ติดต่อ

เมื่อน้อยให้หาความรู้ เมื่อใหญ่ให้หาทรัพย์

  หนังสือ "มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ" ของ ดร.ปราชญา กล้าผจัญ   

   ไม่ได้เข้ามาในบันทึกนี้เสียนาน วันนี้ ได้หนังสือ "มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ" ของ ดร.ปราชญา กล้าผจัญ (รศ.) มา 1 เล่ม (ผู้เขียนมอบให้ มูลค่า 150 บาท แต่ผมก็ไม่ได้รับฟรีๆ นะครับ ให้น้ำผึ้งไป 1 ขวด มูลค่า 120 บาทครับ) ภายในมีบทกลอนซึ่งสมัยก่อนผมท่องได้ แต่สมัยนี้ลืมไปแล้วมาให้ได้อ่านกัน

   บทแรกมาจากหนังสือประถม ก กา ตอนหนึ่งเขียนว่า

    เกิดมาเป็นคน   หนังสือเป็นต้น    วิชาหนาเจ้า
หากแม้นไม่รู้   อดสูอายเขา    เพื่อนฝูงเยาะเย้า    ว่าเง่าว่าโง่ 
บางคนเกิดมา   ไม่รู้วิชา   เซอะอยู่จนโต    บ้างเป็นคนโซ 
เที่ยวขอก็มี   ถ้ารู้วิชา    ประเสริฐหนักหนา    ชูหน้าราศี 
จะไปแห่งใด   มีคนปรานี    ยากไร้ไม่มี    สวัสดีมงคล 

   อีกบทหนึ่งเป็นบทอาขยาน ที่ผมเคยท่องได้ตอนเด็ก แต่ลืมไปแล้ว เปรียบเทียบวิชาว่าเหมือนสินค้า และการจะได้สินค้ามานั้นต้องมีความอดทนต่อความยากลำบาก ดังนี้

      วิชาเหมือนสินค้า    อันมีค่าอยู่เมืองไกล 
ต้องยากลำบากไป   จึงจะได้สินค้ามา 
จงตั้งเอากายเจ้า    เป็นสำเภาอันโสภา 
ความเพียรเป็นโยธา    แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ 
นิ้วมือแทนสายระยาง    สองเท้าต่างสมอใหญ่ 
ปากเป็นนายงานไป   อัชฌาสัยเป็นเสบียง 
สติเป็นหางเสือ    ถือท้ายเรือให้ตรงเที่ยง 
ตั้งไว้อย่าให้เอียง    ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา 
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว    ส่องดูแนวโขดหินผา 
เจ้าจงเอาหูตา   เป็นล้าต้าดูแรงลม 
ขี้เกียจคือปลาร้าย   จะทำลายให้เรือจม 
เอาใจเป็นปืนคม    ยิงระดมให้จมไป 

   บทกลอนนี้สอนเปรียบเทียบว่า "ชีวิตคนเราเหมือนสำเภาลำใหญ่ ที่ต้องแล่นออกทะเลใหญ่ไป เพื่อไปหาสินค้า (วิชาความรู้) แต่กว่าจะได้ ก็ต้องมีความมานะพยายามและอดทนอย่างมาก และเราต้องมีสติตั้งมั่น หรือมีความมุ่งมั่นที่จะต้องทำให้สำเร็จ คือ ได้ตัวสินค้ามา (เพื่อจะได้เอามาขาย ให้ได้ทรัพย์สำหรับเลี้ยงชีพในอนาคต) ความขี้เกียจก็คือปลาร้ายหรือมารร้ายที่เป็นศัตรูของความสำเร็จนั่นเอง เราต้องทำลายความขี้เกียจให้ได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรครับ"

   จากบทกลอนข้างต้น คุณแม่สิริ กรินชัย ได้นำมาดัดแปลงและเขียนไว้ในหนังสือชื่อว่า "ธรรมทานของข้าพเจ้า" มีข้อความดังนี้

     
    จงตั้งเอากายเจ้า   เป็นสำเภาอันโสภา 
ความเพียรเป็นโยธา    วิมังสาเป็นเสาใบ 
ฉันทะสายระยาง   จิตตะต่างสมอใหญ่
นายงานนั่นคือใจ    ศึลนั้นใช้ต่างเสบียง 
สติเป็นหางเสือ   ถือท้ายเรือให้ตรงเที่ยง 
สมาธิมิให้เอียง   ลัดเล่นเลี่ยงข้ามคงคา 
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว    ส่องดูแนวหาดหินผา 
ลิ้นจมูกใจกายา   แลหูตาดูทางลม 
ปัญญาอาวุธคม   ไล่ระดมข่มขับไป 
วิชาดุจดวงแก้ว   งามเพริศแพร้วไม่ใกล้ไกล 
หายากพากเพียรไซร้   ก็จะได้ดวงแก้วเอย 
     

สุดท้ายจบด้วย "โคลงโลกนิติ" บทหนึ่งที่ว่า

    ปางน้อยสำเหนียกรู้    เรียนคุณ 
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน   ทรัพย์ไว้ 
เมื่อกลางแก่แสวงบุญ    ธรรมชอบ 
ยามหง่อมทำใดได้   แต่ล้วนอนิจจัง 

"เมื่อน้อยให้หาความรู้ เมื่อใหญ่ให้หาทรัพย์" ก็จบลงด้วยประการฉะนี้

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 17909, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #ขุมความรู้#เก็บมาเล่า#ความมุ่งมั่น#ทรัพย์#วิชา

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (12)

jc
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

เมื่อน้อย ใช้กายาหาทรัพย์

เมื่อชราใช้ทรัพย์หากายา

เป็นอีกสำนวนหนึ่งสำหรับเตือนใจค่ะ

ว่าหากไม่ระวังแล้ว ตอนหนุ่มสาวมัวแต่หาเงินทอง หักโหม อายุมากเข้าก็ต้องเอาเงินเหล่านั้นมารักษาตัวค่ะ

http://gotoknow.org/bridge

 

สมลักษณ์
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 

     ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกของผมครับ คนที่หาทรัพย์มาได้แล้วอย่าลืมเก็บออมไว้รักษาตัวยามชราด้วยนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

Panda
IP: xxx.28.35.2
เขียนเมื่อ 
  • ตามอ่านบันทึกของอาจารย์มาจาก คุณอำนวยBM จนมาถึงที่นี่ ได้เริ่มอ่านบันทึกอาจารย์หลังจากอาจารย์มาประชุมที่ มหาสารคาม เมื่อต้นปี 2549  ในฐานะคนในแวดวงชีววิทยา เหมือนอาจารย์ แต่อยู่สายพืช อยากให้อาจารย์ ช่วยเขียนกระตุ้นให้ นิสิต นักศึกษา สนใจเรียนชีววิทยาให้มากขึ้นด้วยครับ  หาคนเก่งวิชา เก่งคิด และ เก่งเขียน อย่างอาจารย์นั้นหายากครับ 
  • จะคอยอ่านข้อคิดข้อเขียนอาจารย์ต่อไปครับ

 

นนทลี
IP: xxx.152.5.13
เขียนเมื่อ 
ขอมาเก็บเกี่ยวคติความรู้นี้ด้วยคนนะคะ อาจารย์ beeman เป็นข้อคิดที่เก็บเกี่ยวมาได้ตั้งแต่เด็กจริงๆ อาจารย์ไม่พูดขึ้นมา ดิฉันก็ยังไม่นึกถึง พร้อมกับดิฉันก็เป็นลูกศิษย์คุณแม่สิริ (ทางอ้อม) โดยผ่านการเรียนธรรมะ จากอาจารย์นันท์นภัส (เมื่อคราวอบรม นสส. รุ่นที่ 3 ของกรมอนามัย) อ่านแล้วได้ใจไปทำงานต่อเลยค่ะ
IP: xxx.91.113.118
เขียนเมื่อ 

ความเพียร

วิชา

สติ

ปัญญา

อนิจจัง

เรียนท่านอาจารย์ Panda ครับ

  • ขอขอบพระคุณที่มาให้กำลังใจ
  • จุดประสงค์ของ Blog นี้ เพื่อเติมเต็มความรู้ให้กับคนเรียนชีววิทยา เรียนวิทยาศาสตร์ และคนใฝ่หาความรู้ทั้งหลายครับ

เรียนท่านอาจารย์นนทลี

  • เจ้าของบล็อกเพื่อนร่วมทาง
  • ขอขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์แวะมาเยี่ยมผมประจำครับ และบางครั้งก็เอาบันทึกของผมไปเผยแพร่ให้คนที่กรมอนามัยด้วย
  • ขอให้ทุกท่านจงมีพลังสร้างคลังความรู้ให้กับประเทศนะครับ
  • ขอขอบคุณผู้ไม่แสดงตนที่มาเยี่ยมเยียนนะครับ

ชอบบันทึกนี้มากครับอาจารย์

มาถึงยุคนี้น่าจะเป็น เมื่อเล็ก เมื่อโต และเมื่อแก่ ก็ต้องหาความรู้ หาทุนทรัพย์ และหาบุญ แบบคู่ขนาน ไม่ต้องรอให้ถึงวัย เดี่ยวกว่าจะแก่ ไม่ได้ทำบุญเลย มัวแต่หาเงิน กับความรู้ ตายไป พอเกิดมา ก็ต้องมาหาใหม่

5555+

  • มีหลายคนพูดว่า เรียนไปทำไมมากๆ หาเงินไปทำไมมากๆ
  • พอตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้
  • และพอเกิดใหม่ก็มาสะสมความรู้และเงินอีก..โอ้เหนื่อยอีกแล้ว
  • ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
น้องนิว คุคิมุมิอุอิ
IP: xxx.109.123.7
เขียนเมื่อ 

แล้วความเด่นของมันคืออะไรหรอคะพี่ชาย

อายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี ให้แสวงหา "ทักษะการเรียนรู้" หรือ "Learning Skill" อายุเกินกว่านั้น ให้หาทรัพย์เพื่อการดำรงชีพ