คืนนี้ผมตั้งใจจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่ก็ตื่นมาตอน ตีหนึ่งกว่าๆจะนอนต่อก็นอนไม่หลับ เพราะผมคิดมากกับการทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งร้องให้เพราะคำพูดของตัวเอง ผมเองเป็นคนตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน ผมพูดอย่างไรก็ทำอย่างที่พูดไว้  การพูดตรงเกินไปบางทีก็ทำให้เกิดสิ่งไม่ดีตามมา ในความรู้สึกของผู้ฟัง....ผมพูดเอาใจใครไม่เป็นโดยเฉพาะพูดเอาใจผู้หญิง ผู้หญิงผมถือว่าบุคคลเพศเดียวกับแม่ซึ่งผมให้เกียรติทุกคนเท่ากับแม่ผม การทำร้าย ดูถูกเหยียบหยามผู้หญิงก็เท่ากับว่าผมทำร้ายเพศเดียวกับแม่  ตั้งแต่เกิดมาผมจำได้ว่า ทำให้ผู้หญิงร้องให้ 2 คน 

         คนแรกที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งร้องให้คือแม่ผมเอง ผมจำได้ว่า วันที่  19  มีนาคม 2539  ผมทำให้แม่ร้องให้ ตอนที่หมอทำขวัญนาค ก่อนที่จะอุปสมบท เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา อาจเป็นเพราะแม่มีความปราบปลื้มปีติที่ลูกชายได้บวช แม่ ถึงกับน้ำตาไหล ที่เห็นลูกชาย คนแรก ในบรรดาลูกชาย 6 คน ได้เข้าสู่ร่มกาสาวภัต เป็นภาพที่ติดตาติดใจผมอยู่เสมอมา

           คนที่สอง ไม่นานมานี้เอง ทำให้ผู้หญิงคนที่ผมรักมากที่สุด รองจากพ่อกับแม่ เธอ เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจ ให้กับผมในยามทำงาน ให้คำปรึกษา ให้กำลังใจยามท้อแท้ เหงา เศร้า ผมเองก็เป็นห่วงเขา เป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนที่ดี ตอบแทนเขาเสมอมา ถึงแม้เราไม่อาจจะเป็นคนรักกันได้ก็ตาม เพราะความเป็นห่วง รักและหวังดีกับเขามาก จึงทำให้คำพูด บางคำพูดที่ผมมีนิสัยพูดตรงไปตรงมานั้น ไปกระทบความรู้สึก อันเปราะบาง จึงทำให้เธอร้องให้  แต่สิ่งที่พูดออกมานั้นเพราะว่า  รักเธอมาก  เป็นเหตุผลเดียวที่พูดสิ่งเหล่านั้นออกไป  ผมจึงเกิดความรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดออกไป ที่มันไม่อาจหวนกลับคืนมาแก้ไขคำพูดนั้นได้ ทำได้เพียงขอโทษ และเสียใจกับคำพูดของตัวเอง ตอนนี้ผมมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นจำเลย พร้อมที่จะได้รับโทษที่ตัวเองก่อไว้ และคิดว่าตัวเองไม่สมควรที่จะเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจทีดีให้กับเธออีกต่อไป