ป่าชายเลน ระบบนิเวศ

               

                    จาก.........ป่าพื้นที่สูง สู่.......ป่าชายเลน

                                    

               สุดสัปเดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม เฮฮาศาสตร์ ครั้งที่ 4 ที่ จังหวัดภูเก็ต โดยมีท่านอัยการชาวเกาะ เป็นเจ้าภาพ พร้อมคณะ จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งภาคบันเทิง และวิชาการ วันแรกพาไปศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติทางทะเล

               ป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าทางด้านแวดล้อมเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนทั้งที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นถ่าน ไม้ฟืน นอกจากนี้ยังได้ใช้บริการด้านนิเวศวิทยา และสิ่งแวดล้อมด้วย โดยเป็นแหล่งอาหารและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน ในอากาศช่วยป้องกันพายุ  คลื่นลม  และป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง แต่ปัจจุบัน เนื้อที่ของป่าชายเลนได้ถูกเปลี่ยนสภาพไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ได้แก่การทำนากุ้ง  การขยายเมืองและแหล่งที่อยู่อาศัย การสร้างท่าเรือ ถนน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทำให้เนื้อที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็ว 

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเล็งเห็นและตระหนักถึงผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้น จากสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เสี่อมโทรมของทรัพยากรและจำนวนพื้นที่ของป่าไม้ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว  ที่มา.....วารสารมูลนิธิชัยพัฒนา เรื่อง การอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าชายเลน

            

               เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้พาเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลน พร้อมบรรยาย และคอยตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยง ของยามเที่ยงวัน

                   ท่านอัยการเด็ดใบไม้ชนิดนี้ให้ลองทานดู ว่ามีรสเค็ม โดยท่านทานให้ดูก่อน ก็ลองทานดูบ้างก็มีรสเค็มจริงๆ  น่าจะเป็นเพราะรากดูดน้ำทะเลไปหล่อเลี้ยงลำต้น ดอก และใบ แต่คงไม่เค็มทุกชนิด เพราะใบของต้นไม้บางต้นก็มีรสฝาด

                     คุณป้าแดง  คุณหมอกิต และพี่บ่าวจาก อ.แม่แตง กำลังสนใจพืช สัตว์ทะเล โอ! โอ !  อืม !  อืม  !  มหัศจรรย์แต้ๆๆ นา

                 แม้แสงแดดจะร้อนเปรี้ยง แต่ก็ยิ้มสวยสู้ สู้ ค่ะ ชี้ชวนให้ดูปูก้ามดาบ หริอปูผู้แทน กว่าจะมองเห็น เพราะตัวเล็กนิดเดียว แต่มีดาบคม สีแดงสวยด้วย  เกือบจะลงไปจับเล่นแล้ว ดีว่าไก้ด์กิติมศักดิ์บอกว่า ดาบคมบาดผิวเลือดไหลได้   ส่วนข้างๆ ช่างภาพมือสมัครเล่น แต่ฝีมือระดับมืออาชีพ ก็กำลังอมยิ้มพึงพอใจกับฝีมือถ่ายภาพในกล้อง

                   เดินเมื่อยแล้วก็นั่งพักเหนื่อย แต่ก็ยังมีการเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนกันอยู่   วันนั้นใช้เวลาที่ศูนย์ฯ เกือบสองชั่วโมง แต่ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับนั้น มากมายกว่า 120 นาที ร้อยเท่าพันเท่าได้รู้จักพรรณไม้หลากชนิด ทั้งโกงกาง  แสม  หวายลิง  ไม้มีพิษ  แม่หอบจอมหอบ  ปูก้ามดาบ หรือปูผู้แทน  ปูดำ กุ้งดีดขัน    ปลาตีน  ฯ  สมกับเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมีนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มสนใจ มาเรียนรู้กันอยู่เสมอ  แล้วจึงจะรู้ว่าการเรียนรู้ด้วยการสัมผัสทั้งห้านั้นได้อรรถรสมากที่สุด 

                  สำหรับป่าทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นป่าในพื้นที่สูงนั้น  จะเต็มไปด้วยป่าทึบ มีไม้ยืนต้นสูง ใหญ่ เช่นต้นสัก  ต้นเต็ง ต้นพลวง ต้นฉำฉา ฯ  เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าน้อย ใหญ่  นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงาม ซ่อนอยู่   แต่ไม่ว่าจะเป็นป่าทึบทางภาคเหนือ ป่าชายเลน ป่าพลุ  ต่างก็ให้ประโยชน์ต่อมนุษย์แตกต่างกันไปตามสภาพของภูมิประเทศ  เราจะต้องช่วยกันดูแลรักษาป่า ให้ป่าอยู่คู่กับมนุษย์ ตลอดไป  จึงต้องช่วยกันสร้างความตระหนัก ในคุณค่าของป่า  ปลูกจิตสำนึกในชุมชน ให้ช่วยกันปลูกป่า  ดูแล  รักษาป่า ....ตลอดไป

                 ขอขอบคุณคุณสุรชัย  สารบรรณ  รองผอ.ศูนย์ ฯ และคณะที่ให้การต้อนรับ และพาเดินศึกษา ธรรมชาติของป่าชายเลนในวันนั้น .......