คิดถึงทางบ้าน
วันนี้ ผมได้รับข้อความในมือถือจาก อ.ศุภฤกษ์ ปั้นทอง ซึ่งตามปรกติ จะแจ้งข้อความเข้ามาทุกวันว่าปั่นจักรยานได้กิโลเมตรและถึงไหนแล้วบ้าง
แต่วันนี้ ข้อความที่ได้รับ ทำให้ผมสะท้อนใจยิ่งนัก
ข้อความมีดังนี้ครับ
วันที่ 18 เมษายน ช่วงนี้ที่อินเดียร้อนมาก 45-54 องศา C ต้องปั่นกลางแดดทุกวันเพื่อถึงเป้าหมาย
วันที่ 18 เมษายน เมื่อวานยางรั่วเป็นครั้งแรก ไม่ถึง Ajmer ถึง kishangarh 22.00 น 105 km
วันที่ 18 เมษายน วันนี้ครบ 3 เดือนจากบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งนานที่สุด คิดถึงครอบครัวมาก
ทั้งนี้ อ.ศุภฤกษ์กำหนดจะปั่นจักรยานถึงเมืองมุมไบในวันที่ 30 เมษายน
คำว่า คิดถึงครอบครัวมาก ช่างสะเทือนใจเหลือเกิน
ไม่มีคำพูดต่อไปครับ
ได้แต่ส่งกำลังใจไปให้..........................ขอให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ
สวัสดีค่ะท่าน
ขออนุญาตส่งกำลังใจไปมอบให้ อ.ศุภฤกษ์ ปั้นทอง ด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.พลเดช
คุณ Jaewjingjing ครับ
นึกภาพดูว่าทุกวัน อ.ศุภฤกษ์ได้แต่ปั่นจักรยานไปบนถนนในต่างแดนที่ไม่เคยผ่านมาก่อน
ค่ำก็นอนเพื่อเอาแรงไว้ปั่นในวันรุ่งขึ้นต่อไป
คงไม่มีโอกาสได้ดูอินเตอร์เน็ตว่าใครให้กำลังใจบ้าง
ในจุดผ่านใหญ่ๆ ตามสถานทูตไทย จึงจะได้ทราบและมีโอกาสเปิดดูเน็ตครับ
ขอบคุณแทน อ.ศุภฤกษ์ครับ
เรา ผู้ดู ถือว่าได้บทเรียนอย่างหนึ่งจาก อ.ศุภฤกษ์ครับ คือ ผู้ลงมทอทำความฝันให้เป็นจริง ย่อมถือว่าได้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้ว
คุณคนไม่มีรากครับ
ขอขอบคุณแทนครับ
เมื่อ อ.ศุภฤกษ์ปั่นกลับมาที่เดลีอีกในวันที่ 20 พค. จะได้สำเนาข้อความเหล่านี้ให้ท่านอ่านครับ
เราได้เห็นกันครับว่า การสร้างความท้าทายที่ยิ่งยวดให้กับชีวิตของตนเอง คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตครับ
เรื่องราวที่อาจไม่ได้สิ้นสุดเพียงชาตินี้ แต่ ณ จุดหนึ่งบนเส้นทางของกาลเวลา
ถ้าใจมุ่งมั่น ต้องถึง ณ วันหนึ่งครับ
เจริญสุขครับ
พี่โยคี
อ.ศุภฤกษ์ เป็นตัวอย่างของคนจริง ขอชื่นชมน้ำใจ ขอให้อดทน เมื่อทนได้กับทุกข์ ที่สุด ก็ไม่ต้องทนอีกต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพลเดช
น่าเห็นใจอาจารย์ศุภฤกษ์มากๆ เลย
งานนี้นอกจากกำลังกายที่ต้องแกร่งแล้ว กำลังใจก็ต้องมีมากด้วย ถึงจะเอาชนะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่นี้ได้
ขอส่งกำลังใจและคำอวยพรให้ประสบความสำเร็จให้้กับอาจารย์ศุภฤกษ์ผ่านทางบันทึกนี้ค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะอ.พลเดชที่เคารพ
โยคีน้อย
อ.กมลวัลย์
คุณคนไม่มีราก
ขอตอบพร้อมกันเพราะมีข้อความที่ต้องการจะตอบทุกคน
ก่อนอื่นขอบคุณแทน อ. ศุภฤกษ์ครับ
อ.ศุภฤกษ์ เป็นการเดินทางชีวิตรูปแบบหนึ่ง ทำให้คิดถึงกรณีของโยคีน้อย
ก็เป็นการเดินทางอีกรูปหนึ่งแบบเช่นกัน
ยังไม่นับพวกเราที่มีชีวิตอยู่ในทุกวันในที่ที่เราคุ้นเคยอยู่ ก็ต่างเดินทางกันในใจตนอย่างเข้มข้น
สิ่งที่เหมือนกันก็คือ
ทางเดินนี้ไม่เคยปราศจากอุปสรรค จะมากหรือน้อยเท่านั้น
คนทั่วไป ถ้าเห็นทางที่อุปสรรคน้อยหรือไม่มีเลยก็คงรีบไปทางนั้น
แต่ก็มีบางคน เห็นอยู่ ทั้งที่รู้อยู่ว่าทางที่จะเดินนี้มีอุปสรรค...ท้าทาย เสี่ยงชีวิต...มาก
แต่ก็เลือกที่จะเดิน
ก่อนเดินทางไปอินเดีย โยคีน้อยเองก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอินเดีย ก็เข้าใจว่าวิตกอยู่ในใจพอสมควร ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว ก็เสี่ยงอยู่
แต่เมื่อตั้งใจมั่นแล้ว ก็สู้ไป.....จนทุกวันนี้จะเห็นว่าประสบการณ์และอุปสรรคนั้นมีคุณค่า
สิ่งที่น่ากลัว สิ่งที่น่าเกลียด สิ่งที่ไม่ชอบกลายมาเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ก็ต่อเมื่อไม่หนีมัน
เท่าที่สังเกตุ มีคนไม่เห็นด้วยกับ อ.ศุภฤกษ์ก็หลายคน ไม่เข้าใจก็หลายคน ไม่เชื่อว่าจะทำได้ห็หลายคน.......
คยถาม อ.ศุภฤกษ์ว่าทราบไหมว่ามีคนเห็นแตกต่าง...ท่านบอกว่าทราบแต่เมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องไม่สนใจคำเหล่านั้นเพราะเรามีความฝันที่จะต้องทำให้สำเร็จ
สาธุครับ.........
เป็นตัวอย่างให้นักสู้ชีวิตอื่นด้วย เมื่อพบเป้าหมาย พบทางที่ตั้งใจเดิน เห็นฝันที่ตนเองจะไปแล้ว ก้ต้องตั้งมั่น เด็ดเดี่ยว เดินไปข้างหน้า ด้วยความรู้ คู่คุณธรรม
ไม่สนใจว่าคนจะคิดอย่างไร จะพูดอย่างไร
เพราะความฝันของเรา เราก็คือผู้ทำ ถ้าเราไม่ทำ ความฝันนั้นก็ไม่มีทางเป็นจริง....เลย
คนทำ ย่อมดีกว่า มีคุณค่ากว่าคนไม่ทำ....ที่ดีแต่พูด......
อาหารเช้าสำหรับวันนี้ครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ขอบพระคุณที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นในบันทึก "เดินสู่..อิสรภาพ" ของต้อมนะคะ
ก่อนอื่นคงต้องขอส่งกำลังใจให้กับ อ.ศุภฤกษ์ ปั้นทอง กับการเดินทางครั้งนี้ให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพนะคะ
วิญญานของโจนาธาน ลิฟวิ่งสตัน สถิตอยู่ในตัวของทุกคนอย่างที่ท่านพลเดชพูดไว้จริงๆ นะคะ เพียงแต่ว่า..จังหวะที่จะได้ขยับปีกคือเมื่อได ^^
คุณคนไม่มีรากครับ
สาธุครับ
ความเบิกบานหาซื้อกันไม่ได้ง่ายๆ เลยครับ
เหมือนกับดอกไม้ในใจที่เบิกบาน
อาหารวันนี้คือเป้นผู้ให้ แม้แต่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคยกราบไหว้ บนบานศาลกล่าว
เวลาเราไปอยุ่ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยทั่วไปคือ
ขอให้ลูกช้าง........
ลองกลับกัยใหม่ครับ
ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ
ขอให้ได้มีโอกาสสร้างบารมี เข้าถึงซึ่งพระนิพพานเช่นกัน
จบ
ไม่ต้องขออะไรให้กับตัวเอง...เช่นเคย
เพราะกุศลจิตเกิดในจิตใจเป็นสิ่งที่เราได้แล้ว
ความเมตตาความเบิกบานเกิดขึ้นแล้ว
ความเบิกบานเช่นที่ได้สัมผัสเช้านี้นั่นละครับ
เป็นพลังทิพย์ที่เผื่อแผ่ได้ไม่รู้จบครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีคะ
อ่านข้อความของอ.ศุภฤกษ์ แล้ว รบกวนฝากบอกว่าขอเป็นกำลังให้อาจารย์คะ เป็นห่วงด้วยคะ อากาศร้อน ท่านคงจะเหนื่อย เลยคิดถึงครอบครัว ขอให้พระคุ้มครองให้ท่านถึงเป้าหมายอย่างปลอดภัย
ขอบคุณคะ
อรุณสวัสดิ์ อ.พลเดชค่ะ
สวัสดียามเช้าครับ
เริ่มต้นด้วยบุญ ก็จะเป็นผลบุญตลอดวันครับ
เรื่องจิตประภัสสรนั้น เหมือนกับเรื่องชาวนากับผู้วิเศษครับ
ถ้าเอาสิ่งที่ผูกพันออกไปจากใจได้ ก็จะเป็นอิสระ พบกับจิตประภัสสรนั่นเองครับ
เจริญสุขครับ
สวัสดีครับ ท่านพลเดช
ผมเห็นภาพแล้วประทับใจครับ ส่งใจไปเต็มลำครับ ให้ทุกอย่างไปได้ด้วยดีตามที่ท่านอาจารย์ตั้งใจไว้ครับ
สบายดีนะครับ รักษาสุขภาพครับ
ดีใจแทน อ.ศุภฤกษ์ครับที่ยังมีคนให้กำลังใจ
อากาศที่อินเดียช่วงนี้ร้อนมากจริงๆ
ข้อความจาก อ.ศุภฤกษ์ที่ได้รับล่าสุดคือ
อากาศร้นอมาก
ต้องเปลี่ยนปันตอนกลางคืนแทนครับ
สบายดีเช่นกันนะครับ
สวัสดีครับ
ดีครับ
นับเป็นการจุดประกายให้คนทั่วไปได้จริงๆ
ผมเพิ่งรู้ว่าจักรยานนั้นมีคุณค่ามหาศาล
กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับจักรยานศาสตร์
เอาไว้ใช้ออกกำลังกายบ้างครับ