ปรับพฤติกรรมจากการรับเป็นการลงมือปฎิบัติ

เปลี่ยนพฤติกรรมจากการรับ เป็น การลงมือคิด และทำ

 

ในฐานะผู้สอน จะเห็นได้ว่า ด้วยยุคของข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีที่รวดเร็วทันสมัย  ราวกับว่าโลกทั้งโลกอยู่แค่การคลิก และ google ทำให้พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เปลี่ยนแปลงไป 

n     ผู้เรียนไม่จำเป็นต้อง lecture เพราะสามารถหาเอกสารประกอบการสอน ได้ หรือ แม้กระทั่ง ถ่ายเอกสาร lecture ของเพื่อน 

n     ผู้เรียนขาดการประมวลความคิด จากสิ่งต่างๆ เพราะมีผู้รวบรวมความรู้ ความคิด การต่อยอด ไว้ เรียบร้อย แล้ว เมื่อก่อนก็มีแต่ความที่ข้อมูลข่าวสารไม่ได้เข้าถึงง่ายเช่นปัจจุบัน  จึงยากที่จะรอรับในสิ่งที่คนอื่นเตรียมไว้ให้

นอกจากนี้  ยังพบปัญหาในด้านทักษะการเรียบเรียง  การนำเสนอความคิดให้เป็นระบบ  โดยเฉพาะการเขียน  ดังนั้น  จึงเกิดแนวคิด come back to the past เอาวิธีกาเรียนการสอนแบบเดิม ๆ กลับมาใช้อีกครั้ง  ก็คือการมอบหมายให้ผู้เรียนเขียน (ด้วยลายมือ)  เป็น เนื้อหา บทความ ต่าง ๆ โดยอาจจะมาจากการอ่านบทความ (ที่ผู้สอนจัดเตรียมให้ หรือผู้เรียนจัดหามาเอง) จากการพบเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แล้วนำมาคิดเชื่อมโยงต่อยอดให้เข้าสู่ทฤษฎีที่กำลังเรียน

 

จากการปฏิบัติมา 2 รุ่น และให้ผู้เรียนได้ประเมินผลการปฏิบัติดังกล่าว ว่าก่อให้เกิดผลดีผลเสียต่อผู้เรียนอย่างไร  ผลสะท้อนกลับมาว่า

ด้านดี

-          ผู้เรียน บอกว่า ได้ฝึกฝนตนเองในด้านทักษะการเขียนจากเดิมในครั้งแรก ๆ ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร  แต่ครั้งหลัง ๆ จะเริ่มสังเกตสิ่งต่างๆ  และเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียนได้ดีขึ้น

-          ได้ฝึกความรับผิดชอบ  เนื่องจากจะต้องส่งให้ผู้สอนทุกสัปดาห์  จึงเสมือนคล้าย ๆ ย้อนกลับไปวัยเด็กที่ต้องสอนการบ้านคุณครู

-          ได้ฝึกสังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น  ว่าจะสามารถนำมาเป็นประเด็นในการเขียนได้หรือไม่

-          ได้เรียนรู้ผ่านสื่อที่หลากหลายมากขึ้น เช่น จากชุมชนที่ผู้เรียนอาศัย  จากผู้หลักผู้ใหญ่รอบตัว จากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

 

สำหรับด้านไม่ดี  ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเสียเวลา  ที่จะต้องมาเขียน มาส่ง  และบางครั้งรู้สึกว่า ทำแค่พอผ่านไปแต่ละครั้ง  ...

 

ดังนั้นจากการประเมินจะพบว่า น่าจะส่งผลต่อผู้เรียน ในด้านดีมากกว่า ไม่ดี