การระดมความคิด...การแยกคิด อันไหนดีกว่ากัน

หากมีใครถามว่า เรามีวิธีฝึกให้คนมีความคิดสร้างสรรค์ได้หรือไม่ และผู้ที่มีความสามารถพิเศษเช่นนี้ได้ความคิดพิสดารมาจากไหน  หลายคนคงจะตอบไปว่า วิถีทางหนึ่งที่จะกระตุ้นให้คนมีความคิดสร้างสรรค์คือ การจัดกิจกรรมระดมความคิด

เพราะในขณะที่สงครามความคิดกำลังดำเนินอยู่นั้น พลังสมองจะช่วยพลักดันให้ที่ประชุมได้เห็นทางออกที่เป็นไปได้ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหานานารูปแบบได้

สามัญสำนึกของคนเรา มักจะเตือนอยู่เสมอว่า......สองหัวดีกว่าหัวเดียว

แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็ตระหนักค่ะว่า..........มากหมอมากความ

อ้าว...แล้ววิธีการใดละค่ะที่เราสมควรจะใช้ในการแก้ปัญหา เราจะแยกคิด หรือ ระดมความคิดดี

     

ในการประชุมระดมความคิดเพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือทางออกที่ดีนั้น สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะต้องมีพื้นฐาน และความชำนาญบ้าง ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจบเห่ค่ะ  อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะช่วยกันเสริม หรือเติมให้การประชุมได้บรรลุเป้าหมาย หากสติปัญญาของคนในที่ประชุมต่ำกว่ามาตรฐาน การระดมความคิดของคนที่ไม่เคยคิดอะไรดีๆได้เลย ก็ไม่มีวันช่วยให้ใครทำอะไรๆ ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร (อิอิ งงเอง)

ที่นี่มาว่าถึงเรื่องมารยาทในการประชุมระดมความคิดนั้น ก็มีอยู่ว่า ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพ (มากน้อยธรรมเนียมไทยแท้ อิอิ) ในการนำเสนอความคิดทุกชนิด ซึ่งความคิดนั้นๆ อาจจะ     " แปลก แตกต่าง พิสดาร เกิน เลย ล้น ขาด" สักเพียงใดก็ตาม ทุกเรื่องมีสิทธิ์จะถูกนำเข้ามาพิจารณาได้ทั้งสิ้น

และอีกอย่างหนึ่งค่ะ สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องไม่ใช้คำวิพากษ์ วิจารณ์ผู้อื่นเวลาเสนอความคิดในเชิงส่วนตัว หรือส่งเสียงหยี้ ไอ้หยา!!!! หรืออาการเลิกคิ้ว หรือส่ายหน้าหรืออาการใดๆ ที่จะทำให้คนอื่น รู้สึกขยาดที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตัวเอง

ถึงแม้อากัปกิริยาดังกล่าวที่กล่าวมานี้จะไม่ปรากฏออกมาในที่ประชุมระดมความคิดก็ตาม

ขณะนี้มีหลักฐานแล้วนะคะว่า การระดมความคิดนั้น มิได้เป็นกิจกรรมที่ดีในการก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่ดี มาช่วยแก้ปัญหาเสมอไป

งานวิจัยของ A.Furnham แห่งภาควิชา Busimess Psychology ของ University College ที่ลอนดอน  ได้แสดงให้เห็นว่า

ในกรณีที่ปัญหานั้นๆ มีคำตอบที่ถูกต้องหรือผิดชัดเจน เช่น ปัญหาคณิตศาสตร์ หรือปริศนาอักษรไขว้ การระดมความคิดจะช่วยให้งานเสร็จลุล่วงไปได้อย่างถูกต้อง ดีกว่าการแยกคิด แต่ก็จะใช้เวลาน

สำหรับปัญหาที่หน่วยงานต่างๆ พบอยู่เป็นประจำนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นปัญหาที่ไม่มีคำตอบถูกหรือผิดชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทอยากจะรู้ว่าการผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งของบริษัทใช้ทำประโยชน์ใดได้บ้าง หรือคำถามที่ว่าหากคนทุกคนบนโลกนี้ตาบอดหมด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น (อันนี้ครูมิมคิดเองไม่เกี่ยวกับทฤษฏีใดๆ อิอิ) อย่างนี้เป็นต้น

และยังพบอีกว่า เมื่อเผชิญปัญหาทำนองนี้ คนๆ เดียวจะเสนอความคิดเห็นได้มากมายรูปแบบกว่าคนหลายคนที่ระดมกันคิด และโดยเฉลี่ยแล้วคุณภาพของความคิดเห็นของคนทั้งกลุ่มก็ดีพอๆ กัน กับความคิดเห็นของคนๆ เดียว

และงานวิจัยยังสังเกต พบว่า สมาชิกที่มีความสามารถสูงสุดของกลุ่มมีบทบาทมากที่สุดในการสรุปตัดสินใจครั้งสุดท้ายทุกครั้งไป (แล้วจะระดมความคิดกันไปทำไมเนี๊ยะ )

สรุปแล้วก็คือว่า การระดมความคิดนั้นไม่เหมาะที่จะใช้ในการแก้ปัญหาที่มีคำตอบคลุมเครือที่ไม่ถูกหรือผิดอย่างชัดเจน โจ่งแจ้ง แต่เหมาะสำหรับปัญาที่มีคำตอบเป็นดำหรือขาวชัดเจน ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีการเสียเวลามากกว่าการแยกคิดก็ตามค่ะ

ฉะนั้น ผู้บริหาร จึงควรนึกถึงประเด็นนี้ในการคิดหาคำตอบให้แก่ปัญหาของหน่วยงานของท่านนะคะ