โรงเรียนควรมีแนวคิดในการ Benchmarking เพื่อการยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

.....วันที่ 26 เมษายน 2551 ผมได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายให้กับกลุ่มโรงเรียนเทศบาลและโรงเรียนเอกชน ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเรื่อง "การพัฒนาโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ"  ในขณะพักกลางวัน วิทยากรท่านหนึ่งกล่าวว่า "สมศ.ทำให้โรงเรียนเฉื่อย กล่าว คือ หลังจาก ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สมศ.แล้ว ก็จะเฉื่อยไป 4 ปี หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ ทำให้โรงเรียนหยุดการพัฒนา"   ท่านผู้อ่าน ฟังแล้วรู้สึกอย่างไรครับ  ท่านเห็นด้วยกับวิทยากรท่านนั้นหรือไม่   สำหรับผมเอง ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ และเห็นว่าเป็นความเข้าใจผิดของผู้พูดมากกว่า.... หาก สมศ.เป็นแพทย์ที่มีหน้าที่ตรวจสุขภาพของเด็ก หลังจากตรวจเสร็จก็ออกใบรับรองแพทย์ว่า "สุขภาพแขงแรง"  หลังจากแพทย์รับรองแล้ว เด็กคนนี้จึงไม่ดูแลสุขภาพหรือไม่ออกกำลังกายอีกต่อไป(เพราะเห็นว่าสุขภาพแข็งแรงแล้ว ตามในรับรองของแพทย์) ท่านว่า "เด็กคนนี้(หมายถึงโรงเรียน) ทำถูกต้องแล้วหรือ"  แล้ว พ่อของเด็กคนนี้ล่ะ(ผมหมายถึงเขตพื้นที่การศึกษา หรือต้นสังกัด)จะไม่เตือนให้ลูกดูแลสุขภาพหรือสร้างเสริมความแข็งแรงของร่างกาย หรือพัฒนาร่างกายให้เติบโต-แข็งแรงยิ่งขึ้นหรือ  การที่พ่อปล่อยเช่นนี้ เป็นความบกพร่องของพ่อ หรือไม่...ผมคิดว่า การที่เด็กไม่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและเติบโตยิ่งขึ้น ควรถือเป็นความผิดของเด็ก(โรงเรียน)และพ่อของเด็ก(เขตพื้นที่หรือต้นสังกัด) มากกว่าการไปกล่าวโทษแพทย์ที่ตรวจสุขภาพ (ในความคิดของผม สมศ.ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจภาวะสุขภาพของโรงเรียน)

.....ผมได้เขียนวิจารณ์เรื่องการเฉยเมยของโรงเรียน หรือต้นสังกัด หลังจากผ่านการประเมินจาก สมศ.มาแล้ว ในบล๊อก "แนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน/สถานศึกษา" โดยชี้ให้เห็นว่า หลังจากได้รับการประเมินจาก สมศ.โรงเรียนมักจะเฉยเมย ไม่ได้วางแผนพัฒนาแบบทันทีทันใด เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศ สำหรับโรงเรียนที่ได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับ "ดีมาก"   หรือก้าวสู่ "ระดับดีมาก" สำหรับโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน "ระดับดี" ฯลฯ ...ทุกโรงเรียนควรวางแผนพัฒนาตนเองให้พัฒนาหรือก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้งอยู่กับที่  และเขตพื้นที่การศึกษา(ในฐานะพ่อ) จะต้องดูแลให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง(ต่อเนื่อง แปลว่า ไม่มีช่วงหยุดยั้งอยู่กับที่)  เราจะต้องเรียนรู้เรื่อง Benchmarking-การเทียบเคียงและเลียนแบบ เพื่อการพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้ามากขึ้นเป็นลำดับ   ถ้าเรามีคุณภาพในระดับ"ดีมาก" ในขั้นต่อไป เราจะต้องเตรียมการพัฒนาโรงเรียนให้มีความเป็นเลิศอยู่ใน 20 อันดับแรกของประเทศไทย  หากเราทำได้ เราก็จะต้องตั้งเป้าต่อไปว่า "จะต้องติดใน 5 อันดับแรกของประเทศไทยให้ได้"  หากทำได้อีก(ตามตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือ) เราอาจตั้งเป้าใหม่ว่า "เราจะต้องพัฒนาโรงเรียนให้มีความเป็นสากล ติดใน 10 อันดับแรกของเอเชีย"...หากคิดได้เช่นนี้ เราคือนักพัฒนามืออาชีพ..แล้วโรงเรียนก็จะไม่หยุดยั้งอยู่กับที่