บทละครเรื่องรามเกียรติ์ : ตอนนางลอย

ทศกัณฐ์ใช้ให้นางเบญจกายซึ่งเป็นธิดาของพิเภกแปลงกายเป็นนางสีดาตายลอยน้ำมาให้พระรามเห็น  คะเนว่าเมื่อพระรามเห็นว่านางสีดาตายแล้วจะได้หมดความคิดที่จะทำสงครามพระรามเมื่อเสด็จมาสรงน้ำเห็นรูปจำแลงก็คร่ำครวญ

บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย  เป็นบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ซึ่งในวงการวรรณศิลป์ถือว่าเป็นกาพย์ที่มีความไพเราะเพราะพริ้ง ทั้งอักขรวิธี และลีลาโวหาร  กาพย์ยานี ๑๑ ตอนนางลอยนี้ มีทางกลอน ที่นักกลอนควรศึกษาไว้เป็นแบบอย่าง ทางการประพันธ์ต่อไป


กาพย์ยานี ๑๑

ดาวเดือนก็เลื่อนลับ แสงทองระยับโพยมหน จวนจวบพระสุริยน จะเยี่ยมยอดยุคนธรฯ สมเด็จพระหริวงศ์ ภุชพงศ์ทิพากร เสด็จลงสรงสาคร กับองค์พระลักษณ์อนุชาฯ เสนาพฤฒามาตย์ โดยพระบาทเสด็จคลา เกือบใกล้จะถึงสา- คเรศที่ท้าวเคยสรงชล ฯ พระเหลือบเล็งชลาสินธุ์ ในวารินทะเลวน เห็นรูปอสุรกล อันกลายแกล้งเป็นสีดาฯ ผวาวิ่งก็หวั่นจิต ไม่ทันคิดก็โศกา กอดแก้วขนิษฐา ฤดีดิ้นลงแดยันฯ พระช้อนเกศขึ้นวางตัก พิศพักตร์แล้วรับขวัญ ยิ่งคิดยิ่งกระสัน ยิ่งโศกเศร้าในวิญญาฯ พิศพื้นศิโรโรตน์ พระองค์โอษฐ์และนัยนา กรแก้มพระกัณฐา ก็แม้นเหมือนสีดาเดียวฯ พิศทรวงและดวงถัน ในเบื้องบั้นพระองค์เรียว ชะรอยรูปสีดาเจียว ประจักษ์แล้วนะอกอาฯ พระเล็งลักษณเกศี- สินีน้องจนบาทา แทบท้าวจะมรณา พินาศแนบพระศพลงฯ พระพิโรธพิไรรัก สลักลั่นพระทรวงทรง กรรแสงสะอื้นองค์ อรอ่อนทอดถอนใจ จึ่งตรัสเรียกเจ้าร่วมรัก พ่อลักษณ์เอยจะทำไฉน เจ้าสีดามาบรรลัย เสียจริงแล้วนะอกอาฯ ใจจิตพี่เพียงขาด พระเยาวราชมามรณา โอ้โอ๋อนุชา อนาถนักประจักษ์ตน พระลักษณ์เล็งลานเทวษ พระชลเนตรเธอหลั่งไหล โศกสองพระภูวนัย พระหฤทัยเธอฟั่นเฟือนฯ พระน้องเอยเสียดายนัก พระวรพักตร์ดังดวงเดือน หาไหนจะได้เหมือน ไม่มีแล้วในโลกีฯ มาดแม้นจะหา ดวง วิเชียรช่วงเท่าคีรี จะหาดวงสุริย์ศรี ก็จะได้ดุจดังใจฯ จะหาโฉมให้เหมือนนุช จนสุดฟ้าสุราลัย ตายแล้วและเกิดใหม่ ไม่ได้เหมือนเจ้านฤมลฯ พระน้องเอยฤาน้อยจิต เจ้าหวนคิดกระหวัดวน ผูกศอให้เสียชนม์ สิ้นชีพแล้วจึ่งลอยมาฯ ฤาทศกัณฐ์มันโกรธ พิโรธเรากระมังหนา ว่าฆ่าโคตรวงศา จึ่งฆ่าพระน้องให้ตายแทนฯ เถิดฤาจะรื้อรบ ตระหลบวิ่งเข้าชิงแดน ฟันเสียให้นับแสน ให้เศียรขาดลงดาษดินฯ พระดาลเดือดและดับได้ กลัวเทพไทจะติฉิน ไฉนหนอพระยุพิน ยุพาพี่จะคืนเป็นฯ พระน้องเอยแต่จากเจ้า ทุกค่ำเช้าและยามเย็น ยามเสวยพี่เคยเห็น ไม่เห็นเจ้าเร้าโศกาฯ จะประมวลเทวษไว้ พระชลนัยน์ที่โหยหา ดินฟ้าและยมนา ไม่เท่าเทียมที่เรียมตรอมฯ ทุกข์ทับบ่เหือดหาย พระวรกายก็ซูบผอม ทุกข์เท่าที่พี่ตรอม แต่ก่อนเก่าบ่เท่าทันฯ อันทุกข์พี่ครั้งนี้ เป็นสุดที่จะรำพัน พ่างเพียงจะอาสัญ พระชนมชีพชีวาฯ สีดาเอยถึงจะตาย จะวอดวายพระชนมา จงเอื้อนโอษฐ์ออกเจรจา จะจากแล้วจงสั่งกันฯ เจ้าชายเนตรดูพี่บ้าง ให้พี่สร่างซึ่งโศกศัลย์ เราจะร่วมพระเพลิงกัน ในเขตขันธ์พระคงคาฯ ถ้าแต่แรกพี่รู้เหตุ ว่าเยาวเรศจะมรณา เมื่อจากอยุธยา จะฝากไว้กับชนนีฯ พี่กับอนุชา จะมาอยู่พนาลี ถ้วนครบสิบสี่ปี จะคืนเข้าพระเวียงชัยฯ สีดาเอยชะรอยกรรม พระเคราะห์นำเข้าดลใจ ห้ามเจ้าสักเท่าใด ไม่ฟังว่าอุตส่าห์ตามฯ ทั้งพระญาติวงศา พระมารดาก็ห้ามปราม ห้ามเจ้ามิฟังความ เจ้าวอนว่าอุตส่าห์เดินฯ ด้วยพี่เป็นเพื่อนยาก แสนลำบากระหกระเหิน ข้ามป่าพนาเดิน คิรีห้วยและเหวธารฯ แค้นด้วยมฤคมาศ ดั่งมัจจุราชมาตามผลาญ ล่อลวงเจ้าดวงมาลย์ สมรพี่ให้พี่จรฯ จึ่งทุกข์ทับอุระเรียม ยิ่งกรมเกรียมให้อาวรณ์ สู้ยกพลากร มาต่อยุทธด้วยอสุราฯ หมดมารพี่ผลาญสรรพ จึ่งจะรับขนิษฐา คืนเข้าอยุธยา บุรีราชเมืองเราฯ ยังมิทันจะผลาญโคตร ให้รากโษสนั้นบางเบา ควรฤาพระนงเยาว์ มาสิ้นชีพเสียกลางคันฯ แม้นเจ้าม้วยในเมืองเรา พระศพเจ้าจะเฉิดฉัน จะโสรจสรงสุคนธ์อัน ตระหลบกลิ่นสุมาลีฯ พระโกศทองจะรองรับ สำหรับราชเทวี เชิญศพขึ้นสู่สี- วิกาแก้วอันเรืองรองฯ เข้าสู่เมรุมาศ อันโอภาศด้วยเทียนทอง แสงเพลิงจะเริงรอง ไปต้องศรีวิสูตรพราย อัจกลับจงกลกลีบ ประทีปทองจะส่องฉาย พู่ห้อยเพดานราย ระรวยรื่นรำเพยลมฯ พระวิสูตรจะวงวัง บัลลังก์ทิพบรรทม รูปภาพจะเคียมคม กินนรฟ้อนอยู่ผาดผัน อีกพระญาติวงศา ก็จะมาประชุมกัน แสนสาวพระกำนัล จะนอบน้อมประนมกรฯ แสงค่ำจะร่ำไห้ วิเวกใจให้อาวรณ์ เสียงสังข์และแตรงอน จะประโคมอยู่ครืนเครงฯ อยุธยาจะเย็นระย่อ ระทดท้ออยู่วังเวง ฝูงราษฎร์จะบรรเลง เมื่อถวายพระเพลิงปอง อนิจจาเจ้าเพื่อนไร้ มาบรรลัยอยู่เอองค์ พี่จะได้สิ่งไรปลง พระศพน้องในหิมวาฯ จะเชิญศพพระเยาวเรศ เข้ายังนิเวศน์อยุธยา ทั้งพระญาติวงศา จะพิโรธพิไรเรียม ว่าพี่พามาเสียชนม์ ในกมลให้กรมเกรียม จะเกลี่ยทรายขึ้นทำเทียม ต่างแท่นทิพบรรทมฯ จะอุ้มองค์ขึ้นต่างโกศ เอาพระโอษฐ์มาระงม ต่างเสียงพระสนม อันร่ำร้องประจำเวรฯ สาครจะต่างเมือง สิงขรเนื่องจะต่างเมรุ มังกรโตกิเลน จะต่างพาหนะยลฯ ดาวเดือนจะต่างเทียน วิเชียรแก้วกลีบจงกล เมฆหมอกในเวหน จะต่างพู่และเพดานฯ พฤกษาจะต่างฉัตร สุวรรณรัตน์อันไพศาล ดอกไม้ในหิมพานต์ จะต่างพุ่มอยู่เรียงราย ฯ ฟากฝั่งมหรรณพ จะวงศพเจ้าโฉมฉาย ต่างศรีวิสูตรสาย สุวรรณรัตน์อันอำไพฯ เสียงคลื่นจะต่างกลอง พิณพาทย์ฆ้องประโคมใน จักจั่นและเรไร จะต่างสังข์และเสภาฯ จะเก็บพรรณไม้หอม มารวมล้อมขึ้นบูชาเชิญศพเจ้าสีดา ขึ้นวางไว้ในเพลิงรุมฯ จะอุ้มองค์กว่าจะม้วย จะตายด้วยเมื่อไฟชุม ร้อนเร่าฤทัยจุม พลราชเธอรำพันฯ แค้นคิดบ่รู้หาย เสียดายทำสงครามขัน ขับเคี่ยวประจำกัน เจียนจะสิ้นลงหลายคราฯ ไม่คิดกายเสียดายรัก กับเจ้าลักษณ์อนุชา คุมพลโยธา มาถมทางในวารฯี หวังจะรับพระนุชคืน ไปชมชื่นในกรุงศรี พี่มาพบแต่ซากผี สีดาพี่น่าน้อยใจฯ เสียแรงรู้พระเวทย์มนต์ ทั้งศรพลอันเกรียงไกร เจ้าสีดามาบรรลัย จะทำศึกไปไยมีฯ คทาธรและศรขรรค์ จะหักหั่นให้ยับยี โยนเข้าเผาอัคคี ให้ม้วยไหม้จะตายตามฯ เจ้าลักษณ์เอยถ้าพี่ม้วย เพราะตายด้วยเจ้าโฉมงาม อย่าคิดแค้นสงคราม จงคืนเข้าอยุธยา แม้นพระแม่ทั้งสาม จะถามถึงพระพี่ยา อีกทั้งเจ้าสีดา อย่าทูลว่าพี่บรรลัย พระชนนีจะสร้อยเศร้า พระญาติเราจะร่ำไห้ จงว่าพี่นี้อยู่ไพร ประพฤติเพศเป็นมุนีฯ สั่งพลางทางพระร่ำ แต่แรกย่ำอรุณศรี จวบจนพระรวี จะบ่ายเบี่ยงลงยอแสง พระกำลังสลดเลือด พระพักตรเผือดลงโรยแรง พระวรกายก็เย็นแสยง สยองเส้นพระโลมาฯ สิ่งเสียงก็สิ้นสั่ง และสิ้นทั้งพระเขลา เหือดแห้งพระกัณฐา พระนัยเนตรก็หลับลง พระเสโท ธ โซมซาบ ก็ไหลอาบพระทรวงทรง เอนแอบพระองค์ลง กับเกศแก้วกุณฑลนางฯ สิ้นโสตพระนาสา พระวาตาก็อับปาง เหลือแต่หัทยางค์ ระริกริกอยู่ริมทรวงฯ ทึกทึกสะท้อนจิต นิ่งสนิทฤดีดวงดังหนึ่งจะสูญทรวง สวรรคตนิคาลัย ฯฯ
____________________________________________________
พ.ณ.ประมวลมารค (ผู้รวบรวม) , สิบสองกวี ,สำนักพิมพ์แพร่พิทยา , พ.ศ. ๒๔๙๘