ก่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญ

หลังขึ้นไปรอเซ็นสัญญาที่กรุงเทพฯ ผมเปลี่ยนใจหลังจากไตร่ตรองอยู่หนึ่งคืน บอกน้องชายว่าอยาก

กลับไปอยู่บ้านซักพัก ไม่ได้บอกเหตุผลจริงๆที่ตัดสินใจไม่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะในใจเอง ก็ไม่ได้

อยากฟังข่าวร้าย เมื่อผลการตรวจชิ้นเนื้อออกมา ในอีกไม่กี่วันนี้ ผมกลับมาถึงบ้านอีกสองวันก็ ไปตาม

นัดหมอ ผมไม่รู้ว่าในระหว่างที่รอพบหมอ ในใจท่านคิดอะไรอยู่ แต่หากมองจากภายนอก ท่านไม่ได้

แสดงออก ยังดูเหมือนการมาตรวจร่างกายธรรมดา เราเข้าไปในห้องหมอทั้งสามคน บรรยากาศตอนนั้น

มันบอกไม่ถูกจริงๆ หมอพยายามพูดเพื่อให้พวกเราสบายใจต่างๆนานา บอกแต่เพียงว่าแม่เป็นเนื้องอก

ในปอด ผมว่าพ่อก็คงรู้เหมือนๆกับผมว่าหมอหมายความอย่างไร ตั้งแต่ช่วงมอต้น ผมไม่ค่อยได้

แสดงออกว่ารักแม่ซักเท่าไหร่ ออกจะรู้สึกเขินๆ อาจเพราะด้วยความที่เป็นลูกชาย ตอนนั้นรู้สึกอยาก

กอดท่านมาก แต่ก็ได้แต่กุมมือท่านไว้ หลังจากฟังหมอ อธิบายถึงแผนการรักษาเราก็กลับบ้าน หมอนัด

อีกครั้งวันจันทร์ถัดไป แต่รอบหน้าก็ยังมีเรื่องให้กังวลอีกว่าระยะของโรคนั้น อยู่ในระยะกระจายหรือยัง

เพราะหมอท่านว่าถ้ายังไม่กระจายก็สามารถทำการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกได้ ในระหว่างอาทิตย์นั้นผม

พยามยามหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคร้ายนี้ให้มากที่สุด ทั้งจากการสอบถามรุ่นพี่คนหนึ่งที่ขณะนั้นเป็นนัก

ศึกษาแพทย์อยู่ที่เชียงใหม่ ทั้งจากการอ่านหนังสือ และค้นจากอินเทอร์เน็ตซึ่งก็ได้ข้อมูลที่เป็น

ประโยชน์หลายๆอย่าง ซึ่งทางเลือที่ดีที่สุดตอนนี้คือ ผ่าตัด แต่ถ้าโชคร้าย ก็คงทำเคมีบำบัด เท่าที่รู้

ตอนนั้น ทราบว่าถ้าเป็นการให้ยาเคมีบำบัด นั้นการผสมสัดส่วนของตัวยาก็ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้

แต่ละคน ซึ่งเปอร์เซ็นต์การตอบสนองของโรคต่อตัวยา ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะได้ผลแค่ไหน แล้ว

ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญ.........