ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กังเตียร์ ซุงแกง (Dr. Ganthier Zunguin) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยโอปาล โกสต์ ดุงเคิร์ค ฝรั่งเศส ทำการศึกษาในเด็กผู้ชายอายุ 12 ปี โดยเลือกเด็กผอม 15 คน เด็กอ้วน 15 คนมาทำการศึกษา

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การลดความอ้วนที่ได้ผลแบบยั่งยืนหน่อยใช้การควบคุมอาหาร และการออกแรง-ออกกำลังร่วมกัน

วันนี้มีผลการศึกษาที่บ่งชี้ว่า การออกแรง-ออกกำลังเพื่อลดความอ้วนนั้น... ถ้าเลือกชนิดที่เบาหน่อย และทำบ่อยๆ ดูจะได้ผลดีกว่าการออกแรง-ออกกำลังแบบหนักรวดเดียวจบ

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กังเตียร์ ซุงแกง (Dr. Ganthier Zunguin) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยโอปาล โกสต์ ดุงเคิร์ค ฝรั่งเศส ทำการศึกษาในเด็กผู้ชายอายุ 12 ปี โดยเลือกเด็กผอม 15 คน เด็กอ้วน 15 คนมาทำการศึกษา

การศึกษานี้ทำโดยให้เด็กๆ ถีบจักรยานออกกำลังอยู่กับที่ วัดปริมาณแก๊สออกซิเจนที่ร่างกายใช้ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งร่างกายหายใจออกมา เพื่อวัดระดับของการออกกำลัง

...

ผลการศึกษาพบว่า เมื่อให้ออกกำลังเบาๆ... เด็กผอมกับเด็กอ้วนเผาผลาญกำลังงาน (แคลอรี) ได้พอๆ กัน

ทว่า... เมื่อให้ออกกำลังหนักขึ้นเรื่อยๆ... เด็กผอมจะเผาผลาญกำลังงาน (แคลอรี) ได้มากกว่าเด็กอ้วน

...

เมื่อคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วพบว่า เด็กอ้วนจะเผาผลาญกำลังงาน (แคลอรี) ได้มากที่สุดเมื่อให้ออกกำลังแบบเบาๆ หน่อย และบ่อยๆ ครั้ง

อาจารย์ซุงแกงสันนิษฐานว่า คนที่อ้วนอาจจะมีสัดส่วนของเส้นใยกล้ามเนื้อไม่เหมือนกับคนผอม

...

คนเรามีเส้นใยกล้ามเนื้อ 2 ประเภทได้แก่ เส้นใยชนิดหดตัวเร็ว (fast-twitch) และเส้นใยชนิดหดตัวช้า (slow-twitch)

  • เส้นใยชนิดหดตัวเร็ว > ใช้แหล่งพลังงานหลักจากน้ำตาล ทำให้มีแรงดี ทว่า... ออกแรงได้ไม่นานก็หมดแรง
  • เส้นใยชนิดหดตัวช้า > ใช้แหล่งพลังงานหลักจากไขมัน ทำให้มีแรงปานกลาง ทว่า... ออกแรงได้นาน

...

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ และเลือกชนิดของเส้นใยกล้ามเนื้อไม่ได้ด้วย คนที่มีเส้นใยชนิดหดตัวเร็วมากหน่อย... มีแนวโน้มจะเล่นกีฬาประเภท "ออกแรงมากๆ ในช่วงสั้นๆ" เช่น ทุ่มน้ำหนัก วิ่งระยะสั้น ฯลฯ ได้ดี

คนที่มีเส้นใยชนิดหดตัวช้ามากหน่อย... มีแนวโน้มจะเล่นกีฬาประเภท "ออกแรงปานกลาง นานๆ" เช่น วิ่งระยะไกล เดินระยะไกล ฯลฯ ได้ดี

...

อาจารย์ซุงแกงสันนิษฐานว่า

  • กล้ามเนื้อคนอ้วนน่าจะมีเส้นใยชนิดหดตัวเร็วอยู่มาก ทำให้เหนื่อยเร็ว
  • กล้ามเนื้อคนผอมน่าจะมีเส้นใยชนิดหดตัวช้าอยู่มาก ทำให้เหนื่อยช้า

...

ผู้เขียนขอสันนิษฐานว่า คนอ้วนส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะออกแรง-ออกกำลังน้อยกว่าคนผอม

เมื่อออกแรง-ออกกำลังน้อยกว่า จึงทำให้ระดับความแข็งแรงเฉลี่ยน้อยกว่าคนผอม

...

ข่าวดีคือ การออกแรง-ออกกำลังประเภทแรงปานกลางให้นานหน่อยมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

เมื่อคนอ้วนหมั่นออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ร่างกายจะเกิดการเรียนรู้ และปรับตัว หันไปใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ ทำให้ไม่ค่อยเหนื่อยเร็วเหมือนช่วงแรกที่เริ่มออกแรง-ออกกำลัง

...

คนที่อ้วน หรืออ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง) ควรออกแรง-ออกกำลังสะสม โดยเน้นการเดิน และเดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส แล้วนำเวลามารวมกัน

วันหนึ่งควรออกแรง-ออกกำลังให้ได้ 60 นาทีขึ้นไปจึงจะต้านโรคอ้วนได้สำเร็จ การออกแรง-ออกกำลังนี้... ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นหักโหม ทำอะไรพรวดพราดในคราวเดียว

...

ตอนแรกอาจจะเริ่มด้วยการเดินคราวละ 10 นาที บวกกับเวลาทำงานอื่นๆ เช่น ล้างรถ ซักผ้า ถูพื้น เดินเล่น ล้างจาน ฯลฯ พยายามเลิกใช้รีโมตคอนโทรลเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ เดินไปเปลี่ยนช่องแทน

เมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ค่อยๆ เดินให้เร็วขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้น อย่างนี้สุขภาพจะค่อยๆ ดีขึ้นได้ทีละน้อย

...

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การเดินและการขึ้นลงบันไดตามโอกาสมีส่วนช่วยให้การลดความอ้วนสำเร็จได้ เมื่อทำเป็นประจำร่วมกับการควบคุมอาหาร

ยิ่งถ้าออกแรง-ออกกำลังอย่างอื่นเสริมเข้าไปด้วย เช่น ออกกำลังต้านแรง (เช่น ยกน้ำหนัก ออกกำลังในโรงยิม ฯลฯ) ไทเกก-ไทชิ ฯลฯ ยิ่งดี จุดสำคัญอยู่ที่ลดความอ้วนให้เรามีความสุขพอสมควร อย่าลดแบบที่เรามีความทุกข์ระทมอยู่ร่ำไป

...

การออกแรง-ออกกำลังแบบหนักๆ + ไม่นาน โดยเฉพาะถ้าใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาทีมีแนวโน้มจะใช้แป้งและน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ทำให้เหนื่อยเร็ว+หิวเร็ว

ทีนี้ถ้าออกกำลังนานกว่า 10 นาที ร่างกายมีแนวโน้มจะใช้แป้งและน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลักน้อยลง และใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักเพิ่มขึ้น ทำให้เหนื่อยช้า+หิวไม่มากนัก

...

การออกแรง-ออกกำลัง เพื่อเผาผลาญไขมันนั้น ไม่จำเป็นต้องออกแรง-ออกกำลังรวดเดียวนานๆ แบ่งทำเป็นช่วงๆ เช่น ช่วงละ 10 นาที ฯลฯ นำเวลามารวมกันให้ได้วันละ 30-60 นาทีขึ้นไปก็ได้

อย่าลืมว่า การออกแรง-ออกกำลังแม้จะดูน้อย เช่น แทนที่จะนั่งนานๆ หันมาลุกยืนขึ้น-นั่งลงที่เก้าอี้สัก 10 ครั้ง หายใจเข้าออกแรงๆ สัก 3 รอบ บิดขี้เกียจไปมาอีกหน่อย แล้วเดินอีก 5-10 นาที ฯลฯ ทำแบบนี้ทุกๆ 2 ชั่วโมงก็ช่วยได้มาก 

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 

ที่มา                                                  

  • Thank Reuters > Low impact exercise helps obese boys burn more fat > [ Click ] > April 9, 2008. / British Journal of Sports Medicine. April 1, 2008.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 23 เมษายน 2551.