เมื่อกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านเกิดเมืองนอน


    วันนี้มีโอกาสไปซื้อของและแวะไปตลาดในเมืองเชียงใหม่

 

ผู้คนมาจากไหนมากมาย

บ้างกำลังวางของ เครื่องประดับ กับแคร่เล็กๆ ข้างทาง

ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆที่คุ้นเคย หายไป มีร้านอาหารต่างๆมากขึ้น

ฉันเห็นร้านอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น แทรกไปทุกที่ รวมทั้งที่ล้อเข็นโต้รุ่ง

 

ผู้คนมาจากไหนมากมาย

บ้างก็นุ่งกางเกงขาสั้น ทำจมูกโด่ง ควงแขนชาวต่างชาติ

บ้างก็ทำผมสีชมพูทรงพั๊งค์ สักตามตัว

คนที่พูดคำเมืองหายไป

ฉันเห็นคนพูดภาษาอื่น แทรกไปทุกที่ รวมทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร

 

ผู้คนมาจากไหนมากมาย

ฉันเงยหน้าขึ้นมองดอยสุเทพเพื่อหาความอบอุ่นคุ้นเคย

ความสูงของโรงแรมและคอนโดก็บดบังยอดพระธาตุจนมิด

 

ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในบ้านเกิดเมืองนอนของฉันเอง

 

(บันทึก 20 เมษายน 2551)

หมายเลขบันทึก: 177837เขียนเมื่อ 20 เมษายน 2008 19:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 23:40 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (46)
  • ยังไม่ชินหรือครับ
  • ผมเป็นคนแปลกหน้าเสมอเมื่อไปกรุงเทพ
  • แต่ตอนนี้
  • คิดถึงพี่สร้อยครับ
  • อันนี้ผู้หญิงหรือชายครับ
  • ผู้คนมาจากไหนมากมาย

    บ้างก็นุ่งกางเกงขาสั้น ทำจมูกโด่ง ควงแขนชาวต่างชาติ

  • อิอิๆๆ

สวัสดีค่ะอาจารย์

ไม่อยากให้ภาพเดิมๆ ที่สวยงาม แทนที่ด้วยภาพใหม่ๆ ตามที่อาจารย์บรรยายไว้เลยนะคะ

เพราะเชียงใหม่ในความทรงจำคือภาพที่สวยงามเหลือเกินค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ

- เชียงใหม่วันนี้เปลี่ยนไปจริง ๆ

- บางทีเคยไป แต่มาวันนี้ไม่อยากไปเสียแล้ว เพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยน่ะครับ

- ร่วมบ่น ในฐานะคนเชียงใหม่ (บ้านนอก)น่ะครับ

สวัสดีค่ะ  อาจารย์P

  • คิดถึงพี่สร้อยครับ....ขอบคุณค่ะ....ช่วงนี้ยุ่งไหมคะ
  • อันนี้ผู้หญิงหรือชายครับ ....อิ อิ..ลืมไปพิสูจน์เชิงประจักษ์ ได้แต่ความเดา...ว่าน่าจะเป็นหญิง
  • กรุงเทพฯ ...เป็นเมืองที่ไม่เคยคุ้นและแน่นอนว่าพี่มีโอกาสหลงทาง...^^
  • อยากรู้จังว่าคนกรุงเทพฯ เคยหลงทางบ้างไหม

 

 

คนเมืองกาญจน์ก็หลงประจำครับ อิอิๆๆ แต่ไม่เคยเหยีบอ่างกะปิ นะ ฮ่าๆๆๆ

สวัสดีครับ อาจารย์จันทรรัตน์ :)

  • ผมไม่ใช่คนเชียงใหม่โดยกำเนิด
  • ผมยังไม่ชอบเลยที่มีแต่คนที่อื่นมา "ปอกลอก" ความเป็นเชียงใหม่ไปเสียสิ้น
  • ผมโหยหาความสวยงามที่เคยมี ครับ

ขอบคุณครับ :)

สวัสดีค่ะ คุณแจ๋วจริงๆ P

  • เพราะเชียงใหม่ในความทรงจำคือภาพที่สวยงามเหลือเกินค่ะ.....ขอให้ระลึกถึงเชียงใหม่ที่งดงามในความทรงจำไว้นะคะ...
  • เมื่อความเจริญมันวิ่งโถมเข้ามา เม็ดเงินก็สะพัด...คนที่อยากมีกินมีใช้ก็หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อนค่ะ....
  • ไม่อาจจะโทษผู้คนเหล่านั้นที่ต้องการทำมาหากิน...แต่เสียดายความเรียบง่ายดั้งเดิมของเชียงใหม่ค่ะ

 

สวัสดีค่ะ ครูสุP

  • ร่วมบ่น ในฐานะคนเชียงใหม่ (บ้านนอก)น่ะครับ....เชิญค่ะ..ยินดีรับฟัง
  • บางทีเคยไป แต่มาวันนี้ไม่อยากไปเสียแล้ว เพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยน่ะครับ.....เช่นกันค่ะ
  • อยากเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังค่ะ

สองวันก่อน นั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ถนนทางเข้าสนามบิน...ผุ้หญิงคนหนึ่งบอกว่ามาจากเวียงแหงกระเตงลูกมาขอให้ช่วยซื้อถั่วต้ม บอกว่าไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกและเงินไม่พอกินข้าว...ถามเธอว่าหิวไหม มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเลย...เธอบอกว่าขอใส่ห่อไปได้ไหม..ก็บอกเธอว่าเธออยู่กี่คน สั่งไปได้เลย..เธอขอ 2 ถุง

ระหว่างที่เธอรอก๋วยเตี๋ยว ได้คุยด้วยนิดหน่อย ถึงรู้ว่า ลงมาหางานทำกับสามี ต้องเช่าบ้านอยู่และสามีต้องผ่อนรถมอเตอร์ไซด์ไว้รับจ้างส่งของ...ทั้งค่าเช่าบ้านค่าผ่อนรถ ไม่พอซื้อข้าวกิน ทุกวันต้องพยายามหาเงินด้วยการหิ้วถั่วต้มเดินขายตั้งแต่เย็นถึงเที่ยงคืนตามร้านอาหารโต้รุ่งต่างๆ ....

ก่อนแยกกันเธอพยายามเอาถั่วต้มให้ สายตาของเธอบอกให้รู้ว่า เธอขอบคุณมาก...

สำหรับตัวเอง...มองว่ามันน่าสงสารมากเหลือเกินกับคนที่ต้องพยายามหางานทำ แต่เป็นคนมือเปล่าที่ไม่มีกำลังต่อรอง ที่กลับต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเพราะผลพวงขอความเจริญและค่าครองชีพที่สูงมากๆ ของเชียงใหม่ในตอนนี้น่ะค่ะ

 

  • วิถีชีวิตของคนบางคนน่าเศร้านะครับ
  • คนที่มีก็รวยล้นฟ้า
  • คนไม่มีก็ไม่มีจริงๆๆ
  • ฮือๆๆ
  • สองวันก่อน นั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ถนนทางเข้าสนามบิน...ผุ้หญิงคนหนึ่งบอกว่ามาจากเวียงแหงกระเตงลูกมาขอให้ช่วยซื้อถั่วต้ม บอกว่าไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกและเงินไม่พอกินข้าว...ถามเธอว่าหิวไหม มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเลย...เธอบอกว่าขอใส่ห่อไปได้ไหม..ก็บอกเธอว่าเธออยู่กี่คน สั่งไปได้เลย..เธอขอ 2 ถุง

    ระหว่างที่เธอรอก๋วยเตี๋ยว ได้คุยด้วยนิดหน่อย ถึงรู้ว่า ลงมาหางานทำกับสามี ต้องเช่าบ้านอยู่และสามีต้องผ่อนรถมอเตอร์ไซด์ไว้รับจ้างส่งของ...ทั้งค่าเช่าบ้านค่าผ่อนรถ ไม่พอซื้อข้าวกิน ทุกวันต้องพยายามหาเงินด้วยการหิ้วถั่วต้มเดินขายตั้งแต่เย็นถึงเที่ยงคืนตามร้านอาหารโต้รุ่งต่างๆ ....

    ก่อนแยกกันเธอพยายามเอาถั่วต้มให้ สายตาของเธอบอกให้รู้ว่า เธอขอบคุณมาก...

    สำหรับตัวเอง...มองว่ามันน่าสงสารมากเหลือเกินกับคนที่ต้องพยายามหางานทำ แต่เป็นคนมือเปล่าที่ไม่มีกำลังต่อรอง ที่กลับต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเพราะผลพวงขอความเจริญและค่าครองชีพที่สูงมากๆ ของเชียงใหม่ในตอนนี้น่ะค่ะ

  • ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

  • ขออนุโมทนากับพี่สร้อยด้วยครับ

สวัสดีอีกครั้งครับ

  • ชื่มชมในความมีน้ำใจมากครับ
  • ที่เวียงแหง ผู้คนส่วนมากจะยากจน ทำไร่ทำนา ต้องออกมาหางานทำที่อื่น และอีกส่วนมาก เป็นไทยใหญ่เป็นคนไร้สัญชาตินะครับ
  • ความดีที่ทำให้ไป ขอให้ได้รับบุญกุศลครับ

สวัสดีอีกครั้งค่ะอาจารย์

นั่งๆ นึกไปว่าความรู้สึกแบบที่อาจารย์กล่าวมานั้น

แจ๋วเองก็เคยรู้สึกทุกครั้งๆ ที่เดินถนนหลังวัดชนะสงคราม

เหมือนไม่ใช่กรุงเทพฯ หรือกรุงเทพฯ ไม่ใช่บ้านเมืองของเรา เหมือนเราแปลกแตกต่าง

แล้วอีกที่ก็เมื่อครั้งที่ไปเกาะช้างค่ะ เหมือนเป็นตัวประหลาดที่ไม่สวมบิกินีลงทะเล

แต่ใส่กางเกงเลกับเสื้อยืด

แต่ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้กับแหล่งศิลปวัฒนธรรมอย่างเชียงใหม่นะคะ

แม้ว่าเราไม่อาจทัดทานอะไรได้ แต่ใจก็ไม่อยากเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ P

  • ถึงตอนนี้เชียงใหม่ถูกปอกลอกจนขาวจั๊วไปแล้วล่ะค่ะ

เคยผ่านไปทางถนนช้างคลานไหมคะ...วันนี้ผ่านไป...ไม่อยากจะเชื่อตาว่าที่ตรงนั้นเคยเป็นทุ่งเลี้ยงวัวมาก่อน...

 

มหาวิทยาลัยของอาจารย์...สมัยก่อนจัดว่าอยู่ไกลเมืองมากนะคะ...และมีแต่ต้นฉำฉา จะนึกออกไหมว่า เวลาเข้าเขตนั้น อากาศจะเย็นกว่าที่อื่นๆ ทั้งปี  กลางคืนไม่มีรถผ่านด้วยซ้ำ!!

 

วันนี้ขอทำตัวเป็นคนแก่ชอบเล่าเรื่องอดีตให้ฟังสักวันค่ะ

ขอบคุณค่ะ อาจารย์P

  • อย่าเพิ่งเศร้านะคะ...เดี๋ยวจะไม่มีใครเล่าเรื่องปลาต่างชาติให้ฟัง
  • พี่มักถูกต่อว่าเสมอเวลาให้เงินกับคนขายพวงมะลิหรือถั่วต้มว่า ไปช่วยในทางที่ผิด..เหมือนกับว่าไปสนับสนุนเขาให้มาเดินเร่ขาย...
  • แต่ชีวิตจริงที่เขาต้องดิ้นรนช่วยตัวเอง ก็อาจจะดีกว่าเขาไม่ทำอะไรงอมืองอเท้าหรือไปขายยาบ้านะคะ

ขอบคุณค่ะ ครูสุ P

  • ขอให้ความดีที่ครูไปสอนเด็กๆ ก็ส่งผลบุญให้คุณครูเช่นกันนะคะ.....
  • ผู้หญิงคนนี้คงเป็นคนไร้สัญชาติอย่างที่ครูบอก...เพราะเธอก็ต้องเช่าบ้านราคาแพงกว่าคนอื่น เพื่อแลกกับการอยู่ได้...โอกาสของเธอที่จะร่ำรวยอาจจะดูริบหรี่...แต่เวลาที่เธอมองดูลูกและเอาลูกขึ้นห่อผ้า ที่ผูกมัดกับอกตามลักษณะของคนไทยใหญ่(หรือพม่า?)..งดงามมาก..และร่ำรวยในความรู้สึกน่ะค่ะ..
  • ขอบคุณค่ะที่แวะมาให้ได้คุยต่อ (ขออนุญาตคุยมากสักวันค่ะ)

 

สวัสดีครับ อ.จันทรัตน์

สำหรับเมืองที่เปลี่ยนไป ผมเองเข้าใจครับ แล้วก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เคยอ่านเรื่องราวที่นั่นก็มีบางชุมชนนะครับที่พยายามคงสภาพดั้งเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งแม้เป็นจุดเล็ก ๆ แต่ก็จำเป็นมากครับสำหรับเมืองใหญ่ ๆ ที่ภายหน้าคงจะถูกสิ่งใหม่ ๆ ที่อาจไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากมาย มาแทนที่สิ่งเก่าที่แสดงออกได้ถึงสิ่งดีงามในอดีต

แต่อย่างไรก็ตาม มันคงต้องเปลี่ยนแปลงไปนะครับ ถ้าหากจะดึงอะไรไว้ได้คงเป็นเรื่องการอนุรักษ์ หรือกำหนดเขตพื้นที่สำหรับการบอกเล่าถึงประเพณีวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต ความเป็นมาของเมือง ในแง่ประวัติศาสตร์ คงเท่านั้น ( กระนั้นยังยากเลยครับ )

ชีวิตในเมืองของหญิงขายถั่วก็บอกสภาพของเมืองให้ชัดลงไปอีกครับ ยิ่งมีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา ยิ่งพัฒนาในแง่เงินทอง ก็ยิ่งมีผู้คนที่กระจัดกระจายออกไปด้วย การห่างโอกาสเข้าถึงเงิน มากออกไปยิ่งขึ้น เพราะแนวโน้มของการหาเงิน ก็คือกำไร และลดต้นทุน คนที่ทุนน้อย แรงน้อย ก็ต้องหลุดออกจากวงจรการแข่งขัน และยากจะพลิกตัวกลับสู่วิถีดั้งเดิม เพราะฐานความคิดถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องการต้องวิ่งเข้าหาเงิน อย่างเดียว รู้สึกดีและอนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยครับ ในสิ่งที่แย่ บดบัง แร้นแค้น ก็ยังมีสิ่งดีงาม แสงสว่าง และการจุนเจือ ผมเห็นด้วย และร่วมคิด ทำสิ่งเหล่านี้ครับ

สวัสดีค่ะ คุณแจ๋วจริงๆP

ไปทะเลแถวเกาะช้าง ต้องบิกินนี่หรือคะ  O-O

ยังไม่เคยไปค่ะ แต่ก็น่าคิดนะคะ...

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ คิดว่าหลายๆคนจับตามอง แต่ว่า ภาพบางอย่าง...บางทีถ้าคุ้นเคยมากก็ชินตา...นานๆได้ไปเห็นทีก็ใจหาย

เห็นแล้วก็นึกเปรียบเทียบกับเรื่องราวของคนจีนโพ้นทะเลที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นเมืองไทยเมื่อยุคก่อน...อาจจะไม่ต่างกันมาก มีทั้งประสบความสำเร็จ   มีทั้งล้มเหลวและกลายเป็นฆาตกรแบบซีอุย

 

มองดูภาพตอนนี้จึงปนเปทั้งสงสาร เสียดาย และไม่คุ้นเคย

ไม่ได้เกิดจากการยึดมั่นนะคะ เพราะอย่างไรก็ห้ามการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพียงแต่ว่า รู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่นึกว่าภาพบางภาพจะปรากฎกลางเมืองเชียงใหม่ในเวลาไม่กลางคืนมากและอยู่ติดรั้ววัด เท่านั้นเองค่ะ =เป็นโลกาวิบัติที่มาเร็วเหลือเกิน

 

ขอบคุณค่ะ คุณสุมิตรชัยไม่มีรูป

ในฐานะคนทำงานด้านสาธารณสุขค่ะ เลยเห็นภาพบางภาพเด่นกว่าภาพอื่น เช่นนึกถึงภาพโรคระบาด ภาวะการขาดสารอาหารของเด็ก การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ

ทำให้รู้สึกว่า การสอนทางการพยาบาลคงต้องเปลี่ยนให้ทันกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแบบก้าวกระโดดด้วย  สภาพสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น โรคที่หลากหลายและยากต่อการรักษาพยาบาลก็มากขึ้น

คนยุคอายุ 30 ปีขึ้นไปอาจจะโชคดีในวันนี้ที่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี แต่อาจจะโชคร้ายต้องแบกภาระสังคมที่ขาดระเบียบมากกว่าคนยุคก่อนก็ได้น่ะค่ะ ...

ขอบคุณนะคะที่มาเป็นแนวร่วม...

"ปิงเอ๋ย ปิงล่อง สองฝั่งน้ำปิง

เลี้ยงคน เลี้ยงนา แม่ปิง"

"ใส่เบ็ดละไว้ ก่ได้กิ๋นป่า ไผไปไผมา พาราบ่กั้น

น้ำแม่ปิงยาว บ่ใจ้สั้นๆ ไหลบ่อั้นตลอดแนว"

"ปิงเอ๋ย ปิงเน่า เช้าเย็น เหม็นคาว ทับถม แม่ปิง"

"บะเดี๋ยวนี้ มีไผบ่ฮู้ เป๋นหมู่เป๋นก๊ก แป๋งหม้อนะฮก ปกบ้านปกเวียง

บ่าวสาวไปไหน เป๋นจะไดบ่ว๊าก บ่มีปากบ่มีเสียง หายดักเสี้ยงเย็นวอย"

สวัสดีครับ อ.สร้อยครับ

เอาเพลงเก่าของอ้าย จรัล ตี้จ๋ำได้ขาดๆวิ้นๆมาร่วมจ่มครับผม

สวัสดีค่ะพี่สร้อย

เดี๋ยวนี้ที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านที่เคยอยู่ในอดีตแล้วล่ะค่ะ สมัยก่อนเคยออกไปเล่นว่าวหลังบ้านที่เป็นทุ่งได้ เดี๋ยวนี้ไม่เหลือ แต่ขอร่วมบ่นเรื่องการดูแล infrastructure ของเชียงใหม่ค่ะ ว่าแย่จริงๆ เพราะด้วยความที่คงเป็นเมืองเก่ามาก ระบบอะไรต่างๆ เช่น ท่อระบายน้ำ หรืออื่นๆ จึงยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด เหมือนกับทาสีทับสีเก่าไปเรื่อยๆ โดยไม่ลอกออก ไม่ดูว่ากำแพงผุหมดหรือยัง โป๊วอย่างเดียว ^ ^ ที่เห็นมีทำใหม่ก็มีแต่สร้างถนนวงแหวนรอบเมืองใหม่ เสียดายเงินค่ะ

เลยกลายเป็นบ่นๆ อย่างเดียวเลย ขออภัยนะคะ มันไหลออกมาจากนิ้วเองค่ะ ^ ^

  • สวัสดีค่ะอาจารย์สร้อย
  • ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนเพราะยึดธุรกิจเป็นหลัก
  • เด็กรุ่นใหม่ในหัวเมืองใหญ่เหมือนกันหมดไม่ว่าในกรุงเทพหรือที่ไหน
  • เอหรือเราจะกลายเป็นคนกลุ่มน้อยแล้วค่ะ
  • เพราะกลับมาจากเกาะเที่ยวนี้ปรากฎว่าคนที่ทำงานบริการมีแต่แรงงานต่างด้าว ที่เดินทางมาทางห้องเย็นทั้งนั้น น่าสงสารค่ะ ทั้งสงสารแรงงานพม่า สงสารตัวเราสงสารประเทศชาติ
  • อิอิสงสัยอากาศร้อนเลยคิดมาก ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่านะคะ

ถ้าจะได้ผ่อนคลายใจ ต้องไปทบทวนเรื่องนี้ที่ภูเก็ต

  • เห็นพ่อครูบาชวนไปภูเก็ต
  • ตกลงจะไปชั้นธุรกิจอีกม้ายยย..อิ..อิ..
  • อย่าลืม "กุบ" ตวยเน้อ..^___^

P ยังไม่ได้ตัดชุดผ้าไหมจ้า

อิอิ

 

  • P ....อิอิ
  • อยากไปซิคะ...
  • แต่ความอยากกับความจริงบังเอิญวิ่งสวนทางกันค่ะ....
  • ส่งแรงใจไปร่วมจับรางวัลค่ะ ...อิอิ...ได้ข่าวพรายกระซิบว่ารางวัลเพียบ..

 

 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์P

  • เอหรือเราจะกลายเป็นคนกลุ่มน้อยแล้วค่ะ

น่าจะใช่ค่ะ อาจจะเป็นชนกลุ่มน้อยในกลุ่มน้อยด้วย

  • เด็กรุ่นใหม่ในหัวเมืองใหญ่เหมือนกันหมดไม่ว่าในกรุงเทพหรือที่ไหน

และล้ำหน้าฝรั่งด้วยมั้ง...เด็กฝรั่งห่อข้าวไปกินเอง ทำงานช่วงปิดเทอมหาเงินไว้ใช้ซื้อของส่วนตัว....เด็กไทยกี่รายที่ช่วยงานบ้าน??...

วันนี้มีเรื่องเล่าต่อค่ะ...เด็กนักศึกษาที่อยู่หอพักจำนวนหนึ่งซื้อชุดชั้นในชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพราะซักผ้าไม่เป็น...และจำนวนหนึ่งซื้อเสื้อมาใส่ครั้งเดียวทิ้ง...เพราะซักผ้าไม่เป็นเหมือนกัน

เหลือเชื่อไหมคะ...แต่คือสิ่งที่เป็นจริง...เด็กนักศึกษาที่จากบ้านมาอยู่หอพักจำนวนมาก เพิ่งมาหัดซักผ้าตอนจากบ้านมา...แต่ส่วนมากเช่นกันที่ไม่หัดและส่งซักเอา...และส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอกคือเสื้อด้านนอกส่งซัก ด้านในใช้ครั้งเดียวทิ้ง

อาจารย์จะเศร้ากว่าเรื่องแรงงานต่างชาติไหมคะ

สวัสดีค่ะ Pอาจารย์น้องตุ๋ย

นึกถึงเล่นว่าว....แล้วนึกอยากรู้ว่า เด็กๆ ยุคนี้เล่นว่าวกันที่ไหน...สนามโรงเรียนหรือสวนสาธารณะ??

เชียงใหม่มีลอกอยู่อย่างคือ ลอกคูเมืองค่ะ ^^

 

ความยุ่งเหยิงของถนนเก่าๆเล็กๆ ถ้ามีการทำรถราง หรือระบบขนส่งมวลชนดีๆ จะน่าเที่ยวมากเลยค่ะ ..นึกถึงเมืองท่าอนาโปลิสของสหรัฐนะคะ เมืองเล็กๆ เก่าๆ แต่ทำสวยมากเลย...อาจารย์น้องตุ๋ยจะได้แวะไปไหม..

สวัสดีค่ะ คุณP เปลี่ยน

เพลงอ้ายจรัล สะเทือนเข้าไปถึงในใจ

ขอบคุณค่ะ...เพลงนี้จำไม่ได้ นึกทำนองไม่ออกค่ะ..คุ้นเคยแต่เพลงอุ้ยคำ...เอาไว้จะลองหาฟังค่ะ

แอ่วภูเก็ตม่วนๆเน้อเจ้า

  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

หลายๆ ครั้งที่ต้อมเองก็รู้สึกว่าตัวเองไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว   มักจะรู้สึกโหยหาสิ่งต่างๆ ในวัยเยาว์ที่ดูอบอุ่น  ไม่แห้งแล้ง เหมือน ณ ปัจจุบัน

ต้อมอู้คำเมืองในขณะที่เพื่อนพูดภาษากลาง   หลายๆ ครั้งที่ต้อมรู้สึกหงุดหงิดเมื่อโทรไปหาเพื่อนแล้วพวกเธอพูดภาษากลางเมื่ออยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า    จริงๆ แล้วต้อมไม่ควรหงุดหงิด   แต่ก็อดไม่ได้   เพราะต้อมจะรู้สึกว่าทำไมเพื่อนถึงอายที่จะพูดภาษาของตัวเอง   

ต้อมชอบฟังเพลงคำเมือง  ในขณะที่เพื่อนชอบเพลงฝรั่ง(มันจะรู้ความหมายกันไหมเนี่ย?)    ต้อมชอบทานอาหารพื้นเมือง  แต่เพื่อนมักสั่งอาหารฝรั่ง    และอื่นๆ อีกมากมาย

กับหลายๆ เรื่อง  รอบๆ ตัว  ทำให้ต้อมรู้สึกหงุดหงิด   แล้วต้อมก็กลายเป็นคนที่แปลกแยกไปจากทุกคน  ทุกสิ่ง  ทุกอย่าง  

จะว่าไป..ก็ไม่ใช่เฉพาะเพื่อนต้อมหรอกนะคะ   แถวบ้านต้อมจะมีแรงงานต่างด้าวมากมาก   โอ๊ะ นั่นไทยใหญ่ใส่สายเดี่ยว  ในขณะที่ต้อมนุ่งกางเกงสะดอ  เสื้อหม้อฮ่อม

แล้วในที่สุดต้อมก็เลยไม่ออกบ้านไปไหนเลย   ชีวิตต้อมก็เลยมีแค่ตื่นเช้ามาทำงาน  เย็นก็กลับบ้าน  มีชีวิตอยู่ในกองหนังสือ

 

 

  • มาจากตรงนี้ครับพี่สร้อย
  • ."วันนี้รู้สึกอยากลาออกจากงานมากที่สุดเท่าที่เคยรู้สึก

    กลับไปอ่าน เมื่อไหร่จึงควรจะลาออก? รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้...แต่ในใจก็ยังอึดอัดอยากลาออก....

    พยายามทบทวนตัวเองหลายๆด้าน ...หรือว่ายังพยายามให้เหตุผลตัวเองอยู่ก็ไม่รู้แฮะ"

  • ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยเป็นแดนเกิดตามหลักอิทัปปัจจัยตา

  • การยึดติดใน สีลัพพตปรามาส

  • ในระบบหรืออะไรบางอย่างคงไม่ดี

  • มาให้กำลังใจพี่สร้อย อยากให้มีความสุขกับการทำงานครับผม

  • สู้ๆๆๆครับ

ฮัลโหลๆ อึ่งP

ฝากบอกเป๋านะว่า อาสร้อยจะเลี้ยงข้าว(เพิ่มพุง) ขอเป็นเดือนหน้านะจ๊ะ โปรดเตรียมพุงแฟบๆ ไว้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป...^^

สวัสดีค่ะ น้องต้อมP(มีหนวด?)

 

รู้สึกแปลกแยกแต่อยู่ร่วมสังคมได้ ท้าทายอีกแบบค่ะ...

รู้สึกแปลกแยก...ในภาพลักษณ์และกิจกรรม...เป็นเรื่องที่ยากอยู่บ้าง...แต่ก็ทำง่ายกว่าถ้าไม่ต้องฝีน....จริงไหมคะ

แต่อยู่ร่วมสังคมได้...ในการใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งพากันไป..ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำและดูแล...ไม่ก้าวล่วง...แต่ก็ต้องมีการต่อรองและค้นหาจุดลงตัวเพื่อภาพรวมคือสังคมที่ดีกว่า...เป็นสิ่งที่พี่คิดว่าหากทุกเรื่องเกิดจากใจบริสุทธิ์ก็ทำง่าย...แต่ถ้าแต่ละเรื่องมีเบื้องลึกเบื้องลับ....จะทำยากและทำได้แต่ผิวๆ ...จนตายไปแล้วบางเรื่องก็ทำไม่ได้

น้องต้อมค้นพบโลกของตัวเองที่ลงตัว...ก็ถือว่าน่ายินดีมากๆค่ะ...

การทวนกระแสที่ชักพาไปทางเสื่อมได้ เป็นเรื่องน่าทึ่งเสมอสำหรับพี่...และน้องต้อมก็ทำให้พี่ทึ่งนะคะ

 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ขจิตP

น้ำใจที่มีค่าสูงมากๆ ทั้งหลาย..พี่ยินดีรับไว้และจะเก็บเป็นหัวเชื้อสำหรับแจกจ่ายให้กับคนอื่นๆบ้าง(หากมีโอกาส)

ขอบคุณจริงๆค่ะ

  • ธุอาจารย์ค่ะ..

การอยู่ให้ได้รอดในสังคมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะคะ    แต่ต้อมเชื่ออยู่อย่างว่าคนเราทุกคนมีสัญชาตญานในการปกป้องตัวเอง

ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยที่ต้อมรู้สึกว่าตัวเองคิดและทำแตกต่างไปจากคนอื่น   หลายๆ ครั้งที่ต้อมรู้สึกเกลียดและกลัวกับทุกสายตาที่จ้องมองมาพร้อมกับที่หน้ามีคำถาม   กับสิ่งที่พวกเขาคิดว่าต้อมแปลกประหลาด (ซึ่งจริงๆ แล้วต้อมกลับมองว่าพวกเขานั่นล่ะ ประหลาดจัง)

พี่เหี้ยม (พี่คนแรกจากโลกไซเบอร์ที่ต้อมเจอตัวเป็นๆ  จริงๆ แล้วเธอสวย  แต่ด้วยความฉลาดและชอบกัด เตะ ต่อย ตลอดจนสาดใส่ตรรกกะเข้าหากัน   ต้อมจึงนินทาเธอคล้อยหลังว่า "พี่เหี้ยม") บอกว่า.. ต้อมเป็นธรรมชาติและบนโลกนี้แทบจะไม่มีพื้นที่ให้คนที่เป็นแบบนี้ยืนอยู่  แต่จงภูมิใจในความเป็นธรรมชาติของตนเองนะคะ

ค่ะ  ก็ภูมิใจอยู่หรอก (อัตตาสูงน่าดูเนอะ)  แต่บางทีก็หงุดหงิดกับสิ่งที่ต้องพบเจอค่ะ  

ต้อมว่าคนเราถึงต่างความคิดและวิถีปฏิบัติ  ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้นะคะ    หากมีการปรับเข้าหากันในจุดที่พอดี  ที่จะไม่รู้สึกอึดอัด

 

 

เป็นคนแปลกหน้าก็ยังดีกว่าเป็นคนหน้าแปลกนะครับ

สวัสดีค่ะ อาจารย์P 

ค่ะ....นั่นซินะ เลยอดหันมามองหน้าตัวเองไม่ได้...P   ...เอ๊ะ..หน้าแปลกหรือเปล่าเนี่ย..^^

สวัสดีค่ะน้องต้อม..

ต้อมเป็นธรรมชาติและบนโลกนี้แทบจะไม่มีพื้นที่ให้คนที่เป็นแบบนี้ยืนอยู่  แต่จงภูมิใจในความเป็นธรรมชาติของตนเองนะคะ

พี่คิดว่าน้องต้อมคงมีความสุขกับธรรมชาติของตัวเองที่อยากใช้คำภาษาอังกฤษว่า unique ...

พี่ชอบมองคนแต่ละคนว่ามี unique นี้นะคะ...และพี่ก็ไม่กล้าล่วงความเป็นส่วนตัว...เช่นไม่นิยมที่จะไปอยากรู้อยากเห็นว่าทำไมคนนั้นทำอย่างนี้หรืออย่างโน้น หากสิ่งที่เขาทำไม่มาขัดต่อการอยู่อย่างสงบในสังคมหรือมาขัด มาจำกัด มากีดกันต่อสิทธิของผู้อื่นไม่ว่าจะโดยกายภาพหรือความคิด...ส่วนหนึ่งเพราะพี่ก็รู้ตัวเองว่ามีธรรมชาติที่มักจะมีเกราะในระดับหนึ่งที่ไม่ชอบให้มาตรฐานของคนอื่นมากำหนดกิจกรรมของตัวเอง...พี่อาจจะมีพื้นที่ยืนน้อยไม่ต่างจากน้องต้อม..หรือเปล่า

 

คุยมาถึงตอนนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องผู้หญิงเก่งในสังคมไทย

พี่มีความเห็นส่วนตัวนะว่าผู้หญิงเก่งและกล้าชน...ก็เป็นอีกกลุ่มที่แปลกแยกแต่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย....ถ้าการกล้าชนนั้นทำเพื่อสังคม....ในทางที่ถูกที่ควร   อย่างที่เห็นมามากต่อมากทั้งในอดีตและปัจจุบัน

แต่พี่ก็ยังมีความคิดแบบหัวโบราณของวัฒนธรรมไทยอยู่บ้างว่า...ผู้หญิงที่เก่งกล้าชน ก็น่าจะยังเป็นคนที่กล้าชนในลักษณะไม่รุกรานใครก่อนเพียงแต่โต้ตอบได้หรือมองมุมต่างได้หรือโต้กลับได้เมื่อถูกรุกรานสิทธิของความเป็น "มนุษย์" หรือมองเห็นจุดที่อาจจะเป็นอันตรายได้หากไม่จัดการ...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอิทธิพลวัฒนธรรมไทยเช่นนี้จะมีพื้นที่ให้ยืนกี่มากน้อย...เพราะดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้หากอยากได้อะไรหรือทำอะไร ผู้คนก็นิยมใช้กำลังไม่ว่าจะผ่านทางกายภาพหรือผ่านทางวาจาหรือทางทุนทรัพย์ ที่กดดัน กีดกัน หรือข่ม ...ไม่เว้นคนที่เรียนจบมาสูงๆ ที่บางทีกลับอาศัย "ความสามารถในการใช้คำใช้เงินใช้ตำแหน่ง" มาเป็นสิ่งขยายผลการแสดงหาประโยชน์ส่วนตัวซะเลย

ชวนน้องต้อมคุยเรื่องหนักๆ ก่อนนอน....^^

 

สวัสดีค่ะ ท่าน จันทรรัตน์

  • ถ้าทุกคนมองภาพเดียวกับที่คุณจันทรรัตน์มอง
  • แล้วร่วมมือกัน ดึงเอกลักษณ์ของ บ้านเรา กลับมา
  • ไม่ใช่เพียงเชียงใหม่นะคะ
  • ประเทศของเราจะกลับไปงดงาม อีกครั้งได้เลยหล่ะค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณครูปูP

หากกรุณาอย่าเรียก "ท่าน" เลยค่ะ...น้ำลายเหนียวขึ้นมาทันที..(พูดไม่ออก)

ขอบคุณสำหรับคำชมและแนวร่วมคิดค่ะ...

เมื่อก่อนตัวเองเคยคิดผ่านการมองผู้นำและคิดรอผู้นำหาทางแก้ปัญหาผ่านมาตรการต่างๆ...แต่ก็พบว่านั่นคือการฝากความหวังและชีวิตไว้ที่คนอื่น ทั้งๆ ที่ความฝันและความหวังอยู่ในมือของเราเอง  อยู่ที่ว่าเราจะเริ่มต้นทำหรือไม่ทำเมื่อไหร่อย่างไรเท่านั้นเอง

ตัวเล็กๆ ก็เลยเริ่มจากจุดเล็กๆน่ะค่ะคุณครู..เริ่มจากมุมที่ตัวเองมีโอกาสได้เข้าไปง่ายที่สุดคือเรื่องสุขภาพ และทำบนศักยภาพน้อยๆของตัวเองก่อนน่ะค่ะ....และก็ดีใจมากๆที่พบเห็นว่า มีผู้คนมากมาย ที่คิดในเรื่องเดียวกันและทำเป็นตัวอย่างมาแล้วด้วย...

....ถ้าหากไม่ได้เขียนในสิ่งที่คิดก็คงไม่ทราบว่ามีใครที่ทำอยู่บ้างแล้วน่ะค่ะ^^

  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

ต้อมเข้ามาบันทึกนี้อีกครั้งในตอนเช้าแต่ไม่ทันได้มีเวลาตอบ   เพราะวันนี้ภารกิจวุ่นวายไปนิด   สมกับเป็นเจเนรัล เบ๊ จริงๆ   กลับเข้ามาอีกทีก็ทุ่มกว่าแล้ว

ต้อมว่าทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว   อาจจะหวงแหนมากบ้าง-น้อยบ้างก็แล้วแต่บุคคล    ต้อมค่อนข้างจะหวงพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองมากๆ และในขณะเดียวกันก็จะไม่ไปก้าวล้ำพื้นที่ส่วนตัวของใคร   

เรื่องผู้หญิงเก่ง   ต้อมมีเรื่องของพี่คนสวยจะเล่าแน่ะ   จริงๆ แล้วไม่สมควร..แต่ก็อยากเล่านี่   อิอิ   เพราะถึงยังไงเรื่องนี้ก็จะถูกบรรจุอยู่ในหนังสือของเราอยู่แล้ว  ฮ่าๆ

คนสวยเคยเล่าว่า .. ในวันหนึ่งที่มีการประชุมในองค์กร และมีผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายพูดในห้องที่มีคนจำนวนมากโดยไม่ให้เกียรติผู้หญิง  ถ้อยคำนั้นค่อนข้างจะหยาบ  ทำให้ผู้หญิงทุกคนก้มหน้า และพวกผู้ชายหัวเราะร่วน  เหตุการณ์อย่างนั้นเป็นอยู่ 2 - 3 วัน ได้ และทำให้พี่คนสวยของต้อม (( อิอิ ขี้ตู่ )) เหลืออด  เธอคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง  ต้องทำให้เขารู้บ้างแม้ว่าเขาจะอายุ 60 ก็เถอะ

พี่คนสวยส่งโน๊ตให้ 1 หน้ากระดาษ ขอให้เขาเกรงใจบ้างเพราะมีผู้หญิงอยู่ในห้องเยอะ และค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่   พี่คนสวยไม่อยากจะพูดผ่านไมโครโฟน  เพราะกลัวเขาจะเสียหน้า   เมื่อแยกย้ายเข้าห้องน้ำ  พวกผู้หญิงก็พากันบ่นๆๆ ว่า เขาคนนั้นพูดจาน่าเกลียด  ทนไม่ได้

หลังจากนั้นก็กลับเข้าห้องประชุม  พอผู้ชายคนนั้นกลับมาก็หยิบโน๊ตขึ้นมาพูด   แต่ไม่ได้พูดตามที่พี่คนสวยของต้อมเขียน  เขาพูดบิดเบือนไปจากนั้น ว่า..พี่คนสวยของต้อมทำให้เขาได้อาย  เขาอยู่มาจนอายุจะ 70 ปี แล้ว ยังไม่เคยมีใครมาทำอย่างนี้กับเขา

เหตุการณ์นี้ ทำให้พี่คนสวยของต้อมเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมในนั้นไปเลย ใครๆ ก็ไม่กล้าพูดคุยด้วย  เพราะกลัวถูกผู้ใหญ่ท่านนั้นเพ่งเล็ง  ก็เขาเป็นที่เกรงกลัวของทุกคนนี่  พวกผู้ชายก็พากันหัวเราะเหยียดหยามพี่คนสวยว่าเป็นคุณหนูถึงทนฟังเรื่องแบบนี้ไม่ได้   เหตุการณ์นั้นทำเอาพี่คนสวยเลิกทำตัวเป็นผู้พิทักษ์สิทธิ์ไปเลย   เพราะวันรุ่งขึ้น มีคนเอาภาพการ์ตูนผู้หญิงยืนฉี่เรียงแถวกับผู้ชายขึ้นหน้าห้องประชุม

แน่ะ เพราะอาจารย์พูดถึงผู้หญิงเก่ง  ต้อมเลยนึกถึงพี่สาว(ในไซเบอร์ของตัวเอง) ....จู่ๆ ก็นึกถึงขึ้นมาแล้วขำกิ้กเลย  

ไม่รู้ว่าเข้าประเด็นไหม  แต่ต้อมอยากเล่านี่  นะนะน๊า  ขอเล่าหน่อย

ป.ล.ระลึกถึงค่ะ  ^^

น้องต้อมที่ระลึกถึง

  • นึกภาพบรรยากาศน่าอึดอัดของคนกลุ่มหนึ่งต่อพฤติกรรมที่ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศและความไม่ยอมรับความแตกต่างทางความคิด...
  • อยากให้กำลังใจคุณพี่คนสวยของน้องต้อมจัง...ว่า จงอย่าได้ยินดียินร้ายต่อการเป็นที่น่ารังเกียจของคนที่ไม่เข้าใจ
  • แต่จงยินดีที่ได้กระทำ ในสิ่งที่เธอพิจารณารอบคอบด้วยสามัญสำนึกและด้วยการให้เกียรติกับผู้อื่นก่อน  นั้นเถิด
  • แม้ ณ วันนั้นหรือวันต่อมา เธอจะถูกกระทำมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของเธอในการกระทำจาบจ้วงของคนอื่น...และเธอไม่จำเป็นต้องไปอายจนหันหนีกับสิ่งที่เหมาะสมและถูกต้องของตัวเอง

หลายๆครั้งที่พี่ปลอบประโลมใจตัวเองว่า ...มีเรื่องราวมากมายที่ดำเนินไปภายใต้ร่มธงไตรรงค์เดียวกัน...ในแบบแผนของจักรวาลที่เป็นธรรมชาติ....สิ่งที่เลวร้ายวันนี้อาจจะเป็นไปเพื่อการคลี่เผยสิ่งที่ดีกว่าในวันหน้าก็ได้...

และถึงวันนั้น..คนที่พร้อมและเต็มใจจะเรียนรู้เท่านั้นกระมังที่จะได้ดึ่มด่ำกับการเรียนรู้ถึงกลไกที่เร้นลับของธรรมชาติ

เรามาชักชวนกันเรียนรู้ถึงความซับซ้อนที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของธรรมชาติของสังคม....และเฝ้ามองด้วยการเปิดใจนะคะ...และพี่ก็คิดว่าตัวเองจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของน้องต้อมและของท่านอื่นๆ มากกว่านี้ค่ะ

 

  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

คาถาที่ต้อมบอกเธอไปเวลาเจอเรื่องหนักๆ ก็คือ "พรุ่งนี้..ก็เช้าแล้ว  แล้วมันก็จะผ่านไป"  และก็มีตัวอย่างอีกเรื่อง   แต่ต้อมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร   เรียบเรียงไม่ถูก   เดี๋ยวเล่าผิด  ^^

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้  ล้วนแต่เร้นลับและซับซ้อน   จะมีสักกี่คนที่เรียนรู้และเข้าใจกับทุกสิ่งนี้ได้   

 

ป.ล.คุยโดยไม่เห็นหน้าอาจารย์เลยรู้สึกแปลกๆ  ได้โปรดเอารูปอาจารย์กลับมาไว้เหมือนเดิมเถอะ พลี๊สสสสสสส....

 

สวัสดีตอนเช้าค่ะ น้องต้อม

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้  ล้วนแต่เร้นลับและซับซ้อน   จะมีสักกี่คนที่เรียนรู้และเข้าใจกับทุกสิ่งนี้

อ่านประโยคนี้แล้วยิ้มเลยค่ะ

เป็นคำรำพึงที่พี่จะไม่ตอบเพราะคิดว่า วันหนึ่งน้องต้อมจะได้คำตอบเองว่า คำตอบจะเป็นอย่างไร...เก็บคำรำพึงเชิงถามนี้ไว้กับตัวนะคะอย่าเพิ่งลืม ^^

 

ส่วนเรื่องรูปนั้น...เพิ่งมองเห็นสิ่งที่น้องต้อมรู้สึกนะ...

ระหว่างที่ยังไม่เปลี่ยนรูป...ยังอยากฟังน้องต้อมคุยนะคะ...แต่น้องต้อมจะหายอึดอัดที่คุยกับ "หมีพู" ก่อนหรือเปล่า??

  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

เข้ามาอ่านข้อความที่อาจารย์ทิ้งไว้ในบันทึกนี้..ต้อมก็พลอยอมยิ้มได้ไปด้วยแน่ะค่ะ   ค่ะ..หลายๆ ครั้งที่เราเคยสงสัยและต้องการคำตอบจากเรื่องใดๆ   แต่หลายๆ คราวเช่นกันที่คำถามเหล่านั้นไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจัง    หรือว่าเมื่อถึงเวลา..สิ่งที่เราเคยสงสัยอยากรู้ก็จะคลี่คลาย  จะแสดงตัว

คุยกับหมีพูห์ไปพลางๆ ก่อนก็ได้    ไม่อึดอัดนะคะ    เพียงแต่รู้สึกแปลกๆ เท่านั้นเอง   เหมือนทุกทีต้อมวิ่งเข้ามาในบันทึกอาจารย์ก็จะคุยๆๆ (กับรูป)    พอถลาเข้ามาอีกที คุยๆๆ ไป เงยหน้าเจอหมีพูห์ก็แอบร้อง เอ๊ะ..อ้าว..  ชะงักไปเลย  (คงเป็นเรื่องของความเคยชิน)

เหมือนที่ต้อมคุยกับพี่คนสวยทางเมล์มาเป็นระยะเวลานานนับปี (หลังจากที่เคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว--แต่ตอนที่เจอยังไม่จ๊ะจ๋าเหมือนตอนนี้)   พอวันหนึ่งพี่สาวคนสวยส่งรูปมาให้ต้อมดู   ต้อมก็....เงียบเลย บอกไปว่าก็รู้สึกแปลกๆ  เหมือนไม่ใช่พี่สาวคนสวยที่มารับต้อมไปเดินงานหนังสือและส่งต้อมไปโน่นนี่เมื่อครั้งที่ต้อมไปเมืองกรุงเลย    เธอก็งงๆ ว่าเอ๊ะ อะไรกัน  ก็พี่นี่ล่ะ 

ก็รู้ว่าเป็นพี่  แต่ทำไมพี่สวยจัง!  ก็สวยเหมือนวันที่ได้เจอกันนั่นล่ะค่ะ   แต่รู้สึกไม่ค่อยคุ้นเลย   คงเพราะเราชินกับการสื่อสารทางเมล์   พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นพี่ก็....รู้สึกแปลกๆ

ต้อมชอบบันทึกนี้ที่อาจารย์เขียน  สั้นๆ แต่มีเรื่องราวมากมายอยู่ในนั้น    หรืออาจจะเป็นเพราะต้อมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนแปลกหน้าท่ามกลางผู้คนมากมาย   

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ ..

  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

ทิ้งท้ายไว้ว่าอยากฟังต้อมคุยต่อ  ^^  ก็เลยค่อยโล่งใจหน่อย  ยิ้มร่า  วิ่งถลามาคุยต่อ   เพราะถ้าคุยผ่านตัวหนังสือ..จะคุยจ้อเลย    หากเจอกันตัวเป็นๆ เงียบบบบบบบ.......ก้มหน้า พูดได้แต่ "ค่ะ"  "อือฮึ"   

เรื่องราวของพี่คนสวยนั้นมีเยอะ   ต้อมอ่านเมล์ของเธอทีไร ก็ขำกิ้กทุกที   ด้วยที่..นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าพี่สาวตัวเล็กๆ ท่าทางบอบบาง เรียบร้อย จะดูห้าวหาญปานนั้น   หลายๆ เรื่องที่ต้อมได้เรียนรู้จากเธอ   ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม   และที่สำคัญ..เธอยอมรับในสิ่งที่ต้อมเป็น (อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของต้อม)   พอหลังๆ ที่เข้ามาใน G2K  เธอก็คงเหนื่อยกับต้อมน้อยลง    แต่รู้หรอกน่ะว่าต้องแอบน้อยใจแน่ๆ   เพราะต้อมชอบคุยถึง G2K..G2K..G2K..G2K..  จุ๊ๆๆ อาจารย์ไม่บอกเธอนะคะ  ^^ 

เฮ้.. ต้อมก็มีเรื่องหวานๆ เหมือนกันนะคะ  วันหนึ่งที่ไปนอนค้างในเมือง  แล้วคิดว่าตัวเองต้องกลับมาทำงานสายแน่ๆ เลยโทรหาคนขับรถเจ้านาย   พอดีกับที่เขาเพิ่งส่งเจ้านายขึ้นเครื่องที่แอร์พอร์ทก็เลยจะรอรับต้อมที่หน้า บ.นิยมฯ   เพื่อนขับรถมาส่งที่ฝั่งตรงข้าม   ต้อมรีบวิ่งจี๋ไปที่เกาะกลางแต่ก็ไม่ทันข้ามไปฝั่งโน้นพร้อมคนอื่นๆ   โอย ไม่ชอบการเดินข้ามถนนเลยจริงๆ    ระหว่างที่นึกก็เห็นว่ามีอีกสองสาวผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน   แอบมองนิดหน่อย  สาวชุดดำ(ท่าทางดุจัง)และสาวชุดขาว (หน้าตาน่ารัก)    รอนานมาก..ก็ข้ามไม่ได้เสียที   ทำไมเชียงใหม่รถติดขนาดนี้นะ    สักพักรถเริ่มซา..สาวชุดดำเธอก็วิ่งตื๋อข้ามไปได้โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมชะตากรรมเลย    ต้อมกับสาวชุดขาวที่เดินไปได้เพียงสองสามก้าวรีบถอยกลับมาเกาะกลางถนนแทบไม่ทันแน่ะ   เราสองคนได้แต่พึมพำว่าสาวชุดดำเธอเก่งจัง   รออีกสักสองสามนาที ก็นับว่านานพอดูแล้วนะ   แล้วทันใดนั้นเอง  ต้อมก็เอื้อมมือไปที่สาวชุดขาว พอๆ กับที่เธอยื่นมือของเธอมาให้ต้อมโดยไม่นัดหมาย   แล้วเราก็เดินจูงมือกันเดินข้ามถนนไปพร้อมๆ กัน   พอเดินไปยังอีกฝั่งได้   เราสองคนก็ได้แต่อมยิ้มและต้อมก็วิ่งขึ้นรถเจ้านายไปเลย   เขินมากๆๆๆ   นั่นรู้สึกจะเป็นจำนวนน้อยที่ต้อมรู้สึกดีกับคนแปลกหน้าในเมือง   ซึ่งปกติ..จะไม่เป็น   พอถึงที่ทำงานก็รีบเมล์เล่าให้พี่คนสวยรู้    เธอก็ร้อง Oops! ใหญ่เลย 

 

 

 

 

ขอบคุณค่ะ น้องต้อม

ให้ยาหอมชื่นใจจัง

 

อยากชวนน้องต้อมไปสวนป่า 15-19 นี้นะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี