บริษัทประกันภัยเหมือนกัน แต่มาตรฐานการบริการต่างกันมาก หรือเพราะว่าเขาเป็นฝ่ายจ่ายเงินนะ

           เมื่อวานไปซื้อของที่ห้างโรบินสันราชบุรี ขับรถไปจอดรถไว้ชั้นหนึ่ง  เข้าไปซื้อเสื้อผ้าสักครู่ก็ได้ยินประกาศให้กลับมาที่รถของท่าน พอออกไปลมจะจับ  รถที่จอดไว้ดีถูกชนเฉยเลย  พนักงานรักษาความปลอดภัย (อายาม) ที่นี่น่ารักมาก (ให้ทิปไปแล้ว) ไม่ยอมให้คู่กรณีไปไหนเลย คู่กรณีเป็นผู้หญิงด้วยกัน ตกใจจนหน้าซีดเชียว 

          ตั้งแต่ซื้อมายังไม่เคยชนใครและไม่มีใครชน  พอดีมีประกันชั้นหนึ่งของบริษัทวิริยะประกันภัย  ส่วนคู่กรณีก็มีประกันภัยเช่นเดียวกัน  ก็เลยง่าย น้องเขาก็น่ารักไม่เอะอะ พูดง่าย (รู้ว่าตัวเองผิด) แต่บางคนตัวเองผิดเหมือนกัน ก็ยังเอะอะโวยวายไว้ก่อน  เราก็เลยไม่เครียด ยิ้มให้ บอกให้เรียกประกันทั้งสองฝ่ายมา

          วิริยะประกันภัย เรียกไปไม่ถึง 10 นาทีมาถึงที่เกิดเหตุเลย มาดูแลน่ารักมาก (เพราะเบี้ยประกันตั้ง 38,000 บาท)   ส่วนอีกของบริษัทหนึ่ง (ไม่บอกแล้วกัน)  กว่าจะมาเกือบ 1 ชั่วโมง (เกือบชั่วโมง)

         มาพิจารณาดูที่มาตรฐานของประกันภัยฝั่งเราก่อน (ตามความคิดตัวเองอีกแหละ)

1.     เป็นมาตรฐานของบริษัท และพนักงานได้รับการอบรมมาดี

2.     รถของเรากำลังจะต้องต่อประกันใหม่อีก 1 เดือนข้างหน้า (เลยกุลีกุจอ เดี๋ยวบริษัทอื่นได้ไป)เพราะก่อนหน้านี้มีบริษัทประกันโทรมาเกือบ 20 คน ให้ทำประกันกับบริษัทของเขา

3.     ยอดเงินประกันค่อนข้างสูง (ลูกค้าชั้นดีว่างั้น ต่อแน่)

4.     ฝ่ายเราเป็นฝ่ายถูกค่ะ

มาพิจารณาอีกฝ่ายหนึ่ง

1.     มาช้ามาก เหมือนไม่อยากมา เพราะเขาเป็นฝ่ายผิด

2.     เบี้ยประกันค่อนข้างน้อย (กะบะ ตอนครึ่ง)

3.     มีแนวโน้มไม่ต่อประกันแน่ เพราะรถหลายปีแล้ว

4.     พนักงานอัธยาศัยไม่ค่อยดี สงสัยเป็นที่นิสัยส่วนตัวน่ะ (บริษัทคงดี)พูดจาว่าน้องคนขับใหม่เลย มีใบขับขี่ไหม ไม่ดูบ้างหรือขับรถประมาณนั้น  ไม่ต้องเร่งรีบอยู่ไม่เห็นหรือ (ประมาณนี้)หน้าเหมือนไม่ถ่ายมา 3 ชาติแล้วล่ะ  เห็นแล้วปลงมาก นี่ขนาดจ่ายเบี้ยประกันมันนะนี่

สุดท้ายมาจบที่เราให้เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทั้ง 2 ชิ้น ไม่มีการซ่อม เปลี่ยนเลย แต่สิ่งที่ได้รับคือ การเสียเวลามาก รถต้องเข้าศูนย์ ...แต่ก็ถือว่าโชคร้ายเล็ก ๆ จะได้ไม่เจอเคราะห์ร้ายที่ใหญ่กว่านี้ไง  และที่สำคัญรถทะเบียนงวดนี้ออกแน่ แน่..ว่าไหม