ศีลข้อ 4 หลักประกันสังคม คือ การเข้าสังคมอย่างไรให้ได้รับเกียรติ
สูงสุดในสังคม ตรงนี้พระพุทธองค์ทรงวางหลักไว้ให้แล้ว คือ กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 สรุปรวมเป็นประเด็นได้ว่าเราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสังคมไหนก็ตาม
ตัวอย่างเช่น
มีกัลยาณธรรมคนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปีเกษียณอายุจากการทำงานมาแล้ว อดีตเคยเป็นหัวหน้าในสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง เขาเป็นอาสาสมัครมาช่วยงานของมูลนิธิที่วัด เขากับแสดงตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าข้าวทุกสิ่งทุกอย่าง สาเหตุที่เป็นแบบนี้ อาจเป็นเพราะได้รับเกียรติจากหัวหน้าหน่วยงานมากเกินไปจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เข้ากับคนอื่นได้ยาก สังเกตจากพฤติกรรมการทานข้าวหรือร่วมวงทำกิจกรรมกับผู้อื่น มักแยกวงออกมาโดดเดี่ยว และมีนิสัยชอบเหน็บแนมผู้อื่นอยู่ตลอด ไม่เว้นแม้แต่การแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อกับพระเจ้า
ช่วงสนทนาพาที
1. เคยถามเขาว่าอยู่เมืองไทยเคยไปทำบุญไหม ?
เขาตอบว่าเขาไม่ชอบไปเลย เพราะคิดว่าพระไม่ดี
2.อาตมาก็ถามว่าทำไมการทำบุญของโยมจึงคิดแบบนี้เล่า !
“ทำไมไม่คิดและปฏิบัติตนตามหลักของความเป็นพุทธมามะกะที่ดีล่ะ ” เหตุผลแค่นี้หรือที่เรียกตนเองว่าเป็น ชาวพุทธ นี่หรือคือพุทธแท้ท่าน!
ตัวอย่างสำหรับชาวอินเดีย
ถ้าเราจะถามว่าคนอินเดียเขามีคนนับถือพุทธกี่เปอร์เซ็นต์ ขอตอบได้เลยว่าแทบจะไม่ถึง 1% แต่ถ้าถามว่าการเชื่อถือแล้วละก็บอกเลยว่ากินขาด คือ แทบจะทั้งประเทศที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ครับท่านทั้งหลาย
บางท่านอาจสงสัยว่ามันจะจริงหรือครับพระคุณเจ้า ?
อาตมาขอตอบว่าจริงพันเปอร์เซนเลยทีเดียวแม้แต่คนต่างศาสนายังไหว้พระ
ตัวอย่าง
ท่านA.PJ. อับดุลกลัม ในฐานะอดีตประธานาธิบดีของอินเดีย ซึ่งได้มาไหว้พระ ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งเขาเป็นคนต่างศาสนา ต่างเชื้อชาติ

สาเหตุ ที่เขามาไหว้พระ เพราะเขาเชื่อถือในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เป็นยอดพระบรมครูชั้นเอกของโลก ครับท่านเอ๋ย
แถมเขายังมานำให้พระสงฆ์ไทยกล่าวคำว่า พุทธํ สรณํ คัจฉามิ
ธัมมํ สรณํ คัจฉามิ และ สังฆํ สรณํ คัจฉามิ ตามเขาด้วย ซึ่งต่างจากคนบางกลุ่มที่เกิดมาเป็นพุทธ แต่ไม่เข้าใจเรื่องของพุทธที่แท้จริงเลย จึงมีเจตนามองไปในทางเสื่อม คนที่เสื่อมไม่ใช่ใครอื่นเลยล้วนแต่มาจากความคิดของตนเองทั้งสิ้น
นี่แหละ ! ครับท่านคนอินเดียเขาจึงไม่เคยถูกชาติใดๆเลยที่จะมีความสามารถมากลืมกินเอาสิ่งดีๆออกไปจากใจพวกเขาได้
นะมัสการครับ
เป็นภาพที่ดีที่สุดภาพหนึ่งของ 2 ประเทศ
และชาวโลกครับ
ผมได้คุยกับชาวซิกห์อินเดียคนหนึ่ง เป็นนักหนังสือพิมพ์ไปอยู่สหรัฐ มานาน โดยเจอกันในงานเปิดตัวหนังสือ
เขาบอกว่าสิ่งที่ซิกห์นับถือ คือ
ทุกอย่างคือหนึ่งเดียว
หนึ่งเดียวคือทุกอย่าง
ลึกซึ้งนะครับ
สาธุกับบันทึกและภาพครับ
นะมัสการ
จากใจผู้เขียน ;วันนี้เป็นชุดต่อเนื่องในเรื่องของเครื่องมือวัดคุณภาพมนุษย์(ศีลข้อ 4)
" ได้กลับมาพบกับท่านผู้อ่านอีกเช่นเคย "
สิ่งเหล่านี้อาตมาขอมอบเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อย จาก ค่าข้าว ค่าน้ำ ของญาติโยมผู้ได้เคยตักบาตรให้อาตมาและสนใจในธรรมทุกๆท่านด้วย
เจริญพร.....
เจริญพร : ท่านพลเดช วรฉัตร
ตอนนี้อาตมาอยู่ในช่วงกำลังรวบรวมข้อมูลจากที่ท่านสนใจอยู่ครับ แต่ขณะนี้ต้องขอเอาเรื่องศีล ที่เป็นสิ่งสุดยอดของนักปฏิบัติธรรมได้ศึกษาก่อน
ตอนนี้กำลังเหลือศีลข้อที่5 ครับที่จะต้องเอาลงเว็บเร็วๆนี้
เจริญพร : ท่านอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง
อาตมาสบายดีเจริญพร อาตมาขอขอบคุณโยมอาจารย์มากเลยที่ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นกัลยาณมิตรกัน
อย่างไรโยมอาจารย์ช่วยวิจารณ์งานเขียนของอาตมาด้วยนะครับ ที่อาตมากล่าวอย่างนี้ เพราะอาตมาได้ยินข่าวจากเพื่อนสมาชิกใน gotoKnow ต่างกล่าวขานกันว่า ถ้าลองอาจารย์ได้วิจารณ์งานเขียนของท่านใด
แสดงว่าของท่านนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน
ดังนั้นอาตมาจึงมีความประสงค์เช่นนั้นบ้าง......
เจริญพร ขอให้โยมอาจารย์มีสุขภาพอนามัยแข็งแรงตลอดกาลเทอญ