ที่สุดจึงใช้กลยุทธ หมอขอเข้าไปตรวจคนไข้
เข้ามาอยู่ใหม่ๆ ผู้เขียนก็รู้สึกงง สับสนกับพระและบุคคลที่นี่มิใช่น้อย จะมีผู้มาดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ มีผู้มาจัดระเบียบให้ ก็มาก และผู้ที่วิพากวิจารย์ก็เยอะ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนใหม่ ที่สำคัญ ต้องมาอยู่นาน จึงเหมือนการรับน้องใหม่ บางสถานที่ผู้เขียนก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าไป บางแห่งก็ไม่ควรเข้ามาบ่อย แต่ทั้งหมด ก็ได้เฝ้าสังเกตมาจนหมดสิ้น ที่จริงไม่ได้มีความลับอะไร เพียงแต่ ยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าผู้เขียนเป็นใคร มาอย่างไร ที่นี่ ค่อนข้างจะให้เกียรติ แขกผู้มาพักมาก แต่สำหรับผู้เขียน คิดว่า ระยะเวลา ๓๘ วันนี้ ผู้เขียนน่าจะอยู่อย่างคนในครอบครัวนี้มากกว่า ที่สุดผู้เขียนก็ทำได้สำเร็จ หลายๆคน เรียกใช้ ปรึกษา และยอมให้ผู้เขียนช่วยงานได้
โรงครัวที่นี่สะอาด สะอ้าน มีพ่อครัวแขก เป็นผู้ปรุงอาหารไทย ปรุงได้ทุกชนิด รสชาดดีทีเดียว ชื่อสุบัด แต่คนไทยก็ตั้งชื่อใหม่ว่า สมบัติ มีลูกมือเป็นเด็กสาว อายุ ๑๗ ปี ชาวเนปาล ชื่อซีต้า ก็ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า สีดา เข้าท่าดี มีแม่ชีหัวเรี่ยวหัวแรงชื่อบัวจันทร์ แม่ชีกัญญา และพี่จองศรีอาจารย์ที่เกษียณแล้ว แต่อยากมาเก็บบุญ เป็นน้องสาวแม่ชีกัญญา อยากบอกให้ทราบว่า ทุกคน ทุกคณะทัวร์ และแม้แต่ผู้จรเข้ามาโดยมิได้ตั้งใจ แต่เมื่อเข้ามาถึงวัดไทยนี้แล้ว ท่านคือผู้มีบุญ ขอเพียงรู้ จำนวนคน อาหารต่างๆ จะถูกจัดเตรียมเพื่อท่าน อย่างพร้อมเพรียง แก้กระหายคลายหิวได้อย่างฉับพลัน
หลายครั้งผู้เขียนเห็นคณะทัวร์ที่เข้ามายามดึก ทางโรงครัว ก็ยังมีแก่ใจ นำน้ำปานะ มาวางรอท่า ให้ท่านได้ดื่มก่อนนอน
ที่นี่ทำงานเป็นทีม ร่วมแรง ร่วมใจ มีมิตรภาพ ผู้เขียนชอบวัฒนธรรมเช่นนี้มาก
ในที่สุดตามอุปนิสัยของผู้เขียน ที่อยากจะได้เรียนรู้ หลักการบริหารงานของโรงครัว จึงได้ สอบถามเรียบๆเคียงๆจากพระบ้าง โยมที่มาช่วยงานบ้างว่า ใครเป็นผู้บริหารโรงครัว ทราบมาว่า มีพระอธิกรณ์,พระมหาสมปอง และพระพัฒนพงษ์ จะเป็นผู้กำหนด เมนูอาหารแต่ละวัน แต่ละมื้อไม่ให้ซ้ำกัน ท่านจะไปจ่ายตลาด ที่กูรักกะปู้ มาสำรองไว้ และสนับสนุนงานโรงครัวทั่วๆไป ให้ภาพออกมาได้ดีตามที่ผู้พบเห็นคงต้องยอมรับเช่นกัน
แค่ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ทั้งหมด ในการดูแล การปรุงอาหาร การจัดเตรียมต้อนรับ แต่ละคณะ สถานที่ เครื่องใช้ให้เหมาะสมนั้น คือ คุณแม่ชีอัมพร หรือคนอินเดียเรียกว่า มาตายีอัมพร คือคุณแม่อัมพรนั่นเอง
แต่ผู้เขียนมาอยู่เกือบสัปดาห์แล้ว ก็ไม่เคยได้เห็นแม่ชีอัมพร ไม่ว่าจะเข้ามาในครัว หรือแอบๆมองยามที่เขาทำงานกัน ก็ไม่ปรากฏตัว มาตายีอัมพรสักครั้ง ที่สุดก็ใช้วิธีถามหาจากแม่ครัวนั่นแหละ คำตอบคือ มาตายีอัมพร ไม่สบายนอนอยู่ในห้อง นี่ที่ผู้เขียนไม่ได้พบแม่ชีอัมพร ก็เพราะท่านป่วยดอกหรือ แล้วผู้เขียนเป็นหมอได้อย่างไรที่ปล่อยให้มีคนไข้ในบ้านโดยไม่ดูแล ที่สุดจึงใช้กลยุทธ หมอขอเข้าไปตรวจคนไข้ จนมีโอกาสได้พบคุณแม่อัมพร แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเสบียง เป็นคนสุดท้าย ในวัดนี้
การได้พบกัน มีเหตุการณ์สำคัญๆ ตามมาอีกมากมาย ดังจะได้เล่าในบันทึกต่อไป
โยคีน้อย
เล่าเรื่องได้น่าติดตามดีจัง
เลยตื่นเต้นไปด้วย หนอ
คนเหล่านี้คือผู้ปิดทองหลังพระจริงๆ
สวัสดีค่ะป้าแดงคนสวย
คิดว่า อาสาสมัครคนต่อไป น่าจะอยู่ใน โกทูโนว์ นี่แหละ ป้าแดงว่าจริงไหม ?
สวัสดีค่ะพี่โยคี
โยคีน้อยนับถือน้ำใจ ของผู้มาอยู่ช่วยงานที่อินเดียทุกคน โดยเฉพาะแม่อัมพร ที่เป็นคุณนายนายทหาร ควรได้พักผ่อนสบายๆอยู่กับบ้านแล้ว แต่แม่ก็มา ด้วยเหตุผล เอาบุญในช่วงชีวิตที่เหลือ
แม่ทำอาหารอร่อยมาก ใจดี กลับเมืองไทยว่าจะตามไปเยี่ยม แม่อยู่เมืองเพชรค่ะ
อยู่กับแม่ไม่มีอดเลย มีแต่เอาของดีๆไว้ให้กิน
เขียนถึงแม่อัมพร ๓ ตอนค่ะ พรุ่งนี้ ฟังต่อนะ ไฟฟ้าดับนานแล้ว
โห..พี่หมอรุ่ง อยากอ่านต่อมากเลยค่ะ
อนุโมทนาบุญเช่นเดิมนะคะ สาธุค่ะ
สวัสดีครับ หมอ
โอยน้องรุ่งคิดถึงจังค่ะ ไม่ได้คุยกันตั้งนานแล้ว ตั้งแต่น้องออกเดินทาง ขอโทษนะคะไม่ได้มาตามติดให้กำลังใจ วันนี้เห็นบันทึกต้องรีบเขียนตอบ เดี๋ยวจะผ่านเลยไปแล้วก็วนไปที่อื่น จนไม่ได้กลับมาซักที
ดีใจที่อ่านบันทึกนี้และรู้สึกเลยว่าน้องรุ่งสบายมากในการปรับตัว และได้บำเพ็ญประโยชน์ มีสติซะอย่าง ปัญญาต่างๆก็บังเกิดให้ได้นำมาใช้ทันการนะคะ
สวัสดีค่ะคุณกมลวัลย์
ได้อ่านต่อคืนนี้เลยค่ะ เล่าไป ก็คิดถึงแม่อัมพรไป ตอนสุดท้ายนี่ เขียนเอง แล้วก็ใจหายเอง ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
อันนี้รายวัน ไม่ต้องรอยาน คนเล่าก็อยากเล่าจะแย่ แต่เน็ตบ้าง ไฟฟ้าบ้าง ทำให้ไม่สะดวกใจเลย แต่เขียนจบแล้ว จะนำขึ้นให้เร็วๆเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุข
เอาเรื่องดีๆมาฝากค่ะ มีคนไทยที่มาท่องเที่ยว เขาชมว่า แต่งตัวแบบนี้ดีจัง นุ่งผ้าถุงด้วย หนุนุ่งผ้าถุงทุกวัน ส่วนวันหยุด ก็จะใส่สีๆของพี่ค่ะ สบายดีจัง คิดถึงพี่นุชนะคะ