วันนี้ มีการประชุมคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธาน วาระหนึ่งที่สำคัญก็คือ การให้ความเห็นชอบต่องร่างกฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบบริการสาธารณสุข ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้แตกต่างจากร่างเดิมที่กระทรวงสาธารณสุขเคยยกร่างไว้ โดยได้เพิ่มมาตรการและกลไกเชิงป้องกัน ไกล่เกลี่ยและเยียวยา ซึ่งครอบคลุมมาตรการทั้งก่อนเกิดเหตุและภายหลังการเกิดเหตุ
กฎหมายได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมา ๑ คณะ ทำหน้าที่ด้านนโยบาย มีอนุกรรมการ ๓ คณะ ทั้ง การรับเรื่อง พิจารณาเงินช่วยเหลือ และที่สำคัญก็คืออนุกรรมการด้านการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มีสำนักงานที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการ มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับการดำเนินงานทั้งรุกและรับทั้งระบบ
ต้องบอกว่ากว่าจะออกผลได้ตามข้างต้น ได้มีการทำงานเชิงวิชาการมาอย่างหนัก มีการวิเคราะห์สาเหตุและทางออกที่เป็นระบบ จนตกผลึกและออกมาเป็นร่างกฎหมายตามที่เล่ามา
ต้องคิดต่อว่าขั้นตอนต่อไป จะทำอย่างไรดี จึงจะทำให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้เพื่อแก้ปัญหาของสังคมที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จนมีข่าวว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจที่จะเลือกเรียนหมอแต่หันไปเรียนเป็นทนายความกันหมด
คิดไม่ออกเหมือนกันว่าสังคมจะเป็นอย่างไร ถ้าสังคมไม่มีหมอ
สวัสดีครับคุณวิสุทธิ
ขอร่วมแสดงความคิดเห็น ในประโยคที่ทิ้งทายไว้ ว่า ถ้าสังคมไม่มีหมอ จะเป็นอย่างไรผมเองก็คิดไม่ออก เพราะว่าขนาดไม่เจ็บป่วยยังต้องนึกถึงหมอ มีหมอที่ชาวบ้านเขาเคยพบเป็นหมอใจร้าย เขาว่า สู้ให้ตายอยู่ที่บ้านจะดีกว่า เราเคยได้ยินชาวบ้านพูดทำนองนี้ เป็นเหตุให้สอบถามต่อว่า หมอใจร้าย เขาว่า หมอพูดไม่ดี (ไร้มนุษย์สัมพันธ์) พูดจาท้าทาย ดูถูกดูแคลน นักเลง ฯลฯ ทำให้เราต้องพูดกับเขาว่า หมอก็เป็นคนธรรมดา มีรัก โลภ โกรธ หลง มีอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักหมอคนนั้น แต่ต้องพูดแก้แทนให้ เพราะเราคำนึงอยู่เสมอว่า กว่าจะสำเร็จเป็นหมอ ๆ นี่ไม่ธรรมดา ต้องเป็นคนฉลาดไม่เช่นนั้นไม่ผ่าด่านมาเป็นหมอได้แน่
พูดถึงการฟ้องร้องกันนั้น คิดแบบง่าย ๆ คงไม่มีคนธรรมดา มีความอยากไปทะเลาะหรือหาเรื่องผู้รู้ ผู้อยู่ในฐานะที่เป็นที่เคารพศรัทธา และเป็นที่คาดหวัง ที่อยู่ในสถาบันที่พี่น้องพวกเขาต้องฝากผี ฝากไข้ ฝากชีวิตให้หมอได้กรุณาดูแล แต่แวดวงหมอ ประกอบด้วยบุคคลหลายวิชาชีพ ข้อมูลที่หลุดออกมาว่า หมอไม่ได้เรื่องล้วนมาจากคนในและที่สำคัญความในจะไม่ให้ชาวบ้านไม่เชื่อนั้นหรือยาก เมื่อเชื่อข้อมูลเลยต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเสียหายในทางการแพทย์ เสนอแนะมาเท่านี่ก่อนครับแล้วจะเขียนมาอีก
สวัสดีคะ
ดีใจนะคะ ที่ได้ เห็นเรื่องราวอย่างนี้ และ ก็กังวลใจ ในเรื่องที่เด็กรุ่นใหม่ไม่กล้าเรียนหม หันมาหนใจทนายความมากกว่า มันสื่อให้เราเห็นสิ่งที่หน้ากลัว ข้างหน้า คะ เกรงจะ เป็นเหมือน อเมริกา ค่าหมอแพง เพราะ ต้องเผื่อ ความเสี่ยงการโดนฟ้องร้อง
เห็นด้วยกับการเยียวยา โดยไม่สืบถูกผิด เพราะ อย่างน้อย ก็เป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ทำอย่างไรที่ทำให้ผู้ได้รับการเยียวยา ทราบว่าเป็นการเยียวยา ไม่ใช่เป็นการชดเชยค่าความผิดที่เกิดขึ้น ขอบคุณมากคะ
ในเวทีวิชาการที่เราจัดขึ้น ก็มีประเด็นที่คุณธนู ยกขึ้นมาอยู่ และเป็นสาเหตุที่สำคัญสาเหตุหนึ่ง ที่นำไปสู่การฟ้องร้อง ทางแก้ก็พยายามคิด จึงมอบงนไปที่โรงเรียนแพทย์ให้เติมเรื่องจริยธรรม คุณธรรม ในหลักสูตรการเรียนการสอนให้มากขึ้น
ขอบคุณครับที่ให้ความเห็นมา รวมทั้งข้อคิดเห็นของคุณก้ามปู หน่วยไกล่เกลี่ยเยียวยาที่จะเกิดขึ้น ต้องผ่านการอบรมเรื่อง ศิลปะการพูดเชิงสร้างสรรค์ ด้วยครับ