ด้วยหวังว่า เช้า 2 พค. 51 อันเป็นวันที่แม่ให้ชีวิตผมมา ผมจะได้อยู่กับแม่

    วานนี้หลังกลับจาก "การสอนเสริม" นศ.ป.บัณฑิต ที่รร.มหาวีรานุวัตร และ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยแล้ว  ให้มีอาการเหนื่อยและง่วงจนต้องกลับเข้าบ้านแทนที่จะได้ไปเคลียร์งานที่คั่งค้างที่คณะให้ได้อีกหน่อย  ผลปรากฏว่าหลับยาวตั้งแต่ราว 16.30 - 6 โมงเย็นเลยทีเดียว  วันนี้เช้าเลยเข้ามาเคลียร์อะไรได้บ้าง เล็กน้อย ก่อนออกไปข้างนอกเพื่อภารกิจอื่นตามที่นัดหมายกันไว้  และที่สำคัญวันนี้จะต้องเตรียมอะไรหลายๆอย่าง ก่อนออกเดินทางกลับบ้านไปใช้เวลาช่วงปลายของชีวิตอยู่กับแม่ที่อายุ 95 แล้ว และมีอาการบ่งบอกว่าเราต้องรีบไป  ความจริงภารกิจในวันพรุ่งนี้ 2 พค. 51 มีอยู่ทั้งวัน ในการออกนิเทศ ติดตามเยี่ยมเยียน นศ.ป.บัณฑิตบริหารการศึกษารุ่น 5 กลุ่ม 2 อีก 4-5 ท่าน

   ผมชั่งใจอยู่นานว่า การไปทำหน้าที่สำคัญนั้นแม่รู้ก็คงดีใจ  จึงอยากจะเลื่อนไปอีกสักวันค่อยไปหาแม่  แต่พอนึกอีกทีว่า ความประมาทมันเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง จึงตัดสินใจจองตั๋วรถไฟแล้วตั้งแต่เมื่อวาน จะเดินทางคืนนี้ราว 5 ทุ่ม .. ด้วยหวังว่า เช้า 2 พค. 51 อันเป็นวันที่แม่ให้ชีวิตผมมา ผมจะได้อยู่กับแม่  ส่วนเรื่องงานนั้น ตั้งใจว่าจะตามเก็บเอาภายหลัง ทั้งวิธี F-2-F และ B-2-B

   วันนี้บ่ายกะว่าจะไปดูหนังสือธรรมะเล่มเล็กสัก 3-5 เรื่อง  คัดที่คนรับแจกอ่านแล้วจะได้ประโยชน์ นำไปพัฒนาชีวิตได้จริง  เตรียมข้อมูลที่จะพิมพ์เพิ่มอีกเล็กน้อย  ออกแบบเอกสารดังกล่าว และรวมไปถึงบทกวีสั้นๆที่อยากจะเขียน .. หากไมม่ทันก็คงได้นั่งคิดเขียนไปบนรถไฟคืนนี้ ร่วมกับพี่ชาย นาย Augustman ที่จะเดินทางไปด้วยกัน

   ความไม่แน่นอนเป็นธรรมดาของโลก .. ผมมีนัดในหน้าที่การงาน ในวัน-เวลา ต่างๆ ต้นเดือน พค. นี้หลายรายการ ก็ให้หวั่นใจอยู่ว่า อะไรๆที่ไน่ไม่นอน และผมกำหนดไม่ได้ มันจะทำให้กระทบกับงานที่ผู้อื่นรับผิดชอบ .. แต่คิดๆแล้ว ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่นการหาคนแทน หรือการขอเลื่อนนัดออกไป .. ในที่สุดก็ "เช่นนั้นเอง" ได้ ไม่มีปัญหาครับ

    To be continued ... แต่อาจเป็นบันทึกใหม่ จากบนรถไฟ ตอนดึกคืนนี้ครับ