AAR เรื่องเทคนิคการใช้และออมเงินให้คุ้มค่า
หลังจากได้เรียนรู้วิธีการทำ Dialoge และฝึกฝนการจัดการความรู้ประจำสัปดาห์ทุกวันพุธแล้วเรื่องที่เรื่ยนรู้ประจำสัปดาห์นี้นั้นจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆและเป็นเรื่องที่เรานั้นใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั่นคือเรื่องของ เงินๆทองๆ น่าสนใจใช่ไหมครับ สำหรับบล็อกนี้จะนำเสนอถึงการทำกลุ่ม เรื่อง เทคนิคการใช้เงินให้คุ้มค่า เป็นหัวข้อในการทำหัวปลาในครั้งนี้
ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ประกอบด้วย
KM manager คุณชญาภา
Facilitator คุณพรชัย
Note taker คุณวิเศษ
ส่วนคุณกิจนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกประจำกลุ่ม KM MSMC ศูนย์การแพทย์ฯ มศว.
เรื่องราวที่ได้เรียนรู้ในวันนี้คือการบริหารเงินและการใช้เงินอย่างคุ้มค่าในชีวิตประจำวันรวมถึงการออมเงิน โดยแต่ละท่านนั้นได้เปิดประเด็นมากมายในกรเรียนรู้ครั้งนี้
แนวความคิดของแต่ละบุคคลในกลุ่มนั้นจะมีเทคนิคที่หลากหลายในการที่จะจัดการกับเงินที่ตนเองมีอยู่ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป หลายท่านมองไปที่ความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร การใช้เงินในชีวิตประจำวันเราจะต้องทำอย่างไรบ้าง
การนำเสนอของสมาชิก
พี่หนู มีการมองว่าการใช้เงินในชีวิตประจำวันให้คุ้มค่าเท่าที่จำเป็น มองไปถึงเหตุผลที่จะต้องใช้ว่ามีอะไรบ้าง ลดกิเลสและความอยากของตนเองลงหลีกเลี่ยงการออกไปเดินห้างในวันหยุดเพราะว่าการออกไปเดินห้างโดยไม่จำเป็นนั้นทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มองว่าเราควรที่จะออมเงินใสนรูปแบบที่ตนเองถนัด คือ ฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมไปถึงการทำประกันชีวิต
พี่ตา ( ดำ ) มองว่าเราควรใช้เงินให้เพียงพอกับที่ตนเองมีอยู่ไม่ใช้จ่ายมากเกินตัว มองความเสี่ยงของการบริหารเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่เราไม่คาดหวัง เราต้องลดความเสี่ยงลงโดยการบริหารเงินที่มีอยู่ให้เพียงพอ
อาจารย์โจ้ มองว่าเราต้องคำนึงถึงอายุและวัยของเราด้วยว่าเราควรจะจัดการกับเงินออมอย่างไรควรจะมีการเก็บออมอย่างไรในการใช้เงินถึงจะมีความเพียงพอต่อการใช้ในอนาคต จะต้องมีการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ มองว่าเมื่อเราเกษียรจะต้องมีเงินเพียงพอกับการใช้จ่าย การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือ การลงทุนกับการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นโอกาสที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น
น้องเตี้ย มองว่าตนเองนั้นใช้เงินไม่รูจักเก็บมีเท่าไหร่ใช้เท่านั้นและในบางครั้งใช้เกินจำนวนที่ตนเองมีอยู่ทำให้รู้สึกเดือดร้อนเหมือนกันในบางครั้ง ใชเงินแบบวันต่อวัน มองปัญหาทีเกิดขึ้นตามมาทีหลังยังไม่รู้วิธีและแนวทางปฏิบัติที่แน่นอน
อาจารย์หน่อง นำประสบการณ์ที่ได้จากการไปศึกษาที่ต่างประเทศ โดยมองเห็นคุณค่าของเศษสตางค์ที่มีอยู่ มองอย่างไรมองอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดโดยการเก็บสะสมเศษสตางค์ที่มีอยู่ไปแลกเป็นธนบัตรแทนและอีกอย่างคือการนำเศษสตางค์ไปใหกับคนที่ไม่มีรายได้หรือนำไปบริจาคเพื่อที่จะได้นำยอดมาลดหย่อนภาษี
น้องจิ มองว่าตนเองนั้นยังไม่ค่อยแน่ใจว่าใช้เงินคุ้มค่าหรือเปล่าแต่สิ่งที่ตนเองใช้นั้นคิดว่าเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่า คิดว่าการออมเงินเราควรที่จะมีการเก็บออมในรูปแบบต่างๆ เช่น การซื้อทองคำสะสม การลงทุนในหุ้นและการซื้อพันธบัตรรัฐบาล
พี่แก้ม มองต่างมุมออไปอีกว่า ในส่วนของการออมในรูปแบบของการประกันชีวิตนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียเราไม่ควรที่จะด่วนตัดสินใจในการที่จะทำอะไรลงไป พร้อมทั้งมองว่าถ้าหากเราไม่เริ่มใช้เงินให้คุมค่าแล้วจะลำบากในอนาคต และได้ยกตัวอย่างของข้าราชการบำนาญว่าเกษียรแล้วแต่รายได้ที่ได้รับไมพอกับการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพราะว่าไม่เคยเก็บออมไว้เลยในอดีตที่ผ่านมา
ACTION เราทำอย่างไรบ้างในการใช้เงินใหคุ้มค่า
การลงมือปฏิบัติที่ทุกคนคิดว่าเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่าสำหรับตนเอง ในส่วนนี้ได้มีการนำประสบการณ์ของตนเองที่ทำอยู่มาร่วมเสนอแนะว่าอย่างไรโดยมองไปในภาพรวมได้ดังนี้
ในตรงนี้ได้มีท่านที่ให้ความสำคัญกับวันหยุดว่าเราควรที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านเพราะว่าการาออกไปนอกบ้าน การไปเดินห้างนั้นทำให้เกิดค่าใช้จ่ายขึ้นในครอบครัว เป็นการลดกิเลสของตนเองลงทำให้ตัวเรานั้นประหยัดเงินได้อีก นอกจากนี้แล้วยังมีการเก็บออมเงินในรูปแบบต่างๆตามความถนัดและความเหมาะสมของแต่ละคน ดังนี้ การเก็บเงินโดยฝากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ทำใหได้เงินปันผลสูง การลงทุนในกองทุนรวม LTF การทำประกันชีวิต การฝากธนาคาร การซื้อพันธบัตร ทุกอย่างที่กล่าวมาและที่ทุกคนลงมือทำต่างบอกว่าทำเพื่อรองรับสำหรับอนาคต เพราะไม่มีใครควาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
การออมอีกอย่างที่ได้จากสมาชิกกลุ่มคือ การใช้สิ่งของที่มีอยู่อย่างประหยัดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้อเพิ่มเติมช่วยลดรายจ่ายในครอบครัว นอกจากนั้นยังมองหาแหล่งเก็บเงินออมเพิ่มเติม เช่นการฝากธนาคาร การซื้อพันธบัตรชนิดต่างๆ แบ่งการใช้เงินให้เหมาะสมตามความจำเป็นของตนเอง มองเห็นคุณค่าของเศษสตางค์และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการนำไปแลกเป็นธนบัตรหรือนำไปบริจาคให้แก่คนที่ไม่มีรายได้ซึ่งมองว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งคือการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และการซื้อทองคำสะสมไว้
Resouce สิ่งที่เราจะต้องตระหนักว่าทำไมเราต้องออมและใช้อย่างคุ้มค่าและถ้าหากเราไมลงมือทำจะเกิดอะไรขึ้น
หลากหลายเหตุผลที่ทำใหเราต้องออมและใช้เงินอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด
มองว่าตนเองนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องประหยัดในตอนนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า วันข้างหน้าจะได้มีเงินสะสมไว้ใช้พิ่มมากขึ้นเพราะมองว่าอนาคตตนเองนั้นจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนแต่รายไดของเรานั้นลดลง เนื่องจากว่าเราอายุมากขึ้นทำงานไดน้อยลง เราจึงต้องใช้เงินให้คุ้มค่าตั้งแต่เข้าสู้วัยทำงาน
มองความจำเป็นของการใช้เงินในแต่ละครั้งว่าจะใช้ให้คุ้มค่าอย่างไรจะแบ่งส่วนไหนบ้างที่จำเป็นก่อน/หลัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงสำหรับตนเองและครอบครัวในอนาคต
มองจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเองในอดีตที่ผ่านมา ยังมีกเลสอยู่มีบ้างที่เล่น ( การพนัน ) โดยไม่คำนึงถึงวันข้างหน้าว่าจะเกิดอะไร เคยวางแผนการใช้เงินในชีวิตไว้แต่ยังไม่เคยลงมือปฏิบัติต้องเรียนรู้และคำนึงถึงคุณค่าให้เพิ่มมากขึ้น
เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ไปศึกษาอยู่ต่างประเทศโดยการเก็บสะสมเศษเหรียญแล้วนำไปแลกเป็นธนบัตรเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้คล่องตัวเพิ่มมากขึ้น
มองถึงความเสี่ยงของการใช้เงินที่ไม่เหมาะสม
เสี่ยงต่อการเป็นหนี้สิ้นเพิ่ม
เสี่ยงต่อการไม่มีเงินใช้เมื่อยามจำเป็น
เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมามองหาแหล่งบริหารเงินและการสะสมออมเงินในรูปแบบต่างๆ การออมในประกันชีวิต การเห็นคุณค่าและความสำคัญของการวื้อประกันเพื่ออนาคต
KSF KSF ..........
การออมเงินในรูปแบบต่างๆ
การทำประกันชีวิต
การซื้อพันธบัตร
การฝากเงินในสหกรณ์ออมทรัพย์
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
การซื้อกองทุนชนิดต่างๆ
คิดเพื่ออนาคตข้างหน้า
การลงทุนกับการศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
กำหนดการเล่นและใช้เงินอย่างคุ้มค่า
มองคุณค่าของเงินว่าเราจะทำอะไรให้เพิ่มมูลค่า
นำเศษสตางค์มาแปลงมูลค่าเป็นธนบัตร
การลงทุนใหเงินทำงานแทนเรา
การใช้สิ่งของที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่า
การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง
การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
ทั้งหมดนี้คือกระบวนการตกผลึกขึ้นต้นจากกลุ่มการจัดการความรู้ที่สกัดออกมาได้ หากว่าท่านใดมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมขอเชิญแสดงความคิดเห็นได้ครับ
เรื่องที่จำเป็นและอยู่ใกล้ตัวเราไม่ควรที่จะมองข้ามนะครับท่านผู้อ่านที่สนใจ
ดีจ้า...วันนี้ก็มีอีกวิธีที่จะสอนให้เด็กๆๆได้รู้คุณค่าของเงิน
สองวันนี้ก็เป็นแจ๋วจำเป็นตามเคย เลยเก็บและเคลียร์เอกสารที่ไม่ได้ใช้แล้วแยกประเภทไว้
ตกเย็นก็เอาขยะไปขาย เหลือเชื่อมากๆๆขยะที่ปกติไม่มีค่าอะไร...ทิ้งไปซะงั้น..ขายได้สองร้อยกว่าบาท..เอาไปซื้อ
ดินมาปลูกต้นไม้ซะเลย...พาเด็กๆๆไปด้วย..เค้าก็ได้เรียนรู้ว่า...ถ้าแยกขยะจะสร้างมูลค่าเพิ่มอีก
เท่าตัวเลย...กระดาษA 4 หรือเศษๆๆที่เป็นขาวดำ กิโลละ 7.5 บาท แต่ถ้าไม่แยกก็จะ
เป็นราคา 3.50 บาท กระดาษหนังสือพิมพ์กิโลละ 5 บาท อันนี้อาจไม่ใช่การออมนะ..แต่เป็นการสอนให้เด็กรู้จักแยกขยะ..รู้จักคุณค่าของเงิน และของต่างๆที่เราฟุ่มเฟือยกัน นึกถึงโรงพยาบาลเราเนอะ...กระดาษ A4 เยอะมากเลย...เค้าจะรู้กันหรือไม่เนี่ยว่า...ฟุ่มเฟือยกันแค่ไหน..อะไรที่ช่วยกันประหยัดได้
ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ...บ่นเป็นยายแก่อีกแล้ว..บายจ้า