จำเป็นมั้ย

ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเรื่อง "ธรรมะเตือนตน" แล้วรู้สึกประทับใจมากอยากเก็บบางส่วนเนื้อหามาเล่าสู่กันฟัง

ซึ่งอาจจะให้แง่คิดกับการใช้ชีวิตของคนเราทุกวันนี้ในหัวข้อ "จำเป็นมั้ย " เป็นถ้อยคำสิริมงคลที่น่าจะนำมาเตือนมาปลอบหรือสอนใจตัวเองอย่างรีบด่วนที่สุดในขณะนี้ จำเป็นมั้ย เพียง 3 พยางค์ เอ่ยถามตัวเองประดุจน้ำเย็นสาดหน้า ที่ทำืท่าจะถลาออกไปกอบโกยกว้านสะสม อาจจะพลันสะดุดหยุดตรองคิด ชีวิตนั้นไม่ใหญ่โตอัครฐานะอะไรมากนััก แต่คนเราเพราะความหลงตัวเอง รักสบาย รักความสุข จึงหลงก่อหลงสร้าง หลงหอบ หลงสะสมวัตถุข้าวของประดามี ทุกครั้งที่จะมี ทุกครั้งที่จะซื้อหา ถามตัวเองอย่าเข้าข้าง "จำเป็นมั้ย"

เสื้อสวยจัง "จำเป็นมั้ย"

อาหาีรที่ร้านนั้นยอดจังเลย "จำเ็ป็นมั้ย"

เห็นเขาขี่รถโก้ ใจอยากมีบ้าง "จำเป็นมั้ย"

เห็นเขาใส่แหวนเม็ดโต มีโซ่ทองคล้องมือ อยากมีอย่างเขา "จำเป็นมั้ย"

อย่าดูถูกคำเล็กๆคำนี้ แม้จะยาวแค่ 3 พยางค์แต่ฤทธิ์์ยิ่งกว่าปรมาณูเสียอีก

เห็นเขารวย เห็นเขาบ้านโต เห็นเขามมีรถโก้ เห็นเขามีแอร์ มีตู้เย็น ทีวีสี ฯลฯมองไปที่ไหนคนเขาก็มกัน น้ำลายเริ่มไหล อยากได้ๆ พลางร้องสะอื้นอยู่ในหัวอก

"จำเ็ป็นมั้ย" ถามให้หนัก ถามให้ชัด ไม่มีก็ไม่ตาย ไม่มีก็สบาย อยู่ได้มิใช่หรือ

อยากได้หน้า ได้เกียรติ จะเอากี่กระบุง กี่เข่งจึงจะพอ ค่าของชีวิตอยู่ที่คุณธรรม   มิใช่ผูกกับซากเดนแห่งวัตถุเหล่านี้  อยาก ๆ ๆ ๆ ๆ โรคอยากนี้พระท่านเรียก  พวก มนุสเปโต มนุษย์ประเภทอยากไปหมด เขาจึงเปรียบเทียบเหมือนคนกระเพาะใหญ่แต่ปากเล็กเท่ารูเข็ม โถ! จะไปกินทันใจได้อย่างไร

 "จำเป็นมั้ย" ถามบ่อยๆเตือนสติยั้งคิด หัดเดินทางชีวิตด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์

"จำเป็นมั้ย"  นอกจาจะช่วยเศรษฐกิจได้ ยังฝึกเราให้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ไก่้เขี่ย  ที่ลูกหลานไม่กล้าดูถูกดูแคลน

สุภาษิตบทหนึ่งกล่าวว่า "การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง"