...เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จพม่า เดือนมกราคม พ.ศ. 2478 พระองค์ได้เสด็จไปหลายเมือง ชมอาคาร สถานที่ และโบราณสถานต่างๆ มากมาย และได้ทรงพระนิพนธ์เล่าไว้ ชื่อว่า “เที่ยวเมืองพม่า”
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม เสด็จไปดูตลาดในเมืองหงสาวดี ร้านค้าร้านหนึ่งมีผ้าไหมขายมาก เมื่อดูผ้าซิ่นไหมต่างๆ ก็ปรากฏว่าเหมือนกับซิ่นไทยที่ทำทางเชียงใหม่ ครั้นถามว่าทอในพม่าหรือ คนขายก็บอกตรงๆ ว่า เป็นของจากเมือง “โยเดีย” ทั้งสิ้น ต่อไปนี้เป็นพระนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพม่า” ที่คัดมา...
จากพระนิพนธ์
"วันอื่นต่อมา ฉันได้พบพม่าชั้นผู้ดีก็เห็นมักนุ่งผ้าไหมไทยทั้งผู้ชายผู้หญิง ชอบนุ่งผ้าหางกระรอกโดยเฉพาะ เขาก็บอกเช่นเดียวกับชาวร้านว่า ผ้าไหมไทยเนื้อดีกว่าผ้าไหมทอในเมืองพม่า เรื่องนี้เมื่อก่อนจะกลับฉันได้สนทนากับข้าราชการอังกฤษที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในเมืองพม่าคนหนึ่ง พูดกันถึงการค้าขายในระหว่างเมืองไทยกับเมืองพม่า เขาบอกว่าสินค้าไทยที่ส่งเข้าไปชายในเมืองพม่า ผ้าไหมเป็นสินค้าใหญ่อย่างหนึ่ง
"ฉันตอบว่าแต่ก่อนฉันเคยเข้าใจอย่างนั้น แต่มาได้ยินว่ารัฐบาลอังกฤษเพิ่มพิกัดภาษีผ้าไหมแรงจนราคาสินค้านั้นตกไปเสียแล้ว เขาว่าเพิ่มพิกัดภาษีจริง แต่เขาเข้าใจว่าสินค้าผ้าไหมไทยหาตกไม่ เพราะเดี๋ยวนี้พวกพ่อค้าหาวิธีหลีกเลี่ยงด่านภาษี ด้วยลอบเอาผ้าไหมเข้าทางเมืองไทยใหญ่ได้หลายทาง บางทีผ้าซิ่นไทยที่ฉันเล่าว่า ไปเห็นในท้องตลาดจะอยู่ในพวกนั้นก็เป็นได้ เพราะโดยธรรมดาถ้ามีคนชอบซื้ออยู่ตราบใด ก็คงมีคนหาไปขายอยู่ตราบนั้น
"ฉันเคยได้เค้าเมื่อไปเมืองนครราชสีมาครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เห็นชอบทอผ้าไหมทางกระรอกกันแทบทุกบ้าน ถามเขาว่าทอกันมากมายเช่นนี้จะขายอย่างไรได้ เขาบอกว่าถึงฤดูแล้งมีพวกพม่ามากว้านซื้อไหมหางกระรอกเอาไปขายในเมืองพม่าทุกปี มาได้ฟังเรื่องหนีภาษีจึงเข้าใจว่าพวกที่ลอบเอาผ้าไหมไทยเข้าไปขายในเมืองพม่า คงเป็นพวกพม่า หรือไทยใหญ่ หาใช่ชาวสยามไม่"


Burmese Lady 18
Century
Burmese Lady with Umbrella 18
Century
ผ้าหางกระรอกอีสาน
ผ้าหางกระรอกนี้ มีชื่อเสียงมานาน สามสี่ปีก่อน ผมเคยไปตระเวนแถบอีสานมาพักหนึ่ง เห็นชุกอยู่แถบสุรินทร์ บุรีรัมย์ แต่สารคามที่เคยขึ้นชื่อ ปรากฏว่าทำน้อยลง โดยเฉพาะไหมหางกระรอก ยิ่งทำน้อยกว่าด้ายอย่างอื่น ปัจจุบันจะพบมากขึ้นก็ไม่ทราบ (ไว้จะถามคุณออตอีกที) ส่วนทางเหนือนั้นไม่เคยเห็น
ผ้าหางกระรอก อาศัยการปั่นด้ายสองสีเข้าด้วยกัน ต้องกำหนดสีที่ผสมกันแล้วสวยงาม และมีช่วงฟั่นเกลียวสม่ำเสมอ การทอแม้จะทอเหมือนด้ายเส้นเดียว แต่ก็ต้องพิถีพิถันมากกว่า เคยเห็นผ้าหางกระรอกรุ่นเก่าๆ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี งดงามมากครับ
ใครไปพม่า จะซื้อหาผ้าก็ดูให้ดีนะครับ อาจจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้ผ้าไหมจากโยเดียอีกหน ;)
เท้าความ
- เที่ยวเมืองพม่า. พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. คลังวิทยา : กรุงเทพฯ, 2517. (หน้า 43-44)
- ภาพจาก http://www.allmyanmar.com/new%20allmyanmar.com/burma.htm
หมายเหตุ
- ภาพไม่เกี่ยวกับเรื่อง อิๆ
สวัสดีค่ะอาจารย์ธ.วัชชัย
สวัสดีครับ อาจารย์ธ.ธ.ธ.ธ.วัชชัย
สบายดีนะครับ ขอบคุณที่ให้ความรู้เพิ่ม ลองเขียนประวัติผ้าทอทางเหนือบ้าง ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ..
แวะมาลงชื่อชมผ้าค่ะ..
เหมือนคนไม่มีรากบอก คิดไม่ถึงว่าจะมีขั้นตอนที่ประณีตมากมายขนาดนั้น กว่าจะได้ผ้าสักผืน คนท้อ อุ๊บ คนทอคงปวดหลังน่าดู ^_^
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
และคุณครูตุ๊กแก 
สวัสดีครับ คุณสิทธิรักษ์
ติดอ่าง...............อิอิ
สวัสดีค่ะพี่ ธ.วัชชัย
สวัสดีครับ
คุณสิทธิรักษ์
สวัสดีครับ
อาจารย์รักษ์
สวัสดีครับ
คุณครูน้องมิม
สวัสดีค่ะ..คุณครู
มี..ดอกลำดวน..มาฝากคุณครูด้วยค่ะ...
ที่บ้าน ศน.อ้วนเองค่ะ..สวยและหอม..
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ คุณกวิน
สวัสดีครับ คุณครูน้องมิม มะขามอ่อน/ครูมิม
สวัสดีครับ อาจารย์วัชราภรณ์ วัตรสุข
สวัสดีครับ ครูข้างถนน
สวัสดีครับ เข้ามาเยื่ยมเพื่อทำความรู้จักครับ ตามประสาคนเหงา เพื่อนน้อย
สวัสดีครับ
คุณ Noppanat Pongwan
สวัสดีครับ
คุณใบไม้ย้อนแสง
สวัสดีค่ะ
* ชอบดูสาวพม่านุ่งซิ่นค่ะ...บริเวณเหน็บพก...เขาสวยนะคะท้าทายดี...ดูเหมือนจะหลุด....แต่แน่นหนาแน่นอน
แวะมาเยี่ยมชมผ้าซิ่นโยเดียด้วยครับ
เห็นข่าวเจอไซโคลนแล้วสงสารชาวพม่านะครับ เจอไปเต็มๆยิ่งกว่าซึนามิ
พ่อบอกว่าเป็นลูกครึ่งพม่า งั้นต้อมก็เป็นลูกเสี้ยวพม่าล่ะสิ อิอิ แต่ความชอบในผ้าคงไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเป็น เป็นความชอบส่วนตัว เพราะคิดว่าผ้าแต่ละผืนสามารถบ่งบอกได้ถึงวัฒนธรรมของชนชาติได้
(ชอบผ้า แต่ไม่รู้เรื่องผ้าเลย T_T)