แม่ค้าพ่อค้าที่มาขายเป็นชาวเขาที่พูดไทยได้ชัด ซึ่งคงปั๊ดถะนาแล้ว สมความหัวไว ใฝ่รู้ รักความก้าวหน้าที่มีคนเล่าไว้

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะต้องมีร้านขายของที่ระลึก ที่บนภูหินร่องกล้านี่ก็เช่นกันมีร้านอยู่ทุกที่ที่เป็นจุดท่องเที่ยว  จุดแรกที่เราไปเที่ยว เป็นจุดเข้าชมลานหินปุ่มและบริเวณที่อดีตสหายเรียกว่า กองร้อย 561

 

แม่ค้าพ่อค้าที่มาขายเป็นชาวเขาที่พูดไทยได้ชัด   ซึ่งคงปั๊ดถะนาแล้ว  สมกับความหัวไว ใฝ่รู้ รักความก้าวหน้าที่หนังสือจี๊ด จีระนันท์ เล่าไว้เลย   แม่ค้าบอกว่า สินค้าที่นำมาขาย ส่วนหนึ่งนำเข้าจากจีน  ส่วนหนึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรที่ผลิตเอง  ดูแล้วจะเป็นประเภทที่คนเมืองนิยมกินโด๊ปๆกัน  เช่น โสม  สมุนไพรบำรุงกำลังต่างๆ    สินค้าที่นำเข้าจากจีน มีรองเท้า  ผ้าพันคอ  สินค้าอื่นมี  ไม้เท้า  กังหันบก  ลูกข่าง   กระเป๋าปักลายชาวเขาแบบทำมือที่เรียกว่า ปั้นโด๊ว  ซึ่งไม่ใคร่สวยเท่าไร   ไม่รู้ฝีมือเด็กหรือเปล่า  ราคาสินค้าไม่แพงนัก   ฉันอุดหนุนรองเท้าไป 2 คู่ๆละ 199 บาท ว่านรางจืด และ กระชายดำอย่างละ 1 กองๆละ 20 บาท  

 

อีกจุดที่มีร้านแบบนี้  คือ หน้าโรงเรียนการเมือง  สินค้าที่นี่เป็นสินค้าเกษตรส่วนใหญ่  วันที่ฉันมา ไม่ใคร่มีสินค้าอะไร น้องที่ไปด้วยอุดหนุนกล้วยน้ำว้ามาหนึ่งหวี  ชิมแล้วหวานดีไม่มีเม็ดเลย  หวานอร่อยมาก  ไม่เหมือนกล้วยน้ำว้ากระบี่ที่มีเม็ดมากและรสไม่ใคร่หวาน    เขาเอาเมล็ดดอกกระดาษมาวางขายด้วย  ดอกกระดาษก็มีบ้างแต่น้อย   คนขายโฆษณาว่า  เมล็ดนี้เอาไปปลูกที่ไหนก็ขึ้น  เชียร์ให้ซื้อ บอกว่ามีคนกรุงมาซื้อไปเยอะ  ฟังแล้วน่าเชื่อ แต่เพราะไม่เคยได้ยินว่า ใครเอาลงมาเพาะขึ้นบนพื้นราบ ฉันจึงไม่ซื้อมา   เห็นม่ะว่า ชาวเขาปั๊ดถะนาแล้ว  โฆษณาชวนเชื่อก็เป็น  เห็นยอดฟักแม้ววางขายด้วย กำละ 10 บาท กำหนึ่งมีราวๆ 20 ยอดเห็นจะได้  แพงกว่าบนพื้นราบในตลาดที่เคยเห็นมาซะอีก ไม่แน่ใจว่าเพราะหน้าร้อนหรือเปล่าจึงแพง  ด้านหลังร้านดูเหมือนจะเป็นลำห้วย เพราะได้ยินเสียงน้ำไหล 

ทางซีกโรงเรียนการเมืองนี้ มีคนผ่านมาเข้าชมไม่มาก  ทั้งที่อากาศดีและร่มครึ้ม   เห็นทีจะเป็นเพราะว่า เดินอีกซีกทั้งเหนื่อยและร้อน และคิดว่าซีกนี้จะมีแต่หินอีกกระมัง จึงไม่ยอมมา    ใกล้โรงเรียนการเมืองนี่แหละที่ฉันได้ไต่ลงไปดูกังหันน้ำอันใหญ่ๆ ที่ได้ถ่ายภาพมาให้ดู   ยืนยันว่าหูไม่ฝาดที่ได้ยินเสียงน้ำ กังหันน้ำที่ว่านี่อยู่ซีกเดียวกับร้านค้า   จุดให้ไต่ลงชมอยู่เลยเพิงมาไม่ไกลเท่าไร   ทางขึ้นลงพอมีบันไดให้ไต่ได้   เดินไม่ยากนัก   ตรงโรงเรียน มีบันทึกเรื่องราวในอดีตของสหายไว้ให้รับรู้บ้าง   ฉันอ่านแล้วรู้สึกเหมือนบันทึกไว้งั้นๆ มากกว่าอยากให้คนอ่านเรียนรู้อะไร   

7 เมษายน 2551

 

 

ทิวทัศน์ระหว่างทางผ่านไปชม กองร้อย 561 ของสหาย  ต้นไม้ครึ้ม  อากาศดี  บรรยากาศสงบ  เสียนิดเดียว รู้สึกร้อนยังกับถูกย่างทั้งๆที่มีต้นไม้เยอะ

ทางเดินหนึ่งในป่าภูพาน