สิกขิม มีเรื่องราวหลายแง่มุมให้เขียนถึง ตั้งแต่เรื่องราวของผู้คนในท้องถิ่น ธรรมชาติที่สวยงาม วัดวาอารามที่น่าสนใจ รวมทั้งเรื่องราวทางพุทธศาสนามหายานแบบธิเบต และมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่สิกขิมเลือกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีประจำรัฐนี้
แน่นอนว่าสัญลักษณ์นี้คือสัญลักษณ์แห่งความโชคดีประจำชาติของสิกขิมมาตั้งแต่สมัยที่สิกขิมยังเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่มีกษัตริย์ปกครอง จนต่อมากลายเป็นรัฐเล็กๆรัฐหนึ่งของอินเดีย สัญลักษณ์แห่งความโชคดีนี้ก็ยังใช้อยู่ และจะมีสัญลักษณ์ที่ว่านี้ติดอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆ รวมทั้งในสถานที่ทำงาน และมีในร้านขายของที่ระลึกด้วย
สัญลักษณ์ของความโชคดีนี้มีอยู่ 8 อย่าง หรือเรียกอีกอย่างว่า Eight Lucky Signs และแต่ละอย่างมีความหมายที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งเอามากๆ
ทุกที่ทุกประเทศในโลกนี้ ย่อมจะมีสัญลักษณ์ประจำชาติแตกต่างกันไป ข้าพเจ้ามองว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่จะมีสิ่งเหล่านี้ แต่สำหรับสิกขิมแล้ว สัญลักษณ์แห่งความโชคดีนี้ คือความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะสำหรับผู้ที่สนใจในทางธรรมแล้ว ถ้าได้อ่านและได้เข้าใจในความหมายของสัญลักษณ์ดังกล่าวจะต้องประทับใจ แม้กระทั่งตัวข้าพเจ้าเองยังคิดเห็นไปว่า เมืองไทยของเราที่ประกาศตัวว่าเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ น่าจะมีสัญลักษณ์แห่งความโชคดีที่มีความหมายแบบนี้ไว้บ้าง
1.Dug (Parasol) หรือฉัตรทอง เป็นสัญลักษณ์แทนตัวพระพุทธเจ้า ซึ่งจะช่วยปกป้องจิตใจของเราให้พ้นจากกิเลสทั้งปวง เปรียบเสมือนร่มที่ช่วยป้องกันคนเราจากความร้อนของแสงแดด
2.Gyaltsen (Banner of Victory) หรือธงแห่งชัยชนะ เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะที่ความดีมีเหนือความชั่ว
3.Sernya (A pair of golden fish) หรือปลาทองคู่ เป็นสัญลักษณ์แทนการมาเกิดใหม่ และยังหมายถึงการมองเห็นและรับรู้ที่ปราศจากอุปสรรค เหมือนกับปลาที่สามารถมองเห็นในน้ำขุ่นได้
4.Dhungkar (Conch shell) หรือเปลือกหอยสังข์ เป็นสัญลักษณ์แทนเสียงก้องกังวาลแห่งธรรมะ
5.Bhumpa(Vase) หรือแจกัน เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง สุขภาพดี และการมีอายุยืนยาว
6.Pema (Lotus) หรือดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้ เปรียบเหมือดอกบัวที่เกิดขึ้นมาจากโคลนตมแต่ก็ยังสะอาดบริสุทธิ์
7.Palbheu(knot of eternity) เรียกอีกชื่อว่า Lucky net ซึ่งปมที่ผูกเชือกนั้นไม่มีการเริ่มต้นและไม่มีการสิ้นสุดเปรียบได้กับความเป็นนิรันดร์
8.Choekyi Khorlo (The wheel of Dharma) หรือธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า
นี่คือความหมายของสัญลักษณ์แห่งความโชคดีแปดอย่างของสิกขิม
สำหรับธงมนต์ หรือ ธงภาวนา (Prayer Flags) ที่เราเห็นตามที่ต่างๆนั้นเล่า ก็มีความหมายที่น่าสนใจ ธงดังกล่าวจะมีทั้งหมด 5 สี เมื่อเราเห็นธงเหล่านี้อยู่ที่ใด ความหมายก็คือการสวดอ้อนวอนเพื่อให้มีสันติสุข สันติภาพเกิดขึ้นในชุมชนนั้น หรืออาจจะมีความหมายกว้างไปถึงการภาวนาให้เกิดสันติสุขสันติภาพในโลกอะไรทำนองนั้น
สีเหลืองหมายถึงโลก สีเขียวหมายถึงมหาสมุทร สีแดงหมายถึงพระอาทิตย์ สีขาวหมายถึงเมฆ และสีฟ้าหมายถึงท้องฟ้า นี่คือการภาวนาด้วยธงภาวนาแบบพุทธมหายาน ไม่มีเรื่องการขอหวยหรือขอเลขเด็ดแต่อย่างใด
หมายเหตุ...
ข้อมูลจากหนังสือ เที่ยวไม่ง้อทัวร์ตีตั๋วตะลุยสิกขิม
ภาพประกอบ ขอแบ่งปันมาจากกัลยาณมิตรที่ไปสิกขิมด้วยกัน
สวัสดีครับ สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะคุณสิทธิรักษ์
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย สบายดีค่ะ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่นำภาพสวยๆ เรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันให้ได้ชม และได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวที่มีทั้สาระที่จรรโลงใจ ผ่อนคลายสมอง เพิ่มพูนความรู้รอบตัวและรอยหหยักในสมองให้กับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ท่องโลกก้วางเช่นพี่ ได้เข้ามาติดตามผลงานอยู่เสมอ ขอบคุณอีกครั้ง ที่จัดสรรทุกสิ่งมาแบ่งปัน
สวัสดีครับ...
มาเยี่ยมครับ...
สังเกตว่าพี่ยังไม่ได้ทำเเพลนเน็ท(planet) ...(รวมบันทึกที่น่าสนใจไว้อ่าน)
พี่สบายดีนะครับ...
ที่ มส. เรา ตอนนี้หมอลดลงมากๆครับ
งานมากขึ้นคนน้อย...เรื่องราวมากมาย
ที่ปายโชคดีมากๆครับ ที่ได้ท่านสมคบมาอยู่
ทั้งการบริการ และการจัดการ
ส่งผลถึงปางมะผ้าด้วยครับกรณีคนไข้ศัลยกรรม
หมอคะดูไปดูมาแล้วน่าอยู่เหมือนกันเนอะคงสงบดีอ่ะค่ะเหมาะกะเวลาตกงานจริงๆๆเล้ยอิอิอิอิอยากมีเงินไปบ้างค่ะเฮ้อคงอีกนานแต่เสียอย่างเดียวสงสัยไม่มีหวยขาย5555ความหวังเงินล้านคงไม่มีแน่ๆๆเลยค่ะยิ่งบ้าๆๆหวยอยู่ด้วย5555
สวัสดีค่ะพี่เตือน
ปลายเดือนนี้ จะเอารูปสิกขิมไปฝากค่ะ ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยกันเรื่อยๆค่ะ
น้อง kmsabai
พี่เพิ่งได้มีโอกาสแวะไป มส.เมื่อเดือนที่แล้ว ไปเสวนาเรื่องการปฏิบัติธรรม ( แบบไม่เป็นทางการ )กับคุณหมอ CC เพราะที่นั่นคุณหมอ CC ทำโครงการส่ง จนท.ผู้สนใจ ไปปฎิบัติธรรมที่มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ เห็นว่าส่งไปตั้งสองรุ่นแล้ว ก็เลยมีการเสวนาเรื่องผลที่ได้จากการไปในครั้งนี้ พี่เลยไปร่วมเสวนาด้วยในฐานะศิษย์เก่าของศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่เช่นกัน ที่สำคัญคืออยากไปให้กำลังใจและส่งเสริมการสร้างกลุ่มสังฆะขึ้นในโรงพยาบาล จะได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และมาปฎิบัติธรรมร่วมกันเดือนละครั้ง จะช่วยสร้างโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนหนังสือและพูดคุยทางธรรมกัน เพื่อสืบเนื่องการปฎิบัติ เหมือนที่กลุ่มสังฆะพลัมน้อยของเชียงใหม่ทำอยู่ คือไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสายไหน นิกายอะไร แต่ให้ผู้สนใจในเรื่องนี้มาเจอกันและพูดคุยกัน
พี่นำเสนอเรื่องสุนทรียสนทนาด้วย อันนี้จะช่วยได้มาก เพราะบางคนอาจไม่สะดวกใจถ้าจะชักชวนมาปฎิบัติธรรม หรือมาร่วมสนทนาในกลุ่มสังฆะ แต่สุนทรียสนทนา เป็นอะไรที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เราต้องยอมรับว่าชาวพุทธหลายคนกลัวเรื่องการปฎิบัติธรรม พอมีใครชักชวนในเรื่องนี้ กลับจะพากันวิ่งหนีเสียด้วยซ้ำ แถมบางคนบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ยังไม่แก่พออะไรแบบนั้น อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนความคิดในเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าชวนเข้าร่วมกิจกรรมสุนทรียสนทนา น่าจะง่ายกว่า
ที่ มส.พี่เห็นความตั้งใจของน้องๆ หลายๆคน ที่ตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ แต่ความตั้งใจอันมากมายนั้น นำมาสู่ความเคร่งเครียดด้วย เพราะงานการมันมากเกินกำลังของตน ยิ่งมีหมอย้ายออกไปเรื่อยๆ คนที่เหลือก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นไปอีก การอยู่ในสภาวะแบบนี้ยิ่งเพิ่มความเครียดให้คนทำงานที่เหลืออยู่ มันเป็นงานหนักหมือนกันกับการที่ต้องอยู่เวรกันตลอด 30 วัน cover 24 ชั่วโมง แบบนั้น แถมคนไข้ก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พี่เข้าใจเพราะเคยอยู่ในสภาวะแบบนั้น เรียกว่าทำเอา สติแตก ไปเลย เพราะขนาดลาป่วยอยู่ ก็ยังต้องถ่อสังขารมาดูคนไข้อุบัติเหตุ เพราะไม่มีใครคนอื่นจะดูได้แล้ว ถ้าเราไม่มาดูคนไข้ก็จะตายได้ เรื่องป่วยของเราจึงต้องพักไว้ก่อน ??
เรื่องเงินทอง ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้หมอต้องย้ายออก หมอที่ มส.ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยากมีอยากเป็นอะไรมากมาย บางส่วนใช้ชีวิตแบบสมถะเอามากๆด้วยซ้ำ ความสุขใจในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญ เข้าทำนองคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากรึเปล่าก็ไม่รู้ อีกส่วนหนึ่งก็คืองานหนักมากเกินไปที่จะรับผิดชอบไหว และอะไรอื่นๆ อีก การเพิ่มเงินเพิ่มรายได้ก็อาจจะไม่ช่วยให้บรรดาน้องๆ อยู่ต่อ สงสัยต้องเพิ่มความสุข ความรัก ความเข้าใจความเห็นใจให้กันมากกว่า คงต้องสร้างองค์กรที่มีความสุข แบบที่ทาง รพ.ของน้องกำลังพยายามทำอยู่ และหันหน้ามาพูดจากัน รับฟังกันอย่างลึกซึ้งมากๆ อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้
พี่เลยเอาใจช่วยเรื่องการสร้างกลุ่มสังฆะ และเอาใจช่วยให้มีกิจกรรมสุนทรียสนทนาใน รพ. เพื่อจะช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
สุดท้ายก็เลยบอกคุณหมอ CC ว่า ถ้าหาใครมาช่วยไม่ได้จริงๆ จะไปช่วย แต่ยังเป็นเรื่องในอนาคตอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกัน ช่วงนี้ลุ้นเรื่องการสร้างองค์กรที่มีควมสุข และสุนทรียสนทนา รวมทั้งการสร้างกลุ่มสังฆะ ไปพลางๆก่อน อนึ่งการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด และ รพอ. เรายังมีท่านป้อม อยู่แถวๆนั้น คงช่วยได้พอประมาณ ในการประสานงานเชื่อมโยงกัน
ยาวเลยพอคุยเรื่องการงานในทางโลก
กุ้งจัง
ทำเป็นบอกว่าจะตกงาน ที่จริงกำลังจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปมีความสุขกับลูกๆและครอบครัวล่ะจิ ไม่ห่วงใยคนที่เหลือเลยเน๊าะ เอ..มีแต่เรื่องคนย้าย หรือไม่ก็ลาออกแฮะในตอนนี้ สงสัยอากาศร้อนไปผู้คนเลยอยู่ไม่ติดที่ เป็นเพราะภาวะโลกร้อนแหง๋ๆเลย ฮ่า ฮ่า
cs.หมอคะแหมแนะนำมาเยอะเลยสงสัยคุยกะเพื่อนน่าลงตัวที่สันป่าตองอ่ะค่ะใกล้ดีอยากเริ่มที่ใกล้ๆๆก่อนถ้าติดใจค่อยไปไกลๆๆๆเผื่อจะมีอะไรดีขึ้นบ้างในชีวิตที่กำลังสับสนมากๆๆในตอนนี้ค่ะเฮ้อ ตอนนี้ไม่อยากทำงานแล้วนับทุกวันเลยว่าเมื่อไหร่จะได้ออกซะทีทำไมเป็นงี้ก็ไม่รู้ค่ะเฮ้อๆๆๆๆอ้อตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บด้านข้างหน้าอกแล้วค่ะขอบคุณมากนะคะอิอิอิสรุป ปจด มาก่อนกำหนดมากๆๆค่ะสงสัยร่างกายเครียดฮอร์โมนเลยพุ่งกระฉุด5555ไว้เจอกันกุ้งมีเรื่องจะเม้าหล่ะอิอิอิอิ
เรื่องนี้มีสีสันๆๆ สัญญลักษณ์เค้าสวยดีนะพี่ยา ขอบคุณมากค่าที่มาเล่าให้ฟัง เหมือนไปเที่ยวด้วยเลย
สวัสดีจ้าหมอนิด
ไม่อยากให้เหมือนไปเที่ยวด้วย แต่อยากให้ไปเที่ยวด้วยกันสักครั้ง ไว้ trip หน้าไปด้วยกันนะ ตกลงไหม๊