รณรงค์กำจัดหนู
- ได้มีโอกาสไปร่วมโครงการรณรงค์กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 งานนี้ได้จัดขึ้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหิน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยความร่วมมือของ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน สำนักงานเกษตรอำเภอสวี และประชาชนในตำบลท่าหินและใกล้เคียง กิจกรรมนี้น่าจะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ปัจจุบันเขาเรียกกันว่า "บูรณาการ"
- การมาร่วมงานครั้งนี้ทำให้ผมมองย้อนอดีต ณ พื้นที่แห่งนี้ในสมัยก่อนนั้นเป็นพื้นที่ทำนาเป็นทุ่งที่กว้างใหญ่มากเขตติดต่อกันหลายตำบล น่าจะมากกว่า 1000 ไร่ มีปลาชุกชุม แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำนาแล้วแต่มีการปลูกปาล์มน้ำมันขึ้นทดแทน ส่วนใหญ่ปาล์มน้ำมันมีอายุ 2-7 ปี
- อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็สมัยก่อนอีกนั่นแหละมีการรณรงค์กำจัดหนูในนาข้าวช่วงน่าแล้งจำได้ว่าผมยังเรียนระดับประถมอยู่เลย แต่ปัจจุบันต้องมารณรงค์กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่เป็นพื้นที่ที่เดียวกันเพียงแต่เวลาต่างกัน พืชต่างกัน ชนิดของหนูต่างกัน ผมเพิ่งจะเคยเห็นหนูในสวนปาล์มที่งานนี้ ตัวมันใหญ่มาก ขนาดใกล้เคียงกับหนูในตลาดสด และใหญ่กว่า เขาเรียกกันว่า "หนูพุกใหญ่" ทำลายปาล์มน้ำมันของเกษตรกรตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งติดผล และมีจำนวนเยอะมากจนต้องมีการรณรงค์กำจัด
- บรรยากาศของงานเป็นพิธีการในช่วงเช้า ท่านนายอำเภอสวี (ชาญชัย กุลมงคล)เป็นประธาน กล่าวรายงานโดยท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน (มานิตย์ พ่วงแม่กลอง) มีบรรยายวิชาการจากศูนย์บริหารศัตรูพืชสุราษฎร์ธานี นิทรรศการจากสำนักงานเกษตรอำเภอสวี สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์บริหารศัตรูพืชสุราษฎร์ธานี
- กิจกรรม มีการแข่งขันการจับหนูโดยเกษตรกรในเขตตำบลท่าหินและใกล้เคียงสมัครเป็นทีมๆละ 10 คน มาสมัครกันประมาณ 15 ทีม ผมเห็นอุปกรณ์ในการจับหนูแล้วน่าสนุกดี มีทั้งจอบ เสียม ไม้ หนังสติก บัวรดน้ำ สวิง ถ่านแกส สุนัข (ตัวใหญ่) ที่ระบุก็เพราะว่าได้คุยกับชาวบ้านที่มาร่วมงานเขาบอกว่า งานนี้แมวไม่มีสิทธิ เพราะหนูตัวเกือบเท่ากับแมวเสียแล้ว กติกาในการแข่งขัน ให้แต่ละทีมออกไปจับหนูบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่จัดงานซึ่งเป็นสวนปาล์มน้ำมันทั้งนั้น แล้วตอนเย็นเวลา 13.00 น มาพบกันที่สถานที่จัดงานเพื่อนับจำนวนหนูที่จับได้ จับได้มากที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะ และกิจกรรมต่อเนื่อง คือ หลังจากวันนี้ทาง อบต.ท่าหินจะรับซื้อหางหนูจากเกษตรกรหางละ 10 บาทไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 คาดว่าน่าลดประชากรหนูพุกใหญ่ลงได้พอสมควร หลังเปิดงานทีมล่าหนูก็ออกไปปฏิบัติการ ผมอยากรู้ก็ตามไปดูที่อยู่ใกล้ๆเพราะหลายทีมไปไกลมากเหตุเพราะสงสัยอุปกรณ์บางอย่าง ถึงแม้จะเป็นหนูพุกใหญ่แต่มันก็อยู่ในรูเหมือนกัน ถึงได้รู้ว่าเขาเอาบัวรดน้ำ กับถ่านแกสมาทำอะไร เขาเอาถ่านแกสใส่ในรูแล้วเอาน้ำราดถ้ามีหนูหนูก็จะวิ่งออกมา เป็นหน้าที่ของทีมงานและสุนัข ตัวแรกถูกจับได้ (จับตาย) ตัวที่สองวิ่งหายไป
- เมื่อทีมจับหนูออกไปแล้วภายในบริเวณจัดงานก็มีกิจกรรมการประกอบอาหารจากหนูโดยฝีมือของท่านนายอำเภอสวี (ท่านชาญชัย กุลมงคล) ทราบว่าท่านมีร้านอาหารและชอบทำอาหารคงคล้ายท่านนายก ผมยืนดูอยู่พักหนึ่งพอผัดหนูเสร็จท่านนายอำเภอตักใส่จานผมก็หนีไปแล้ว เพราะไม่ถนัดจะเป็นนักชิม (โดยเฉพาะหนู) แต่หลายท่านที่ชิมแล้วบอกว่าอร่อย สักพักมีฝนตกลมแรงทุกคนที่อยู่ในเต้นท์มีหน้าที่กันหมดบางคนก็จับเสาเต้นท์ บางคนก็คอบจับนิทรรศการ สุดท้ายคนที่อยู่ในเต้นท์เปียกฝนหมดทุกคน (ฝนหนักมาก) นี่คือเหตุผลที่ผมกลับก่อนทำให้ไม่ทราบผลการประกวดการจับหนูเพราะเปียกฝน (หนาว)
- เกร็ดเล็กๆน้อยๆจากการนั่งคุยกับเกษตรกรที่มาร่วมงานเขาบอกว่าหนูชนิดนี้ (หนูพุกใหญ่) เห็นครั้งแรกก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะตัวมันใหญ่กว่าหนูตามบ้านมาก อีกอย่างพฤติกรรมการทำลาย เมื่อปาล์มต้นสูงจะไม่ค่อยพบหนูชนิดนี้ ผมว่ามันคงขึ้นต้นปาล์มลำบาก แต่เขาบอกว่ามีหนูอีกชนิดทำลาย ตัวออกสีดำเข้มกว่า (น่าจะเป็นหนูป่ามาเลย์) ตอนนี้ทุกสวนก็มีการกำจัดโดยใช้กรงดัก
- บางท่าน (เกษตรกร)ก็ตั้งข้อสังเกตจากการดูนิทรรศการว่าขณะนี้ศัตรูธรรมชาติของหนูเหลือน้อย ไม่ว่าจะเป็นเหยี่ว นกแสก นกเค้าแมว งู ประเด็นของงูเกษตรกรคงไม่เลี้ยงไว้กำจัดหนูแน่ แต่มีกรณีของนกแสก ที่มีการเลี้ยงไว้กำจัดหนูในสวนปาล์มโดยมีตัวอย่างของบริษัมชุมพรปาล์ม แต่ก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรนิดหนึ่ง เพราะโดยทั่วไปแล้วเขาถือว่านกแสกเป็นนกไม่เป็นมงคล
มีภาพบรรยากาศให้ชมเล็กน้อย

ดีครับ
สวัสดีค่ะ ขอเชิญคุณมาร่วมแบ่งปันความคิด สิ่งที่น่าสนใจ ผ่านบล็อก กับพื้นที่ที่ให้คุณมากสูงสุดถึง 3 กิ๊กกะไบท์
พื้นที่ที่คุณสามารถแสดง เนื้อหา, รูปภาพ, อัลบั้มรูปภาพ, สไลด์โชว์, วีดีโอ, เสียงและ Google Adsense กับเครื่องมือ widget ต่างๆ อีกมากมาย ใช้งานง่าย ปรับแต่งได้อิสระเหมือนโลกทั้งใบเป็นของคุณ. เข้าสู่เว็บนี้ได้เลยค่ะ. www.bloggoo.com
ตอบพี่ไอศูรย์
ผมเพิ่งกลับมาจากไปสัมมนาที่หาดใหญ่เรี่องทะเบียนเกษตรกร แล้วผมจะมาเล่ารายละเอียดอีกครั้ง เอาเรื่องปาล์มก่อน
1.เหมือนอย่างที่เห็น
2.ผมตั้งข้อสังเกต
2.1 ปกติหากฤดูกาลเป็นปกติไม่กระทบแล้งช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปีจะมีปัญหามากกว่ากำลังการผลิตของโรงงาน และมีผลถึงราคารับซื้อเนื่องจากผลปาล์มน้ำมันซื้อเก็บไม่ได้จะทำให้มีกรดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โรงงานก็ต้องเพิ่มต้นทุนในการใช้สารเคมีในการลดกรดในกระบวนการผลิต
2.2 ราคาที่หน้าโรงงานมีความแตกต่างกันพอสมควรในช่วงนี้ (1-8 พค 51) แต่สำหรับลานบางลานอาจปิด เนื่องจากส่วนหนึ่งอ้างว่ามีปัญหาติดคิวในการนำเข้าโรงงานและราคาอยู่ที่ 3.50-3.65 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ช่วงนี้ไม่ได้ตัดผลผลิตปาล์มเพราะไม่รู้จะนำไปขายที่ไหน
2.3 สังเกตหน้าโรงงานบางโรงรถที่นำผลผลิตปาล์มมาส่งโรงงานเป็นรถ 10 ล้อลากพ่วง ทำให้สงสัยว่าจะเป็นผลผลิตปาล์มในจังหวัดชุมพรหรือที่อื่น เพราะโดยส่วนใหญ่ลานปาล์มในจังหวัดชุมพรจะขนส่งโดยใช้รถสิบล้อ
2.4 ช่วงที่ผมไปสัมมนาที่หาดใหญ่ (7-8 พค 51)ได้สอบถามน้องที่อยู่กระบี่บอกว่าที่กระบี่ปกติ โรงงานซื้อ 4.70 บาทต่อกิโลกรัม
3.ปาล์มน้ำมันชุมพรช่วงนี้น่าติดตาม
4.หากมีข้อมูลเชิงลึกผมจะตอบพี่ทาง e-mail
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
แวะมาเยี่ยม blog ค่ะ น่าสนุกดีค่ะเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริง สงสัยอย่างหนึ่งคือ ทำไม๊..ทำไม...ต้องรีบหนีเวลาชิมผัดหนู...น่าอร่อยนะพี่...
เข้ามาเยี่ยมเหมือนกัน ตอนนี้ งานคงชุกชุมมากมาย เห็นไม่ค่อยได้เปิด( เม้นท์ไปก็เงียบๆ)