เมื่อสมัยก่อนนั้นจะพบเห็นพ่อบ้านและแม่บ้านร่วมกันจักสานไม้ไผ่ ด้วยการแบ่งแยกกันทำตามความเหมาะสมกับกำลังที่จะสามารถทำได้ ตัดไม้ไผ่เป็นลำผ่าเป็นชิ้นเล็กจักเป็นเส้นพอจักสาน เป็นงานของพ่อบ้านนำมาขัดสานร้อยเป็นรูปทรงตรงตามกับความต้องการ นำไปใช้เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน หรืออาจจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่าที่จะมีเวลาและโอกาส สรรสร้างเครื่องมือเครื่องใช้จากวัสดุในท้องถิ่น แต่เมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเกษตรกร อุปกรณ์เครื่องมือของใช้สมัยใหม่นำมาแทนที่เครื่องมือสมัยเก่าซึ่งหาซื้อได้ในท้องตลาดทั่วไป เพิ่มรายจ่ายของครอบครัวอีกทั้งสร้างความห่างเหินทำลายสายสัมพันธ์ของวิถีชีวิตอันมีค่าของชุมชนในชนบท
หมู่บ้านเขาไพร มีพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทานอาศัยน้ำฝนเพื่อทำการเกษตร ส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลังรองลงมาปลูกข้าวนาปีจึงทำให้ต้องว่างงานเมื่อสิ้นฤดูหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตบางรายต้องออกจากบ้านเพื่อหารายได้ให้พอเพียงรายจ่าย ในช่วงเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงวิกฤต แต่เมื่อเดือนเมษายน 2545 ที่ผ่านมากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาไพร ได้พบโอกาสใหม่ที่จะหารายได้เข้าสู่ครอบครัวและชุมชน นั่นคือผลิตไม้แขวนเสื้อจากเศษไม้ ด้วยความร่วมมือจากพ่อบ้านเข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อพัฒนาพร้อมถ่ายทอดความรู้สู่กลุ่มอื่น ได้ผลิตมากขึ้น ไม้รังที่เคยหาได้ง่ายกลับหายาก จึงต้องปรับเปลี่ยนงานเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่าง เพื่อสร้างรายได้ แต่ไม่ทำลายป่าไม้ โดยเลือกซื้อไม้จากเกษตรกรที่ปลูกไม้เพื่อจำหน่ายเท่านั้น
ป้านิภา ยงค์พิทักษ์วัฒนา ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาไพร พูดถึงการดำเนินงานการปรับปรุงประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเงิน 20,000.- บาท นำไปลงทุนซื้อปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ให้แก่สมาชิกในลักษณะทุนหมุนเวียน พบว่าไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จึงคิดหาหนทางใหม่และได้ข้อคิดประดิษฐ์ไม้แขวนเสื้อจากไม้รังที่โรงงานที่เลิกใช้แล้ว ซื้อในราคาถูกและคิดว่าจะนำมาแปรรูปทำไม้แขวนเสื้อ และคิดว่าคงไม่ยากเกินความสามารถของสมาชิก จึงประสานงานกับผู้จำหน่ายและนำสมาชิกเข้าเรียนรู้และดูงานเพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาดำเนินการ อีกทั้งส่วนใหญ่พ่อบ้านมีความรู้ด้านช่างไม้ จึงไม่ยากนักกับการเรียนรู้และนำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากเงินทุนมีเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความตั้งใจจึงรับซื้อเครื่องมือเก่าจากโรงงานด้วยเงินผ่อน เป็นเงิน 45,000.- บาท และหาซื้อเพิ่มอีกคิดเป็นเงินประมาณ 95,000.- บาท เริ่มผลิตเมื่อ 20 เมษายน 2545 แต่ด้วยสมาชิกมีประสบการณ์น้อยการผลิตจึงมีไม่มาก ในเดือนแรกผลิตได้เพียง 2,400 อัน การดำเนินงานมีสมาชิกหมุนเวียนมาร่วมผลิตประมาณ 10 คนต่อวัน
ป้านิภา บอกว่าการผลิตไม้แขวนเสื้อ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นั้นไม่ยากนัก เช่นการทำไม้แขวนเสื้อ เริ่มจากหาไม้รังที่ซื้อมาจากโรงงานในราคาต่ำมาถอนตะปู เลือกใช้ไม้ที่สมบูรณ์และเหมาะสม ใช้แบบที่ตลาดต้องการทาบลงบนไม้ก่อนนำไปขึ้นรูปด้วยเครื่องไฟฟ้าแล้วนำไปผ่าด้วยเลื่อยวงเดือนหนา 1 เซนติเมตร ประกอบชิ้นส่วนหลักโดยใช้กาวยึดด้วยปากกาจับให้แน่น ยึดอีกครั้งด้วยลวดเย็บ รอจนกาวแห้งสนิท นำไปขัดหยาบตามด้วยขัดละเอียดจนดูราบเรียบ ใช้ดินสอพองผสมสีฝุ่นให้สีใกล้เคียงกับสีไม้ในแต่ละชิ้นเพื่อนำไปอุดรอยตำหนิและรอยประสาน นำไปขัดให้ดูเรียบร้อยอีกครั้ง ใช้น้ำมันขัดเงาเพื่อให้ง่ายกับการขัดซ้ำอีกครั้งก่อนประกอบชิ้นส่วนเสริมตามแบบที่ตลาดต้องการ ทาน้ำมันขัดเงาอีกครั้งเพื่อให้ชิ้นงานที่ออกมาสวยงามเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้ซื้อ
เมื่อเสร็จสิ้นแล้วนำไปตากแดดให้แห้งสนิทแต่ถ้าแสงแดดไม่มีต้องเข้าห้องอบ โดยใช้ไฟจากฟืนและไฟฟ้า การผลิตมีปัญหาตรงเครื่องมือไม่เพียงพอ จึงมีผลงานออกมาน้อยทั้งที่ตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก เพราะผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดจะตรวจสอบคุณภาพทุกชิ้น เมื่อสมาชิกมีความชำนาญดีแล้วคิดว่าสามารถผลิตได้วันละ 240 อัน โดยอาศัยแรงงานประมาณ 12 คน
นายรังสรรค์ กองเงิน เกษตรจังหวัดชัยนาท กล่าวครั้งเยี่ยมเยียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจว่า รู้สึกชื่นชมและประทับใจในผลงานจนสามารถตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และขอให้ทุกคนป้องกันและรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้ผ้าปิดปากและจมูกป้องกันฝุ่นละอองทุกครั้งที่ทำงาน ซึ่งการหางานเพิ่มรายได้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของประโยชน์ที่ได้รับ แต่ที่สำคัญนั้นคือความรักสามัคคีภายในชุมชนจากการปฏิบัติงานร่วมกัน ความอบอุ่นในสถาบันครอบครัวเพราะทำในหมู่บ้าน ไม่ต้องจากถิ่นพ่อ แม่ ลูก อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า นับได้ว่าเป็นการสร้างงาน สร้างสังคม รอแต่เพียงพี่น้องคนไทยช่วยสนับสนุนสินค้าไทยให้เกิดแรงใจพัฒนา ผลิตภัณฑ์ดี ๆ จะตามมาอีกมากมาย พร้อมทั้งจะเร่งประสานงานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และทุนในการประกอบการต่อไป