ทฤษฎีสองสูงหมายถึง.....สูงที่หนึ่ง คือรายได้สูง สูงที่สองคือค่าครองชีพสูง เป็นสิ่งที่ดี ต้องมี ให้คล้อยตามกัน บ้านเมืองจะได้ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย ประชากรอยู่ได้อย่างมีความสุข

ฟังวิทยุในตอนเช้าขณะที่ขับรถไปสัมมนา  ผู้จัดรายการกล่าวว่า......ทฤษฎีสองสูง.....

ครูอ้อยตั้งใจฟังอีก  ก็ได้ยินอย่างนี้  ทฤษฎีสองสูง...ซึ่งกล่าวโดย.....  ครูอ้อยจำชื่อไม่ได้ค่ะ  แต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นี่ล่ะค่ะ  ขออภัยจำไม่ได้จริงๆ  แต่ข้อมูลเป็นความจริง 

ทฤษฎีสองสูงหมายถึง.....สูงที่หนึ่ง คือรายได้สูง  สูงที่สองคือค่าครองชีพสูง   เป็นสิ่งที่ดี  ต้องมี  ให้คล้อยตามกัน  บ้านเมืองจะได้ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย  ประชากรอยู่ได้อย่างมีความสุข 

ครูอ้อยถูกฝึกให้ฟังแล้วคิด  คิดแล้วนำมาใช้  ซึ่งเลือกที่ใช้ได้กับชีวิตของเรา 

การเป็นครูของครูอ้อยและครูโดยทั่วไปไม่ได้มีทฤษฎีสองสูงนี้เลย  หรือว่า...ทฤษฎีสองสูงนี้นำมาใช้กับหลักเศรษฐศาสตร์  ไม่เกี่ยวกับการศึกษาเลยหรือ.....คงไม่ใช่สิน่า  เพราะ  ครู....เป็น....คนที่ต้องใช้ ต้องจ่าย ต้องกิน  มีค่าครองชีพ  และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีคุณค่า

มิน่าเล่า  ครู  ถึงได้เป็นหนี้เป็นสินมากมาย  จนเป็นปัญหาให้สังคมได้ติเตียนครูกันนักหนา  ไม่ได้ยกย่องเชิดชู  หรือมีเกียรติเหมือนชาติอื่นๆที่เขาพัฒนากันแล้ว 

กระนั้น  สังคมคาดหวังไว้ว่า.....ครูเป็นปูชนียบุคคล   ต้องกระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี  ที่ควรเคารพแก่ลูกศิษย์  และบุคคลทั่วไป 

จะเกี่ยวข้องกันไหม ระหว่าง  ทฤษฎีสองสูงกับความคาดหวังที่มีต่อครูในสังคม  

เพราะอะไร.....  ชีวิตของครูจำนวนไม่น้อยที่ตกต่ำ  และพยายามที่จะยกระดับของตนเองเสมอ ที่เรียกว่า...พัฒนา 

ซึ่งผิดด้วยหรือที่ครูจะต้องทำอย่างนั้น  ในเมื่อ  ครูไม่มีทฤษฎีสองสูงที่จะนำพา.....แต่ก็ไม่ได้นำพา 

ไม่ได้ว่าเลย...กับการที่ครูสอนพิเศษเพื่อหาเลี้ยงชีพ  หากไม่ได้ทิ้งหรือเตะถ่วงในชั่วโมงสอนจริง 

ไม่ได้ว่าเลย...กับการที่ครูต้องมานั่งทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับ  หากไม่ได้ทิ้งความรับผิดชอบในชั่วโมงสอนจริง 

ไม่ได้ว่าเลย...กับการที่ครูต้อง..อะไร..อะไร  เพื่อตนเอง  หากไม่ได้ละทิ้งหรือ ละเมิดจรรยาบรรณครู 

เพราะสังคมได้คาดหวังไว้เช่นนั้น ..คาดหวังให้ครูควรอยู่บนฐานแห่งความดีความงาม

แต่ สังคมไม่ได้เหลียวแลครูมากนักกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

*****

 

ความคาดหวังของสังคม  จุดหนึ่งของความเสื่อมโทรมในสังคม  นั่นคือ..สภาพจิตใจ  ที่สามารถควบคุมร่างกายของคนได้  ปัจจุบัน  สภาพจิตใจ  หรือ จิตใจของคนเรา  ไม่ได้สูงหรือดีเลย  คนเรามีเจตนาที่ไม่ดี  ไม่มีธรรม  ไม่มีศีล  หรือข้อปฏิบัติ 

คาดหวังแต่ในสิ่งที่ดีที่งาม 

ออกกฏ ระเบียบในสิ่งที่ดี  แต่...ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบเหล่านั้นเลย 

กลับจะ...แหกคอก  ออกนอกกรอบที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่ละอายเกรงกลัวต่อบาป...เหมือนกับการบอกได้ว่า...ท่านเป็นพุทธศาสนิกชน  นับถือศาสนาพุทธ  แต่ท่าน...ไม่ได้มีข้อปฏิบัติ ของศาสนาของท่านเลย 

ความคาดหวังของสังคม ของครู ของศาสนา  ไม่ผิดแผกแตกต่างกันเลย 

ทฤษฎีสองสูง.....ไม่ได้ถูกนำมาคิดใช้ 

ความคาดหวังที่ดี.....ต่อครูของคนในสังคมยังคงมีในจิตใจของคนในสังคมต่อไป

และไม่ได้ให้อะไรกับครูมากมายนัก...เพราะสังคมอีกน่ะล่ะที่ได้กำหนดให้ครูเป็นผู้เสียสละ อุทิศ และรักบ้านเมืองประเทศชาติ...ไงล่ะ