ในพื้นที่กว่า ๕๐๐๐ ไร่ของมหาวิทยาลัย แต่เดิมคงเป็นป่าทึบทั้งหมด ปัจจุบันเหลือเป็นป่าประมาณร้อยละ ๔๐ เป็นป่าเบญจพรรณ ที่มีไม้เด่นคือไม้ในวงศ์ Dipterocarp พวกยาง พวกพลวง ครับ เดือนนี้ยางกำลังติดผล เคยเห็นผลยางไหมครับ มีปีก ๒ ปีก เวลาร่วงจะหมุนพริ้วตามลม หล่นให้ไกลต้นมากที่สุด เพื่อการแพร่พรรณนั้นแหละคือเหตุผลของการปรับตัว  ใกล้ที่ทำงานบริเวณลานจอดรถ มียางอยู่หลายต้น ไปทำงานเช้าๆ ประมาณ แปดโมง ยังไม่ค่อยมีคนมา ลูกยางที่หล่นบริเวณทางเดินไม่มีใครเหยียบ ปีกสีชมพูอมส้ม ผลสีเขียวแก่ หล่นอยู่กระจายเต็มพื้น ผมไม่รู้มีอะไรกับผลยาง ลูกยาง ทั้งๆที่ตอนเด็ก ก็ไม่เคยเห็น เพราะบ้านผมเป็นป่าดงดิบ ป่าฝน มีแต่ไม้เนื้อแข็งพวกตะเคียน พยุง ประดู่ มะค่า ชอบเก็บลูกยางมา เอามาจัดแจกันบ้าง  ติดตู้ปลาบ้าง สวยดีครับ นี้ก็วานลุงบุญมากที่ภูเวียง เพาะกล้ายางไวั สองสามร้อยต้น ให้แกต้นละ ๕ บาท พี่ๆที่คณะเกษตร ขอแบ่งไป ๑๕๐ ต้น เอาไปถวายหลวงพ่อที่วัดป่า อำเภอด่านซ้าย เลย ซึ่งท่านกำลังระดมปลูกป่าบริเวณต้นน้ำป่าสัก ที่เหลือว่าจะเอาไปปลูกบริเวณโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่โคกภูตากา ภูเวียง ก็ที่เก็บลูกยางมาเพาะนั้นแหละ จะเอามาปลูกที่บ้านสักสองสามต้น เกษียณแล้วจะได้นอนอ่านนิยายดูลูกยางร่วงที่บ้าน นึกถึงสมัยที่เรียน มข. เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว ซัมเมอร์ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ลงเรียนด้วย แต่ทำงานช่วยอาจารย์บ้าง ออกค่ายบ้างตามเรื่อง ยามเหงาคิดถึงบ้านก็ปูเสื่อใต้ต้นยาง นอนดูลูกยางร่วง คิดว่า เราก็คงเหมือนลูกยาง พลัดจากบ้านมาลมก็พัดมาเสียไกล จะต้องเติบใหญ่ไกลบ้านหรือนี่ เป็นลูกยางที่หล่นไกลต้นเหลือเกิน ก็จริงไกลมาก ไกลจนจะจำญาติที่ห่างไม่ได้แล้วแล้วก็เติบใหญ่เป็นยางต้นใหม่ ในแผ่นดินที่ไม่มีญาติ มีแต่เพื่อน มีแต่อาจารย์ มีแต่ศิษย์ ที่บางทียิ่งกว่าญาติ ก็อาศัยคำที่บาทหลวงที่ปรินส์รอยแยล วิทยาลัยเทศน์ไว้ก่อนจบ มัธยมปลายว่า ลูกๆเอ๋ย ไม่ว่าพวกเจ้าจะไปอยู่ที่หนแห่งใดในโลก ต้องอยู่ให้ได้ ขอเพียงให้มีคำว่า รัก   มีรักคำเดียวอยู่ไหนก็ได้