เป็นตัวอย่าง "ผู้ให้" ที่วิเศษที่สุด ในขณะที่ผู้คนไม่น้อย " รับง่าย - ให้ยาก " แม่กลับเป็นตรงกันข้าม

    หลังเที่ยงวันนี้ ผมงีบหลับไปร่วม 2 ชั่วโมง เพราะเมื่อคืนนอนดึก และตื่นมาใช้ความคิดทบทวนเรื่องต่างๆอยู่ 2-3 ครั้ง ทำให้การเขียนบันทึกนี้เลื่อนมาทำเอาช่วงบ่ายแก่ๆครับ

   เมื่อวานตอนเย็นผมเปลี่ยนใจ ไม่ทำ MP-3 บทสวดมนต์แปลให้แม่ แต่ยังคงอาศัยไฟล์ .wma  2 ไฟล์ ที่ Download เก็บไว้คือ บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า และ บทสวดมนต์ทำวัตรเย็น  ผมยังคงใช้เทคนิคเดิมคือเปิดเสียงด้วย Notebook แล้วปล่อยสัญญาณเข้าเครื่องส่ง FM ขนาดเล็ก  เพียงแต่ตอนสวดทำวัตรเย็นนี้ ได้เปลี่ยนไปใช้มือถือ NOKIA N-73 ตั้งให้เป็นวิทยุ FM รับคลื่นแทนวิทยุเครื่องเดิม เพราะทดลองแล้วพบว่า รับคลื่นได้นิ่ง ไม่มีอาการวูบวาบเลย คาดว่าคงเป็นเพราะมีความไว (Sensitivity) ในการรับคลื่นสูงกว่า และน่าจะมีวงจรควบคุมความถี่อัตโนมัติ (AVC- Automatic Frequency Control) ที่มีประสิทธิภาพกว่าวิทยุเครื่องเดิมที่ผมเน้นการใช้รับคลื่น SW-Short Wave ฟังวิทยุต่างประเทศเป็นหลัก  แม้ว่าสามารถใช้ลำโพงในตัวโทรศัพท์ ทำเป็น Speaker Phone ได้ แต่อยากให้แม่ฟังเสียงที่นุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง จึงต่อสายจากช่อง Phones ของโทรศัพท์ (วิทยุ FM) เข้าลำโพงขยายเสียงตัวเล็ก นำไปวางข้างหูแม่ .. เสียงชัดเจน แจ่มใส ไม่กระด้าง .. แม่ก็ได้ฟังบทสวดทำวัตรเย็นที่มีคุณภาพดี อย่างที่ผมตั้งใจ

   เช้าวันนี้เรานิมนต์พระจากวัดใกล้บ้าน 2 รูปมาฉันภัตตาหารเช้าที่บ้าน รับศีล ให้พรแม่และหมู่ญาติที่มาเฝ้าดูแลแม่ .. แม้ลุกนั่งไม่ได้ แม่ก็ได้ฟังพระสวดและให้ศีลให้พร  ตอนกรวดน้ำ แม่ยังมีสติกล่าวบทกรวดน้ำได้ถูกต้อง แต่ช้ากว่าที่พวกเราทำ .. เราว่าจบไปแล้ว แม่ยังมีต่อ เพราะตามไม่ทัน ขณะพระฉันอาหารผมก็ใช้อุปกรณ์ชุดเดิม เปิดเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้า(แปลไทย) ให้แม่ได้ฟังอีกครั้งหนึ่ง ด้วยสีหน้าที่อิ่มเอม เยือกเย็นใจ

   ตั้งแต่ผมจำความได้ แม่ผูกพันอยู่กับวัดมาโดยตลอด ทุกวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แม่จะพาลูกคนเล็ก คือตัวผม ติดสอยห้อยตามไปวัดเป็นประจำ เรื่องใส่บาตรพระตอนเช้า เป็นกิจวัตรที่แม่ทำไม่เคยขาด  ผมจะต้องรับหน้าที่นั่งเฝ้าที่หน้าบันไดแทบทุกเช้า คอยบอกแม่ที่วุ่นกับการงานอยู่หลังบ้านว่า " พระมาแล้ว " พอโตขึ้นพอจะอุ้มขันข้าวใส่บาตรพระได้  แม่ก็ให้ผมทำแทน  ยังจำได้ว่าแรกๆพระท่านยังต้องย่อตัวลงมารับข้าวที่ผมตักใส่บาตร 3 ช้อน(ทัพพี) ตามที่แม่สอน  นอกจากนี้การบริจาคเงินทอง ข้าวของในโอกาสต่างๆ แม่ก็ปฏิบัติสม่ำเสมอเป็นเรื่องปกติในชีวิต  เป็นตัวอย่าง "ผู้ให้" ที่วิเศษที่สุด 

    ในขณะที่ผู้คนไม่น้อย " รับง่าย - ให้ยาก " แม่กลับเป็นตรงกันข้าม  กว่าจะรับเงินทองที่ลูกหลานมอบให้นั้นแสนยากเย็น แต่ถ้าใครเดือดร้อนมา แม่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือทันทีแบบแทบไม่ต้องยั้งคิด .. ที่เราต้องทำเป็นประจำเพื่อให้แม่รับเงินทองของพวกเรา คือบอกว่า "เอาไว้ทำบุญ" นั่นแหละแม่ถึงจะรับ  แต่ก็ยังไม่วายปิดท้ายด้วยคำพูดว่า น่าจะเก็บไว้นะ ยังต้องใช้จ่ายอีกหลายเรื่องไม่ใช่หรือ ... ฯลฯ

   ผมและพี่ชายทั้ง 3 คนต่างก็ได้บวชเรียนแบบเต็มพรรษา ให้แม่ได้ชื่นใจมาแล้ว .. ช่วงนี้แม่ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ มองอะไรไม่เห็น .. ผมจึงมีความสุขที่จะ นำพระ และกิจกรรมอันเป็นมงคล เป็นกุศล เช่นการฟังธรรม ฟังบทสวดมนต์มาให้แม่ถึงในบ้าน ร่วมกับพี่ๆ หลานๆ และหมู่ญาติที่มาเยี่ยม มานอนเฝ้ากันอย่างมากมาย และต่อเนื่อง ... แม่เป็นคนมีบุญจริงๆ .. ความรักห้อมล้อมแม่อยู่ตลอดมา จนแม้ใกล้วาระสุดท้ายของชีวิต ... ประโยคที่ผมเคยพูดว่า เรา อยู่กันด้วยความรัก นั้น เป็นความจริงเสมอครับ