำ ลำคลอง บึง ทะเล ฯลฯ
6.4 สีน้ำตาล
ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับความสูงและทรวดทรงของพื้นที่สูง ๆ
ต่ำ ๆ
6.5 สีเขียว ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับที่ราบ
ป่าไม ้ บริเวณที่ทำการเพาะปลูก พืชสวน
6.6
สีเหลือง ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับที่ราบสูง
6.7
สีอื่น ๆ
บางโอกาสอาจใช้สีอื่นนอกจากที่กล่าวมาเพื่อแสดงรายละเอียดพิเศษบางอย่างรายละเอียดเหล่านี้จะมีบ่งไว้
ในรายละเอียดในแผนที่
7.
ทิศ ในแผนที่จะระบุทิศเหนือไว้เสมอ เพื่อให้อ่าแผนที่ได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่แผนที่ไม่ได้ระบุทิศไว้ ให้เข้าใจว่าเมื่อหันหน้า
เข้าหาแผนที่
ด้านบนทางขั้วโลกเหนือคือทิศเหนือ ด้านที่หันไปทางขั้วโลกใต้เป็นทิศใต้ ด้านขวามือเป็นทิศตะวันออก
และด้านซ้ายมือเป็น ทิศตะวันตก
ประวัติความเป็นมาของแผนที่
ความสามารถในการทำแผนที่เป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ พฤติกรรม ที่แสดงออก ทางแผนที่มีมานานแล้ว เช่น พวกเอสกิโมรู้จักการทำแผนที่ด้วยการใช้ไม้สลักติดลงบนหนังแมวน้ำ แสดงแหล่งล่าสัตว์ ตกปลา ชาวเกาะมาร์แชลใช้เปลือกหอยแทนเกะ ก้านมะพร้าวแทนเส้นทางเดินเรือและบริเวณที่มีคลื่นจัดเป็นต้น
แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ แผนที่ของชาวเมโสโปเตเมีย เมื่อ 2,300 ปี ก่อนพุทธศักราช ทำด้วยดินเหนียวแสดง กรรมสิทธิที่ดินแปลงหนึ่ง

แผนที่บาบิโลนเป็นแผนที่เก่าแก่ที่สุด เมื่อ 2,500 ปี ก่อนค.ศ

แผนที่ของอีแรตโทเทเนียส และขนาดของโลกที่คำนวณได้ใกล้เคียงที่สุดเป็นคนแรก
ต่อมาอีกราว 370 ปี ปโตเลมี (Claudius Ptolemy) คิดทำแผนที่ให้ดียิ่งขึ้นโดยนำเอาผลงานของอีแรโตสเตนีสมารับปรุง คิดหาวิธีกำหนดค่าของมุมของเส้นขนานและเส้นเมอริเดียน ต่อมาแผนที่ของปโสตเลมีได้หายสาบสูญไปเป็นเวลาถึง 1,500 ปี

แผนที่ปโตเลมี
สมัยโรมัน โรมันสนใจทำแผนที่เพื่อการเดินทาง การรบและแสดงการแผ่อาณาจักรโรมัน เช่น แผนที่ Orbis Terrarum แผนที่สมัยโรมันไม่คำนึงถึงความต้องของรูปร่างของแผ่นดินมากนัก รูปร่างของแผ่นดินจึงผิดจากความจริงอยู่มาก

แผนที่ของโรมันที่เรียกว่า “Orbis Terrarum” แสดงอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่
สมัยกลางของยุโรป ตั้งแต่ พ.ศ.843 เป็นต้นมา การทำแผนที่ขึ้นอยู่กับคติทางศาสนา เพราะในสมัยนี้ศาสนามีอิทธิพลมาก แผนที่สมัยนี้แสดงรูปร่างของโลกเป็นวงกลม มีมหาสมุทรล้อมรอบ ภายในมีทะเล แบ่งแผ่นดินออกเป็นส่วนๆ โดยมีเมืองเยรูซาเลม ตั้งอยู่ตรงกลาง เรียกว่า ที-ใน-โอ (T-in-O)

แผนที่ T - In - O
ประมาณ ค.ศ. 801 ชาวจีนโบราณได้คิดแผนที่ขึ้นใช้ แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดของจีนเป็นแผนที่ซึ่งแกะสลักด้วยหิน แสดงให้เห็น กำแพงเมืองจีนตัดข้ามแม่น้ำเหลือง

แผนที่เก่าแก่ที่สุดของจีน พ.ศ.1680
ในต้นพุทธศตวรรษที่ 18 มีการประดิษฐ์เข็มทิศขึ้นใช้ในการสำรวจทำแผนที่ตามชายฝั่งทะเลเรียกว่า แผนที่ปอร์โตลาน (portolan chart) นับว่าเป็นแผนที่ที่มีความถูกต้องพอใช้

แผนที่ปอร์โตลานแสดงทิศทางการเดินเรือ
ในพุทธศตวรรษที่ 21
การทำแผนที่เจริญขึ้นมาก
ปัจจัยส่งเสริมความเจริญทางแผนที่ในยุคนี้ มี 3 ประการคือ
1.
ได้มีการค้นพบแผนที่ของปโตเลมีที่หายไป
2.
คิดวิธีการทำแม่พิมพ์และการพิมพ์แผนที่
3.
ค้นพบทวีปอเมริกา (โลกใหม่)
แผนที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับแผนที่สมัยปัจจุบันมากที่สุด
คือ แผนที่ของ Deigo ribero
ซึ่งทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2072
แผนที่ของ Deigo ribero
พ.ศ. 2035 ชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน บาเเฮม (Martin Bahaim) ได้คิดสร้างโลกจำลองขึ้นสำเร็จ นับว่าเป็นความก้าวหน้า ทางแผนที่อย่างหนึ่ง
ลูกโลกที่มาร์ติน บาเฮมสร้างในปี พ.ศ. 2035


อยากได้สัญลักษณ์ของแผนที่(แบบเป็นรูปภาพ) อย่างจุดกลมๆ ทางรถไฟ แม่น้ำอะไรแบบนี้
อยากทราบสัญลักษณ์แทนที่ตั้งเมืองจัดเป็นปรัเภทอะไร ใครตอบได้บ้างนะ
อยากให้มี่ แผนที่ แบบ ว่ามองดูเป็น แผนที่ธรรมดา แต่ พอ คริ๊กเข้าไป จุด ใด จุดหนึ่ง จะมีภาพ ปรากฎ อย่าง ชัด .... ค่ะ