กีฬาโอลิมปิกคือเรื่องการเมือง

ฟังข่าวเรื่องการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในประเทศไทย ที่มีองค์กรพัฒนาเอกชนพยายามประท้วงจีน...ประเทศเจ้าภาพในประเด็นทิเบต

ข่าวเรื่องนักกีฬานานาชาติพยายามจะแสดงความคิดเห็นเรื่องทิเบต โดยพยายามสื่อสารข้อความต่างๆ ในการประท้วงรัฐบาลจีน

ลงท้ายด้วยประโยคเด็ดที่พิธีกรรายการข่าวจาก ไทย พีบีเอส ที่บอกว่า "คณะกรรมการโอลิมปิกสากลของไทย ได้กำชับให้นักกีฬาไทยทั้งหมด ตอบสื่อต่างๆ โดยให้ความเห็นแบบเดียวกัน ว่า จะไม่เอาเรื่องของกีฬาไปปนกับการเมือง"

ผมเห็นว่าประโยคดังกล่าวนี้เป็น paradox แห่งปีนี้เลยครับ คือมันขัดแย้งในตัวเองสุดๆ

การเมืองตามนิยามที่เปิดหาเอาจาก wikipedia

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87

การเมือง คือ กระบวนการและวิธีการ ที่จะได้มาและรักษาการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำในนามสาธารณะ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม แม้คำนี้มักจะถูกใช้กับรัฐบาล แต่กิจกรรมที่มีลักษณะของการเมืองก็เป็นที่สังเกตได้ทั่วไปในทุกกลุ่มคนที่ปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งรวมไปถึงใน บรรษัท, แวดวงวิชาการ และในวงการศาสนา

หากดูตามนี้แล้วละก็ เราจะปฏิเสธได้อย่างไรว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกไม่ใช่เรื่องการเมือง

ถ้าไม่ใช่เรื่องการเมือง ทำไมต้องมีการแต่งตั้งผู้มีอำนาจทั้งที่เป็นทหาร หรือนักการเมืองระดับสูง มาเป็นประธานสมาคมกีฬาต่างๆ

ถ้าการแข่งกีฬา เป็นไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ...ทำไมต้องตั้งเป้าหมายว่าเราควรจะได้เหรียญทองในกีฬาประเภทนี้ มีเงินอัดฉีดให้นักกีฬาเท่านั้นเท่านี้

อย่าปฏิเสธเลยครับว่าการแข่งขันโอลิมปิกเป็น "กิจกรรมที่ทำในนามสาธารณะ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม" มันเป็นหน้าตาของชาตินี่ครับ แล้วไอ้น่าตาของชาตินี่แหละ มันเป็นเรื่องการเมืองแท้ๆ เชียว

ไพล่ไปให้นึกถึงประโยคที่เคยได้ยินมาว่า

"แม้ว่าคุณจะไม่เล่นการเมือง...การเมืองจะตามมาเล่นคุณ(อยู่ดี)"

ว่าไปแล้วการเมืองนี่มันแทรกอยู่ในทุกเรื่องนะครับ แม้แต่เรื่องที่ทางในการถ่ายอุจจาระยังเป็นเรื่องการเมืองเลย

ทำไมเราต้องถ่ายในส้วมครับ...เพราะการถ่ายเรี่ยราดนั้นเป็น "กิจกรรมที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม" เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรคไปสู่ประชากรได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังดูเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนขาดความศิวิไลซ์

จึงไม่แปลกเลยที่เกณฑ์ในการประเมิน "ความจำเป็นพื้นฐาน" ของหมู่บ้าน ในการครั้งหนึ่งมีดัชนี "ส้วมร้อยเปอร์เซนต์" รวมอยู่ด้วย

การเมืองมันตามเข้ามายุ่งกระทั่งเรื่องขับถ่ายครับ มันจะไม่ไปยุ่งเรื่องการแข่งกีฬาซึ่งเป็นหน้าตาของชาติได้อย่างไร....มันไปแน่นนอนครับ

หากคณะกรรมการโอลิมปิกของชาติเราเปลี่ยน "สาร" ที่จะให้นักกีฬาไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว จาก "จะไม่เอาเรื่องกีฬาไปปนกับการเมือง" เป็น "การแข่งกีฬาโอลิมปิกไม่ใช่เวทีที่จะประท้วงจีนเรื่องทิเบต" ผมว่ามันจะคำตอบที่ฟังดูเข้าท่ากว่า

เพราะการ "กำชับให้นักกีฬาไทยทั้งหมด ตอบสื่อต่างๆ โดยให้ความเห็นแบบเดียวกัน ว่า ....." ประโยคนี้ล่ะครับ มันเป็นเรื่องของการเมือง และมันเป็นการเอาการเมืองไปปนกับกีฬาอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุดเลย และมันขัดกับประโยคที่ตามมาว่า "จะไม่เอาเรื่องกีฬาไปปนกับการเมือง" อย่างน่ายกย่องให้เป็น paradox แห่งปีทีเดียวครับ