อาหารมื้อที่อร่อยที่สุด...คือมื้อที่ได้กินฟรี

เช้าวันนี้สำนักงานได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน สภากาแฟ ของส่วนราชการในจังหวัดหนองคาย โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

...อาหารมื้อที่อร่อยที่สุด...คือมื้อที่ได้กินฟรี...ท่านประธานกล่าวติดตลกในตอนท้าย...

งานเริ่มแต่เช้ามืด...ราบรื่น เรียบร้อยดี ทุกคนที่มาร่วมงานนอกจากจะได้รับกาแฟ ปาท่องโก๋ร้อน ๆ ยังอิ่มเอมกับซาลาเปา ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ฯลฯ

จนบรรยากาศเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพและไมตรีจิตรที่จะสร้างสรรค์งานร่วมกันเพื่อพี่น้องเกษตรกรในวันต่อไป

เบื้องหลังความสำเร็จ เราเตรียมงานกันตั้งแต่เมื่อวาน และเก็บของกันจนถึงบ่าย ท่านเกษตรจังหวัดวางมือจากการเซ็นชื่อในรายงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติกว่า 3,000 ชื่อมาให้กำลังใจเป็นระยะ กางเต็นท์เสร็จ ก็กลัวลมพัด..ต้องเก็บคืน ตอนเช้าค่อยกางใหม่ เก้าอี้ โต๊ะ สถานที่จอดรถ สารพัดอย่างที่เราร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด..

อีกกลุ่มที่ยุ่งไม่แพ้กันคือแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ที่ต้องวางแผน เตรียมการ ประมาณการ ลำเลียง จัดโต๊ะ ฯลฯ

            ปกติถ้าเราจะทำกับข้าวกินกันเองที่บ้าน ก็คงเป็นเรื่องง่าย ๆที่แม่บ้าน หรือพ่อบ้านสามารถทำให้คนในครอบครัวได้กินเป็นประจำ หรือถ้าไม่สะดวกนัก ก็อาจแวะตลาดเลือกซื้อกับข้าวสำเร็จรูป หรือไม่ก็อาหารตามสั่ง อาหารจานด่วนได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องสถานที่กินข้าว ก็เป็นเรื่องสบาย ๆ หน้าบ้าน หลังบ้าน ห้องอาหาร ในครัว หรือแม้แต่ใต้ต้นไม้ สนามหญ้า หรือว่าบนเตียงนอนดี...

            แต่ถ้าต้องเตรียมเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ เราคงไม่สามารถซื้อ กับข้าวถุง มาแจกโต๊ะละถุงสองถุงเหมือนกินปกติได้

และที่สำคัญกว่านั้น คือ

..งานใหญ่...ทำคนเดียวไม่ได้...

       แล้วใครจะช่วยเราบ้างละ....

       สถานที่....ฝ่ายผู้ชายช่วยกัน..

อาหาร...สาว ๆในสำนักงานช่วยกัน..

เต็นท์....ยืมจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด..

โต๊ะ..เก้าอี้...เช่าเหมาลำก็ได้...

ฝายดูแลแขก...ได้สาว ๆจากตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดและอื่น ๆ..

และฝ่ายอื่น ๆ ได้รับความร่วมมือจากคนอื่น ๆ

ฯลฯ

ที่ทุกคนวิ่งวุ่นกันตั้งแต่เมื่อวานเพราะเรามี เป้าหมาย ร่วมกันที่จะเป็นเจ้าภาพที่ดีที่สุด รังสรรค์งานให้ออกมาดีที่สุด...

       เป้าหมายนอกจากในรูปกลุ่ม องค์กรแล้ว เป้าหมาย ในระดับตัวบุคคลก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพราะการมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ย่อมไม่ต่างกับการทำกับข้าวกินเป็นมื้อ ๆบางครั้งถึงกับได้ยินเสียงบ่นกันบ่อย ๆ ว่า ไม่รู้จะกินอะไร..เบื่อ..อาหารซ้ำ ๆ

            แต่เมื่อมีเป้าหมายที่จะจัดงานใหญ่ การทำกับข้าวก็เปลี่ยนไป การจัดสถานที่กินข้าวก็ต้องเปลี่ยนตาม การประสานงาน ความร่วมมือก็เป็นสิ่งจำเป็น

            เมื่อมีการประสานงาน เจ้าภาพ ที่ต้องการให้งานออกมาดีที่สุด ยิ่งต้องดึงเอาศักยภาพของทีมที่จะมาช่วยงานออกมาให้มากที่สุด

            บางงาน (ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานเมื่อเช้านี้..) เจ้าภาพห่วงงานมากเกินไป จนเผลอไปว่ากล่าวคนที่มาช่วยจนไม่อยากช่วยไปเลยก็มี

       ในระดับตัวบุคคลก็เช่นกัน ถ้าคิดจะทำงานใหญ่ คนนั้นจะต้องมีเป้าหมาย..และมีทีมงานที่จะคอยช่วยเหลือ...

ทีมงานในที่นี้ไม่ใช่ใครอื่น...แต่หมายถึงยักษ์ที่หลับอยู่ในตัวคุณ....

พลังแฝงที่จะคอยช่วยเหลือคุณใน 2 กรณี คือ

1.  เมื่อเกิดภาวะวิกฤต เช่น เมื่อมีของกระเด็นเข้าตา คุณจะหลับตาป้องกันอันตรายทันที

2.  เมื่อคุณมีเป้าหมายชัดเจน เช่น คุณจะต้องไปส่งหนังสือให้ครบทั้ง 17 อำเภอ คุณจะพบว่าคุณสามารถขับรถได้นานกว่าปกติ ทนหิวทนเหนื่อยได้มากกว่าปกติ

สรุป

Ø   งานเล็กไม่เปลี่ยนชีวิต ทำเองได้

Ø   งานใหญ่ เปลี่ยนชีวิต ต้องมีคนช่วย

และสำคัญคือ

Ø  เมื่อศิษย์พร้อม...ครูถึงจะปรากฏ...(คุณต้องมีเป้าหมายชัดเจนก่อน )

คนที่คอยช่วยเหลือคุณชอบคนที่อารมณ์ดี ใจเย็น...

...ถ้าคุณเป็นคนดี ใจเย็น และมีเป้าหมาย ยักษ์หลับก็จะลุกขึ้นมาช่วยคุณอย่างถวายหัว ไม่มีเหน็ดเหนื่อย...ไม่หิว...ไม่ง่วง..ความสำเร็จเหมือนงาน สภากาแฟ เมื่อเช้าก็อยู่ไม่ไกล..