เสียงสะท้อนอ่อนๆ จากลูกชาวนา....

สวัสดีครับคนกินข้าว(และผลิตภัณฑ์จากข้าว)ทุกท่าน

       สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับ หลายๆ คนคงสนุกกับการสาดน้ำ ในขณะที่หลายๆ คนต้องการน้ำเพื่อไปราดในนาข้าว ในขณะี่หลายๆ คนไม่มีน้ำดื่มในช่วงหน้าแล้ง นี่คือความแตกต่างของบ้านเรา หากคิดให้ดีเราจะพบว่าน้ำคลองกับน้ำดื่มบรรจุขวดมันก็คือน้ำหยดเดียวกันนั่นหล่ะ

       วันนี้ขอคิดบ่น(แต่ไม่ทำ)เรื่องข้าวๆ ชาวนากับนาข้าวและราคาข้าวหน่อยนะครับ

  • ราคาข้าวสูงขึ้้นตาใครโตครับพี่น้อง
  • ตอนนี้เมืองไทยราคาคงแถวๆ กิโลกรัมละ 30 บาท ขึ้นกับราคาและคุณภาพที่ไม่ได้กำหนดจากผู้ผลิต(คนปลูกก็ชาวนา)
  • เมืองนอก (เยอรมัน) ตอนนี้ขึ้นไปในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท เมื่อก่อนกระสอบละ 21 ยูโร (คูณห้าสิบบาทได้เป็นเงินไทยโดยประมาณ) จากกระสอบละ 20 กก. ราคาก็ฟาดขึ้นไปเป็น 26.5 ยูโร ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30 ยูโร ในข้าวกระสอบเดียวกัน ว่าๆ ไปแล้วกระสอบหนึ่งก็ราวๆ 1500 บาท (20 กก.)
  • ใครจะตาลุกวาวเพราะเห็นราคาแพงก็เผากิเลสกันไปเถิดครับ
  • เพียงแต่ผมจะถามพี่น้องชาวนาว่า ท่านรวยขึ้นจริงหรือจากราคา้ข้าวนี้ขึ้น หรือโดนปั่นขนาดนี้ ลองทำบัญชีไว้ดูนะครับ บัญชีครัวเรือนนั่นหล่ะครับ คือตัวชี้วัดความรวยจนของท่าน อย่าไปปลื้มใจกับ ค่า จดพ. อะไรหรอกครับ ของแท้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายของท่านนี่หล่ะ ท่านซื้อมากกว่ามี ท่านก็จน  ท่านมีมากกว่่าซื้อท่านก็รวย สรุปคือมีเก็บกระเป๋าก็ตุง
  • ผมอยากชวนพี่น้องชาวนาคิดทบทวนระบบการทำนาของเราตั้งแต่สมัยที่คุณปู่ย่าตายายของท่านทำนาก็ได้ครับ แล้วดูความเปลี่ยนแปลงนะครับ แล้วหากท่านมองออกท่านจะพบว่าช่องทางในการยังชีพแบบใดที่จะทำให้ท่านอยู่ได้อย่างมีความสุข
  • ถามอีกรอบว่า คนเราต้องการเงิน หรือต้องการความสุข หลายคนคงต้องตอบว่าต้องการเงิน เพราะเงินบันดาลสุข แต่ท่านลองนึกถึงคนรวยหรือสมมติว่าท่านโดนรางวัลที่หนึ่งแล้วโจรผู้ร้ายชุกชุม ท่านจะสุขใจไหม นอนหลับไหม แล้วนั่นหล่ะคือสุขไหม
  • หากเรามองย้อนดูระบบนาของบ้านเรานะครับ นาต้องการน้ำ น้ำเอามาจากไหน น้ำฟ้า หรือน้ำคลอง หรือน้ำชลประทาน แต่ละน้ำนี่บอกได้เลยว่ารอชะตา น้ำฟ้าหากไม่มีเมฆฝน ก็ไม่มีฝน น้ำคลองจะมาจากไหน ก็มาจากฟ้าและใต้ดิน น้ำชลประทานก็เช่นกัน หากคุณเคยไปเที่ยวน้ำตกฝนจะตกตลอดวันที่ยอดน้ำตก ทั้งๆที่บริเวณอื่นแดดเปรี้ยงๆ ก็ตาม แต่ตรงนั้นมีเมฆฝน น้ำไหลจากรากไม้ หากไม่มีระบบนี้ น้ำตกมันจะไหลได้ตลอดเวลาได้หรือ  อันนี้สังเกตเอาง่ายๆ  ดังนั้นจะให้มีน้ำ ก็ต้องให้มีนิเวศป่าไม้ที่สมบูรณ์ นากับป่าก็ต้องไปด้วยกัน  ลองมองไปดูนะครับ นากับป่าไม้ และนากับป่าคอนกรีต  มันต่างหรือเหมือนกันเพียงใด
  • ย้อนกลับมาดูระบบนา จากเมื่อก่อนไถนาด้วยควาย วัว ลากด้วยคน แม่ลากคันไถลูกกุมคันไถ จนมาถึงทุกวันนี้เราใช้ระบบอีกแบบหนึ่ง ทุกวันนี้เราใช้ม้า(ชีน) machine ใช้เครื่องจักรวัดเป็นพลังม้ากันแทน นี่คือโลกแห่งทุนนิยมผสมเทคโนโลยี ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ดีแต่ต้องพอเพียง ไ่ม่ใช่เกินพอ
  • ในป่าก็มีระบบนิเวศของป่า ในนาก็มีนิเวศของนาเช่นกันครับ  นิเวศของป่า ก็คือการผสมดินน้ำลมไฟ ในอัตราที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นผืนป่า น้ำ สัตว์ อากาศ จุลินทรีย์ และอื่นๆ ในนาก็เช่นเดียวกันมีอัตราที่ต่างๆ กันจนเป็นระบบนิเวศนา มีดิน น้ำ โคลน สิ่งมีชีวิตอีกแบบหนึ่ง แต่นั่นก็คือนิเวศเช่นเดียวกัน มีการกิน การล่า การแ่ย่งชิง ครองพื้นที่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเช่นกัน
  • จนวันหนึ่งเราค้นพบว่า มีธาตุอาหารพืช 16 ชนิด มีธาตุอาหารหลัก อาหารรอง อาหารเสริม ที่เราเรียกกันว่า เอ็น พี เค หรือหวยสามชุดข้างกระสอบปุ๋ย อันนี้คือน้ำเกลือนั่นเองครับ ที่ต้องละลายดินน้ำลมไฟ ใส่กรอกเข้าไปให้พืชหม่ำโดยไม่ต้องย่อย จากที่เมืองก่อนเราปล่อยตามธรรมชาติ ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก แนวทางเปลี่ยนไป ประมาณว่า เต่ากับกระต่ายวิ่งแข่งขันนะครับ เต่าก็เหมือนปุ๋ยอินทรีย์  กระต่ายก็ปุ๋ยเคมี ใส่แล้วหลอกเต่าได้ระยะหนึ่ง กระต่ายก็นอนหลับ(ช่วงที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ย) ส่วนเต่าก็เดินต้วมเตี้ยมไป (จุลินทรีย์ย่อยตลอดเวลา) หรือจะเทียบได้กับ ปุ๋ยอินทรีย์คือการกินข้าวให้กระเพาะเราย่อย ต้องย่อยก่อนถึงจะมีแรง ต่างจาก การให้น้ำเกลือ(คือไม่ต้องย่อยเข้ากระแสเลือดเลย)
  • นี่คือแนวทาง แต่ผมจะบอกให้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว รากต้นไม้ รากข้าวนำเข้าระบบลำเลียงต้องอยู่ในรูปเคมีหรือไอออน ดังนั้น การให้อินทรีย์คือการให้เคมีเช่นกันครับ เพียงแต่ใช้เวลาย่อยและมีให้กินอยู่ตลอดเวลา ส่วนเคมีนั้นฉีดทีเดียว หมดก็คือหมดรากดูดไม่ได้ก็จะเคลื่อนที่ไปกับดินน้ำตามหลักการแพร่ การไหลในดินนะครับ อย่างที่เราชาวนาทราบกันว่าก่อนจะใส่ปุ๋ยต้องลดระดับน้ำเพื่อความเข้มข้น แล้วทำไมตัวที่สามข้างกระสอบปุ๋ยมีค่าเป็น 0 จาก 16-20-0 ตัวสุดท้ายมีอยู่ในดินเหนียวแล้วครับ ไม่ต้องใส่ก็ได้ แล้วแต่ละตัวนี่ก็ได้จากการย่อยสาัรอินทรีย์ด้วยกันนี่หล่ะครับ
  • คุณเคยคิดสงสัยไหมครับ ว่าต้นไม้ในป่าไม้ ไม่เคยมีคนใ่ส่ปุ๋ยให้ ทำไมมันโตต้นอวบอ้วนจนทำให้บางคนน้ำลายไหลครับ ต้นไม้มันฉลาดกว่าที่เราคิดกันนะครับ มีระบบเติมปุ๋ยให้ตัวเองนะครับ เพราะใบไม้นั้น มีความวิเศษมากๆ คำตอบก็คือว่า ปุ๋ยของต้นไม้ชนิดนั้นๆ ก็คือใบของมันนั่นเอง  แล้วเราเอาความคิดจากไหนครับ ที่กวาดใบไม้ใต้โคนต้นทิ้งหมด
  • หากไม่เชื่อ ก็จงเข้าป่าแล้วไปพลิกใบไม้ใต้ผืนป่าดูนะครับ เราจะพบพวกสิ่งมีชีวิตมากมาย นั่นหล่ะครับ คือตัวช่วยของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องไปทำอะไรก็ใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้แล้วหล่ะครับ
  • ย้อนมาสู่ระบบนาก็เช่นกันครับ การที่ซังข้าวหลังเก็บเกี่ยวแล้วซังล้มตาย ฝนตกแช่ซังข้าว ซังย่อยสลายกลายเป็นอะไรครับ ปุ๋ยของต้นข้าวในรอบต่อไปไงครับ แต่เราดันเผาซะวอดครับ การเผานี่ทำลายจุลินทรีย์ที่ผิวดิน ใต้ผิวดิน และแปลงธาตุอาหารต่างๆ ให้เป็นเพียงผงคาร์บอนหรือเถ้าถ่านนั่นเองครับ แต่เราทำให้ระบบนี้เร็วขึ้นได้ คือการเติมน้ำหมักน้ำย่อยให้กับทุ่งนา ช่วยย่อยซังข้าว บางคนก็ปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลมเมื่อถั่วงอกงามเขียวสวย ซึ่งช่วงนั้นคือช่วงที่ธาตุ เอ็น (ไนโตรเจน) หรือตัวเลขตัวแรกข้างกระสอบปุ๋ย 16 นั่นเอง และมีธาตุอื่นผสมอยู่ด้วยมากมายครับ
  • ธาตุเอ็นนั้น บำรุงระบบลำต้นโครงสร้างต้นไม้ให้เติบโต  ตัวที่สองพี นั้น บำรุงระบบการออกดอกออกผล และเค ตัวที่สามบำรุงระบบรากและผล
  • ลองนำไปคิดนะครับ  ปุ๋ยของต้นอะไร ก็คือ ใบของต้นนั้นๆ (ใบในที่นี้คือทั้งต้นนั่นหล่ะครับ หลังจากการย่อยสลาย)
  • ต่อมา มาดูระบบห่วงโซ่อาหาร สาัยใยอาหารในนิเวศในทุ่งนา  ในทุ่งนานั้น มีสัตว์ที่เป็นคู่ทำลายกินฆ่ากันอยู่เป็นสิบคู่เลยครับ หากมีจิงโจ้น้ำเพลี้ยบางอย่างจะไม่มี อะไรทำนองนี้ครับ แต่พอเราเห็นเพลี้ยในช่วงที่จิงโจ้น้ำอ่อนแอ เราโดนปั่นด้วยระบบสารเคมี ฉีดพ่น คราวนี้หล่ะครับ จุดเริ่มเลยครับ ในการทำลายนิเวศ สาัรเคมีก็ทำให้อย่างอื่นตายไปด้วย น้ำเสีย ดินเสื่อม ส่งผลกระทบกันต่อ จากนิเวศทุ่งนาเราก็ทำให้ระบบนิเวศสะอาดคือกำจัดทุกอย่างเหลือไว้แต่ต้นข้าว คราวนี้หากมีการอพยพของแมลงหล่ะครับ มาเจอทุ่งนาสะอาดแห่งนี้ ว้าาววว แมลงจะกินอะไรครับ ก็ต้องกินข้าวนี่หล่ะ กำลังหิวอยู่พอดีครับ จนส่งผลให้เกิดข่าวที่เราเห็นๆ กันครับ เพลี้ยลงที่นา
  • ผมถึงชอบแนวคิดที่เค้าว่า ใส่ปุ๋ยให้ดิน ให้ดินเลี้ยงพืช ผมจึงอยากจะขยายให้กว้างขึ้นว่า ใส่ปุ๋ยให้นิเวศ ให้นิเวศเลี้ยงนิเวศ  ใ่ส่ปุ๋ยให้นิเวศ คือการไม่ทำลายนิเวศโดยไม่เข้าใจ นั่นคือการใส่ปุ๋ยให้เกิดปัญญาในสมองระบบคิดของเราเช่นกัน
  • ตอนนี้เรากำลังติดและลุ่มหลงอยู่กับระบบซื้อขาย ต้องใช้เวลาในการศึกษาตัวเองนะครับ หากหลุดพ้นระบบซื้อขายนี้ได้ เราจะอยู่ได้สบายครับ จะไม่ให้มีเลยก็คงยากแต่ลดให้น้อยลง หันไปแบ่งปันแจกจ่ายหลังจากที่เรามีได้นะครับ
  • ระบบขี้พร้าล่าไปผักไห่ล่ามา (ฟักเขียวทอดยอดไปหาอีกบ้านหนึ่ง ผักตำลึงก็ทอดยอดมา) เป็นระบบการสอนให้เกื้อกูลพึ่งพากันนะครับ จริงๆ ผักไห่กับตำลึงคนละอย่างกัน ผมเทียบให้เป็นสากลคิดว่าทุกคนจะรู้จักครับ
  • ความรู้อยู่ในธรรมชาตินี่หล่ะครับ อยู่ในระบบนิเวศนี่หล่ะครับ หากเราทำลายหมด เผาพื้นที่ก่อน แล้วเริ่มปลูกใหม่ อย่างการขอทุนปลูกยางพารานะครับ แบบนี้เราหลงทางมากๆ เลยครับ บ้านผมก็เคยทำแบบนี้ เผากันดินสุกไปเลยหล่ะครับ แล้วค่อยขุดหลุมเริ่มกันใหม่ แบบนี้หล่ะที่เราพลาดมาตั้งแต่แรก ดังนั้นหากรัฐยังจะสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกยางพาราแบบโกนหนวด คือทำลายล้างก่อนแล้วค่อยปลูกใหม่ ผมว่าเอาไปคิดใหม่นะครับ อย่าคิดว่าผมสอนเลยครับ แต่เอาไปทบทวนก็ดีนะครับ ต้องโค่นต้นไม้ใหญ่ให้หมดแล้วลงต้นยางอย่างเดียวนะครับ ผมว่าเว้นต้นลูกเนียงสะตอเอาไว้บ้างก็ดีนะครับ ชาวบ้านจะได้มีกินสะตอให้ปากชุ่มคอบ้างครับ
  • ต่อไปผมจะนำไปสู่ ว่าชาวนาจะรวยได้อย่างไร(หากต้องการจะรวยนะครับ)......ต่อกันเลยนะครับ
  • หากต้องการจะรวย...ลองนำไปคิดกันเล่นๆ นะครับ ว่าแนวทางนี้จะรวยจริงหรือไม่
    • ประการแรกคือ หากต้องการจะรวย ต้องไม่คิดหวังที่จะรวย นั่นคือไม่ทำเพื่อเงินเป็นเป้าหมายหลัก เราไม่จำเป็นต้องทำนาขายข้าว เพื่อไปซื้อมาม่ามากินต่างข้าว คุณทำนาก็เอาไว้นั่นหล่ะครับ ไว้กินเอง เหลือก็แบ่งปันแจกจ่าย เกื้อกูลพึ่งพา นี่คือการรวยก้าวแรกคือ รวยน้ำใจ ทำนาเน้นไว้กินเองเป็นเป้าหมายสำัคัญ
    • ประการที่สองคือ กินทุกอย่างที่ทำ ทำทุกอย่างที่กิน ให้ได้มากที่สุด นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวยของ รวยพึ่งพาตนเอง
    • ประการที่สามคือ หากทางออกของปัญหาจากเหตุของปัญหา แล้วเชื่อมโยงระบบคิดให้โยงจากผลของปัญหาไปสู่ต้นของปัญหา ซึ่งคำตอบของปัญหาจะอยู่ใกล้ๆ กับปัญหานั่นหล่ะครับ เช่นปัญหาความแห้งแล้งของอีสาน ก็มีคำตอบอยู่ในพื้นที่อีสานนั่นหล่ะ จะไปหาทางใต้ไม่เจอหรอกครับ นี่คือ การรวยปัญญา รวยความคิด หากแก้ไขได้
    • ประการที่สี่ คือ การไม่อ่อนไหวตามคำชักชวน หลงเชื่อง่ายๆ ต้องเอาการรวยระบบคิดนั้นมาคิด เน้นการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการรวยน้ำใจ แล้วคิดอยู่บนฐานของความสามารถ ที่เรามีและทำได้ ตรงนี้คือ การรวยภูมิคุ้มกัน  จะทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แล้วชาวนาไทยจะอยู่ได้
    • ประการที่ห้าคือ รวยความดีงาม คุมตัวเองได้ รู้ทันกิเลสภายในตัวเราเอง ตรงนี้คือทางออกแห่งการแก้ปัญหาโลกร้อนเลยหล่ะครับ
  • แทนคำว่า รวย ที่กล่าวมาแล้วนั้น ด้วยคำว่า มี  นะครับ จะทำให้เราไม่ยึดกับคำว่า รวยหรือจน
  • เราไม่ต้องส่งข้าวออกต่างประเทศเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยครับ เราต้องทำให้คนในประเทศกินอิ่ม กินดีอยู่ดี ก่อนครับ เหลือแล้วค่อยขาย เน้นการพึ่งพาตนเองแล้วยกระดับทางความคิด ยกระดับการศึกษา ยกระดับภูมิรู้ ให้รู้เท่าทัน
  • ผมจะบอกให้ว่า คนขุดน้ำมัน ก็ต้องกินข้าวครับ
  • คนผลิตเทคโนโลยีก็ต้องกินข้าว
  • ตั้งโปรแกรมผลิตมือถือได้กี่พันเครื่องต่อภายในเวลาหนึ่งนาที แต่เมล็ดข้าวหนึ่งเมล็ดหล่ะครับ ใช้เวลานานแค่ไหน??? แล้วทำไมเราต้องให้ความหมายของคำว่าเกษตรถูกเกินไปครับ
  • นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ก็ต้องกินข้าว (ข้าวคือรวมไปถึงอาหาร)
  • นี่คือความร่ำรวยของเกษตรกรไทย
  • การรวยเงินนั้น เป็นการรวยแค่ฉาบฉวยครับ อย่าได้ไปหลงไหลกับมันเลยครับ รวยแค่ไหนหลับไม่ต่อเนื่องเพราะหวาดระแวง ความสุขจะเกิดได้อย่างไรใช่ไหมครับ
  • ชาวนาเราต้องรวมใจกันก่อน ก่อนจะรวมกลุ่มกัน รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์อย่างเดียวไม่พอ ต้องไม่ลืมรวมใจ แล้วจะอยู่ได้รอดครับ รวมกลุ่มแต่ขัดใจกัน จะส่งผลให้ขัดขา แค่มีคนมาปั่นราคาให้กลุ่มแตกก็กระจายแล้ว แบบนี้เราไม่รวยนะครับ ต้องค้นหาจุดอ่อนทางสังคมนะครับ
  • ชาวนาทุกคนนั้นคือหัวใจของประเทศอยู่แล้วครับ เราต้องคิดให้ดีครับ เราไม่ใช่ถั่วงอกครับ ที่จะให้ใครเอาไฟฉายมาส่องแล้วหัวเราก็เอนไปตามทิศทางของแสงครับ เป้าหมายของเราคือสวรรค์ สวรรค์แห่งปัญญานะครับ และคุณความดีครับ หมั่นทำกันไว้ครับคือภูมิคุ้มกันอีกตัวหนึ่งครับ
    คุณเห็นอะไร ได้อะไร จากภาพต่อเนื่องต่อไปนี้ (เชิญคลิก)

    --->
  • เืมื่อเราหลงแสงไฟฉายเหล่านั้น เราก็จะพุ่งเป้าเข้าเมือง รุมแห่กันปลูกในสิ่งที่เค้าเรียกว่า พืชเศษสะกิด (สะกิดให้กลายเป็นเศษ) ก็จะเกิดปรากฏการณ์แผนที่ปลาเกิดขึ้น

    แผนที่ปลา


    ขบวนแห่ปลาเข้าเมือง...นำมาสู่การแย่งชิงทรัพยากรในกรุง รถติด และอื่นๆ ตามมา?


  • ความเห็นทั้งหมดนี้...อย่าเชื่อโดยไม่ได้คิดครับ เอาไว้คิดก่อนนอนครับ

ขอบพระคุณมากครับ

ลูกชาวนา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย

คำสำคัญ (Tags)#เกษตร#ข้าว#ชาวนา#เสียงสะท้อนอ่อนๆ จากลูกชาวนา....

หมายเลขบันทึก: 176880, เขียน: 14 Apr 2008 @ 15:08 (), แก้ไข: 20 Jun 2012 @ 14:19 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 47, อ่าน: คลิก


ความเห็น (47)

     (เอารูปนักปฏิบัติมาฝาก รู้จริงแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง)

 

  • ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เชื่อ ในพลังธรรมชาติ คุยกันยาก
  • โจทย์ข้อนี้ นักวิชาการไทยตาแตกมานักต่อนัก
  • เพราะเรียนแต่ทฤษฎีคนอื่น
  • ไม่ศึกษาเรื่องตนเอง เอามาผสมผสาน
  • วิชาการทั้งดุ้น ไงเม้ง อิอิ เยอะมากๆๆ

สวัสดีครับน้องจิน้องจิ แซ่เฮ ^๐^!

    สบายดีนะครับ น้องก็เป็นคนรวยคนหนึ่งเลยครับ รวยปัญญา ภูมิวัฒนธรรมไทย แบบนี้เส้นทางนี้หน่ะใช่แล้วครับ ผสมผสานเข้ากับท้องถิ่นชุมชน มีกลิ่นของชุมชนผูกเข้ากับวัฒนธรรม กับการมีชีวิตเรียบง่าย นับว่าครบถ้วน

ขอบคุณน้องมากนะครับ

เขียนเมื่อ 

เมื่อกี้คู่ขวัญผมไปตลาดกลับมา

ส่งเสียงให้ผมดีใจแทนชาวนาว่า ข้าวอย่างดีราคา กก.ละ ๔๐ กว่าบาทแล้ว นี่ที่ตลาดนนท์

หากเราไม่เปลี่ยนคำถามจาก"ทำอย่างไรจะรวย?" เป็น "ความดีคืออะไร?" ตามหมอประเวศน์ว่า ถึงตาเราจะต้องลำบากจริงๆแล้วครับ

ผมไม่เชื่อว่าชาวนาไทยจะรวย หลุดพ้นหนี้สิน อย่างยั่งยืนเพราะงานนี้

ระบบโครงสร้างมันพิการหมดแล้ว ชาวนาได้ขายนาของตนเองกลายเป็นผู้เช่าเป็นส่วนใหญ่มานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมภาวนาว่าให้ราคาเท่ากับน้ำมัน เพื่อจะได้แลกกันกับแขกแบบลิตรต่อลิตร แถมเราได้เปรียบเพราะน้ำมันกินไม่ได้ แต่ข้าวกินได้

จาก เสี่ยงแผ่วๆของลูกชาวสวน

กราบสวัสดีครับท่านครูครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

    กราบขอบพระคุณมากๆ เลยนะครับ ภาพทั้งสองภาพนี้แทนคำบรรยายข้อความผมด้านบนได้หมดเลยครับ แถมล้นไปอีกครับ หากมองผ่านๆ มันก็แค่รังมดแดง จะมีค่าอะไร อีกภาพหากมองผ่านๆ ก็มันแค่ยอดหญ้าเหนือใบไม้้แห้ง....มันจะูสู้ใบแดงใบม่วงได้หรือ???? นั่นคือการมองแบบนิยมทุน

    มดแดงนี่หล่ะหนอ คือพระอาจารย์ พระธรรมชาติเลยครับ ท่านครูหรืออาจารย์แสวงชอบแหย่รังมดแดงบ่อยๆ แต่แหย่ด้วยภูมิปัญญา ผมก็เคยแหย่ แต่แหย่แบบขาดปราณ แบบนี้คือสิ้นชีวาวาย แต่การแหย่ด้วยภูมิปัญญานั้น ขอแบ่งเพียงแต่ไข่ส่วนหนึ่งให้เค้าอยู่ได้ และสานรังต่อ มดแดงนั้นเป็นตัวอย่างการบริหารงานที่รัฐบาลของทุกๆ ประเทศควรจะเรียนรู้เอาเป็นแบบอย่างนะครับ สอนคนในโลกนี้ได้เป็นอย่างไร ต้องไปคิดกันต่อนะครับ....

    ส่วนภาพต้นหญ้าเหนือใบไม้แห้งนั้น เป็นตำราอีกฉบับเลยครับ เข้ากับบทความบนกระดาษที่ผมเขียนไปด้านบนครับ ถามว่าหากไม่มีใบไม้แห้ง จะมีต้นหญ้าเขียวนั่นหรือไม่ หลายคนคงคุ้นกับป้ายว่า ห้ามเดินลัดสนาม ได้เป็นอย่างดีนะครับ ภาพนี้ กับ ป้าย ห้ามเดินลัดสนาม เกี่ยวข้องกัน

    อีกหนึ่งปีถัดไป หากมีภาพนี้ในมุมเดิม คงจะให้คำตอบอะไรได้อย่างดีเลยละครับ ผมเองไม่อยากจะชี้อะไรมากนักครับ อยากให้ทุกคนชี้ด้วยตัวเองมากกว่าครับ เพราะผมนั้นยังทำงานบนกระดาษนะครับ ไม่ได้ทำนาบนผิวดินผิวน้ำจริงๆ

ลองปฏิบัติเหมือนมดแดงดูครับ กว่าจะโ้้น้มใบไม้ทุกๆ ใบมารวมเป็นรังได้นั้น มันอาจจะสร้างยากกว่ากรุงโรมก็ได้ครับ กว่ารังจะเสร็จ มีมดแดงกี่ร้อยตัวตกหล่นดินแล้วปืนขึ้นมาใหม่ โดยพายุทีหนึ่ง เราแค่หลังคาเปิดส่วนมดแดงจะโดนอะไร ต้องลองคิดกันดูครับ?????

มดแดงนี่่่ ก็รวยไม่เบาครับ...

กราบขอบพระคุณมากครับ

ท่านครูครับ

    ขอภาพอีกครับผม หากเรามองไม่เห็นปัญญาจากธรรมชาติ เราก็พลาดที่ขาดปัญญา มองนานๆ ก็คงเห็นความหมายใต้บรรทัดเองหล่ะครับ

จุด หรือเส้น ฤาจะสู้ สามเหลี่ยม ได้

ขอบพระคุณมากครับ

กราบสวัสดีพี่ TAFS หนึ่ง TAFS  ฝากกราบสวัสดีพี่ TAFS 2 ด้วยนะครับ

    สวัสดีสงกรานต์ สุขสมหวังดั่งตั้งใจนะครับ

เห็นด้วยในทุกประการครับ นี่ต่อไปอาจจะมีค่าดัชนีชี้วัดความดีออกมาวัดกันให้พล่านนะครับ

กระแสทุนนิยมมันเหมือน ควายหนุ่มหลุดหลัก นะครับหากเราไปดึงมากจมูกก็เลือดอาบครับ หรือไม่เราก็นอนราบกับพื้นครับ

ผมยังเชื่อเสมอว่า ไม่มีฟองสบู่ฟองใดไม่แตกครับ

ผมเชื่อเสมอว่าหากเราขึ้นสะพาน เราก็ต้องลงจากสะพาน เมื่อมีรุ่ง ก็ต้องมีร่วง กฏนี้ไม่ต้องหนีครับ เพราะเป็นกฏเงาที่ตามตัวครับ

เหตุการณ์มาม่าซองละร้อยที่หาดใหญ่ช่วงปี 2000 นั้นสอนพวกเราได้อย่างดีครับ ในกรณีน้ำมันกับข้าว ผมก็เคยกินทั้งน้ำมัน(ดีเซล โซล่า)และกินข้าว ผมยังปรารถนาที่จะกินข้าวอยู่ดีครับ

ขอบพระคุณพี่มากๆ ครับ  รวย หรือ ดี  อยู่ที่ใจและปัญญา

สุขสันต์กันถ้วนหน้ารอเวลาพายุลูกที่สองครับ

สวัสดีครับชาวนาทุกท่าน

    ชาวนาทุกท่านคงไม่มีใครไม่รู้จัก ใบธง นะครับ

ใบธง คือใบสุดท้ายของข้าว ใต้คอรวง  (ใบธงมีในพืชอื่นๆ เช่นกันเช่น กล้วย)

ใบธงนี้จะเป็นใบที่ชี้ชะตาคุณภาพของรวงข้าวเลยนะครับ หากใบนี้ได้รับแสงที่ดี รวงข้าวรวงนั้นจะมีคุณภาพเต็มเมล็ดนะครับ คุณลองทำวิจัยไปพิสูจน์เองได้นะครับ หากใบนี้ไม่สมบูรณ์ แล้วเีทียบกับผลข้าวที่ได้รับว่าจะเป็นอย่างไรในรวงนั้นๆ ครับ

ดังนั้น ช่วงที่มีการเปลี่ยนน้ำในเมล็ดข้าวให้เป็นเมล็ดนั้น ใบธง พี่เลี้ยงคนสุดท้ายของรวงข้าวจะบอกอะไรมากเลยครับ หากข้าวไม่ได้รับแสงที่ดีพอ คุณภาพของเมล็ดข้าวจะตกต่ำทันทีครับ

เห็นไหมครับ ว่าความรู้ และปัญหา อยู่ในนา นั่นหล่ะ หากเราค้นเจอ และค้นหาได้ หากปัญหาอยู่ในนา คำตอบก็อยู่ในนานั่นหล่ะครับ

ปัญหาหอยเชอรี่นี่เริ่มระบาดในนาหน้าบ้านผมเหมือนกันครับ คำตอบก็ต้องอยู่ในนานั่นหล่ะครับ ขออย่างเดียวอย่าฆ่าด้วยยาฆ่าแมลงนะครับ มีคนเอาหอยเชอรี่มาทำน้ำหมัก แล้วค่อยเอาไว้ราดย่อยซังข้าวกันต่อก็ได้ครับ

วิชาการในนานั้นมีมากครับ  ลองไปคิดกันเล่นๆ ครับ

  • ปัญหาต้นกกในนา
  • ปัญหาหญ้าในนา
  • ปัญหาปูนากินข้าว
  • ปัญหาหอยเชอรี่
  • ปัญหาเพลี้ยกินข้าว
  • ปัญหาน้ำไม่พอ
  • ปัญหา ปัญหา ปัญหา....

คำตอบอยู่ในนานั่นหล่ะครับ ไม่ได้อยู่ที่โรงงานผลิตสาัรเคมีเลยครับ คำตอบอาจจะมีมากกว่าหนึ่งคำตอบ

พังพอนกับงูเห่ากัดกัน ยาสมุนไพรรักษาพิษงูก็อยู่แถวๆ นั้นหล่ะครับ

ขอบพระคุณมากครับ

ตัวอย่าง ใบธง นะครับ

เขียนเมื่อ 

คำถาม : ทำย่างไรจะรวย จะนำไปสู่

การทำลายสิ่งแวดล้อม เอาเปรียบ ค้ากำไรเกินควร อบายมุข ยาเสพติด ละเมิดสิทธิ์ คอร์รัปชั่น ฯลฯ

หากถามว่า : ความดีคืออะไร จะนำไปสู่

ความเพียร ความประหยัด ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ สิ่งแวดล้อมดี วัฒนธรรมดี พัฒนาจิต เรียนรู้เข้าถึงความดี ฯลฯ

ซาบซึ้งปรัชญาที่กล่าวมานะ โดยเฉพาะควายหลุดหลัก (เอะอะก็ลงที่ควาย จนมันตรอมใจตายเกือบหมด ไปเกิดเป็นควายเหล็กติดแอร์กันแล้ว)

ราคาข้าวสูงก็ยังดีกว่าราคาตกต่ำ เหมือนสาดน้ำไปคงมีคนจนเปลียกบ้างนะ

การกลับสู่ตนเอง การพึ่งตนเองได้ และรู้จักความพอดี สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

"เมื่อความฝันสิ้นสุดลง คนก็เริ่มค้นหาความจริงกันใหม่"

"เพื่อก้าวพ้นนิยายของการพัฒนา เราจะต้องมีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง"

อมาตยา เซน รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ชาวอินเดีย

TAFS 2 อ่านบล็อกนี้จบแล้ว ฝากบอกว่าคนไทยอยู่กับพืชเชิงเดี่ยวแบบพาณิชย์มานานมาก คนอายุ ๔๐-๕๕ ปี เกิดมาก็เห็นเชิงเดี่ยวเสียแล้ว ฉะนั้นต้องใช้เวลาเปลี่ยนผ่านไม่ได้ง่ายๆ คนวิตกจริตเช่นเราก็ต้องพึมพำกันไปเรื่อยๆ

ขอชื่นชมที่พยายามถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็นระยะๆสม่ำเสมอ

ขอรดน้ำซักจอกนะครับ

สวัสดีครับพี่ TAFS

    ขออนุญาตรดน้ำด้วยหนึ่งขันครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ ที่มาช่วยรดน้ำปัญญาอีกหนึ่งจอกครับ

คำถาม : ทำย่างไรจะรวย จะนำไปสู่

การทำลายสิ่งแวดล้อม เอาเปรียบ ค้ากำไรเกินควร อบายมุข ยาเสพติด ละเมิดสิทธิ์ คอร์รัปชั่น ฯลฯ

หากถามว่า : ความดีคืออะไร จะนำไปสู่

ความเพียร ความประหยัด ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ สิ่งแวดล้อมดี วัฒนธรรมดี พัฒนาจิต เรียนรู้เข้าถึงความดี ฯลฯ

ในทางทุนนิยมอาจจะบอกว่า รวยถึงจะดี จึงอาจจะก่อให้เกิดสิ่งต่อไปนี้เช่น

  • เพียรพยายามทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ประหยัดที่จะช่วยเหลือ เพื่อเอาเปรียบและค้ากำไร
  • พัฒนาจิตใจไปสู่การเอาเปรียบ คอรัปชั่น ....
  • อื่นๆ

รวยได้แต่ต้องไม่ไร้ราก รวยแบบลอยๆ เหมือนต้้นข้าวลอยน้ำ นั้นไม่ยั่งยืนครับ

เรื่องควาย...ตาผมเคยบอกว่า ไอ้ตัวนุ้ย ถ่ายรูปควายเก็บไว้นะ ต่อไปรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ใช่จะมีให้เห็นในท้องนาบ้านเราแล้ว ตอนนี้หาดูยากมากครับ ต่อไปคงเป็น  ตามหา ปลักควาย ที่หายไป

เห็นไหมครับ เรายกตัวอย่างอะไร ก็ยกอะไรที่ไ่ม่ใช่ตัวเอง เรายกให้ควาย ยกให้ม้า ยกให้อย่างอื่น ผลักทุกอย่างออกจากตัวเราทั้งหมด เหมือนจะแก้ไขปัญหาโลกร้อนเลยครับ  เราพยายามหาทางออกเรื่องพลังงานทดแทนกัน แทนจะหันมาหาว่า เราจะลดใช้พลังงานอย่างไร

เพราะตัวก่อกิเลสมันคือตัวเรานี่หล่ะ???

โลกนี้เน่าจะไปอยู่โลกอื่นกันหรือ???

การจะทำให้คนบริสุทธิ์นั้นคงเป็นไปได้ยากครับ เพราะคนเป็นสาัรประกอบ ไม่ได้เป็นธาตุ ทำตัวให้บริสุทธิ์คงยาก แต่มีทางที่จะทำใจให้สะอาดได้ครับ

ขอบพระคุณมากครับ

สวัสดีค่ะ คุรเม้ง สมพร ช่วยอารีย์

ขอชื่นชมค่ะ เมื่องไทยเรา ยังมีพวกเราที่จะช่วยกันพัฒนา และให้เกิดการปฏิบัติจริง

ปฏิบัติชอบค่ะ

สวัสดีปีใหม่ครับคุณสุจรินทร์ วรรณมาศ

    ขอบคุณมากๆ เลยครับ ยอดเลยนะครับ เพราะว่าจะถึง ปฏิบัิติชอบได้นั้น ต้องมี ชอบตัวอื่นๆ มาก่อนครับ  อย่างน้อยก็ คิดชอบ สัมมาตัวอื่นๆ ก็ต้องชอบด้วยเช่นกันครับ

เป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติจริง ปฏิบัติชอบครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 
  • เม้งน้องรัก
  • ขอบใจมากที่พยายามชี้แนะต่างๆ นานา
  • ว่าแต่ว่าชาวนาเขาจะได้รับรู้ไหมนี่
  • มันเป็นอีโนเลจ แล้วอ้ายปัญหาที่ว่าทำอย่างไรให้ชาวนา
  • ได้เข้าถึงเข้าใจ ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันคือภูมิปัญญาดั้งเดิมของเขา ที่โดนพายุความเจริญทางวัตถุที่เข้ามาตัดรากเง้าแก่นแท้วิถีชีวิตของตนเองไปอย่างน่าเสียใจยิ่ง จากการกระตุ้นเร่งเร้าเปลี่ยนวิถีชีวิตการทำนา ด้วยความมักง่ายที่ฉาบฉวยขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง
  • อย่างขาดคุณธรรมจากผู้เกี่ยวข้องที่ทำนาบนหลังชาวนา
  • นำพามาซึ่งหายนะและนาล่ม
  • แล้วใครต้องรับผิด ใครต้องแก้ไข แล้วทำอย่างไร
  • นักวิชาการ ข้าราชการนักการเมือง เต็มบ้านเมือง
  • ออกมาทำอะไรที่เป็นคุณแก่แผ่นดินจริงๆได้ไหม
  • ท่านเป็นผู้เฉลียวฉลาดและมีโอกาสทำความดีอยู่แล้ว

 

สวัสดีครับพี่ Lin Hui

    สุขสันต์ปีใหม่สงกรานต์ไทยนะครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่มาช่วยตีน้ำในนาไอทีครับ

ที่เราเขียนๆ กันนี่ คงยากครับ ที่จะไปถึงชาวนาทุกคนครับ เพราะเราเขย่ากันได้แค่วงทรงพุ่มแค่นี้นะครับ นานๆ จะมีใครหลงเข้ามาอ่านนะครับ แต่มีแค่สักคนคิดว่ามันเกิดประโยชน์ผมว่าก็มากพอแล้วนะครับ

แค่คำว่า พอเพียง เรายังไม่ได้เข้าใจกันเลยครับ ว่าจริงๆ มันคืออะไร

ในละครบอกว่า บางคนเข้าใจ ความพอเพียงว่าต้องยากจน ต้องทำนา ต้องปลูกพืชผัก ถึงจะพอเพียง ละครยังบอกอีกว่า ในองค์กรข้าราชการเองยังไม่เข้าใจเลยว่า พอเพียงคืออะไร

ฝรั่งก็เลยถามนักส่งเสริมเกษตรหนุ่มว่าจะทำกันอย่างไร??

หนุ่มนักส่งเสริมตอบว่า...เราก็ต้อง ทำ ทำ และ ทำ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ก็คือการปฏิบัติจริงนำไปสู่การเชื่อถือครับ หากเราพูดคนถึงจะฟัง ผมเพียงเขียนแบบนี้คนเพียงแค่อ่านครับ ไม่ได้ส่งผลจะตีน้ำให้กระเืพื่อมได้นะครับ

แต่นโยบายก็ลงถึงชุมชนได้นะครับ ไม่ว่าจะเข้าถึงชุมชนในรูปแบบน้ำเน่าหรือว่าน้ำดื่มครับ

สรุป...ท้ายๆ คือ หากอยากจะให้มีอะไรเกิดขึ้น ต้องทำให้เห็นครับ คนที่ทำก็คือคนที่พูดนี่หล่ะครับ

คราวนี้ สิ่งที่เราคิดนั้น จะท้อง แท้ง หรือคลอด...เวลาจะบอกเราครับ

ท้องถึงคลอด ใช้เวลาครับ ความเพียรเท่านั้นที่จะบอกและนำพาไปหาคำตอบครับ

ขอบคุณมากๆ นะครับผม ทำให้ผมต้องล้วงและค้นหากันต่อไปครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีวันสงกรานต์ครับนายเม้ง

รดน้ำหนึ่งจอกก่อน

บันทึกนี้ถ่ายทอดได้ยอดเยี่ยม ยกนิ้วให้ ชอบที่เปรียบเทียบการใส่ปุ๋ยเคมีเหมือนกับการให้สารอาหารทางหลอดเลือด เราเองก็ใช้บ่อยๆเวลาไปบรรยายแล้วเกษตรกรถามว่า พ่นปุ๋ยน้ำหมักทางใบกับรดผ่านดินต่างกันอย่างไร

บางครั้งผมก็ใช้หลักการปรุงอาหาร มาสอนเกษตรกรทำปุ๋ยหมัก โดยเริ่มที่ เราเปรียบเศษพืช ขยะ ขี้วัว เป็นข้าวดิบ ต้องใช้แม่ธรณี(เชื้อดิน) เป็นตัวหุงต้มให้ข้าวสุกเสียก่อน เราจึงสามารถกินข้าวได้ พืชจึงสามารถดูดกินสารอาหารนั้นได้

เอาน่า อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามีคนคิดเหมือนเรา

กำลังคิด ขัดแย้งกับบรรดานักวิชาการข้าวทั้งหลายที่พากันปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่ออกมาเรื่อยๆ แล้วลืมมองรอบด้านไปว่าพันธ์ใหม่นั้นนอกจากข้อดีเรื่องผลผลิตแล้ว เขาอ่อนแอต่อโรคแมลงมากน้อยเพียงไหน เสพปุ๋ยเคมีมากเท่าไหร่ บ้านเราเดี๋ยวนี้ไปไหนก็ปลูกแต่ กข. เวลาสุกพร้อมกัน แย่งแรงงานกันไปเกี่ยวหัวแทบชนกัน ที่ลาวก็เหมือนกัน ที่เขมรก็ยิ่งแล้วใหญ่ข้าวฟางลอยแทบสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

ช่วยคิดต่อที คิดคนเดียววนอยู่ในอ่าง วนอยู่ในสามประเทศนี่แล้ว

บ่นจบแล้ว ไปก่อนครับ

สวัสดีครับพี่เปลี่ยน paleeyon

    สบายดีนะครัีบ กราบขออนุญาตรดน้ำหนึ่งขันด้วยครัีบ และขอบคุณมากๆ นะครับ สำหรับอาหารสมอง มาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

หากเรามีพื้นที่อยู่หนึ่งแปลง สมมติว่าเรามืดบอดแปดด้านไม่รู้จะปลูกอะไรดีในแปลงที่นั้น ลองปลูกทุกชนิด โดยดูแลในเบื้องต้นให้หยั่งรากได้ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ตามบุญตามกรรม... เราจะพบว่าเมล็ดพันธุ์แบบไหนเหมาะกับพื้นที่นั้น

ในทำนองเดียวกัน ข้าว กข. และสาัยพันธุ์อื่น ก็เช่นเดียวกันครับ

แต่ละพันธุ์ก็ต่างคุณสมบัติ

  • รวงยาว ต้นเตี้ย เวลาปลูกถึงเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตมาก ลงทุนน้อย (อันนี้คิดว่าคนคงอยากได้) แต่อาจจะไม่ทนโรค
  • บางพันธุ์เหมาะกับน้ำลึก ต้นสูงกว่าคน
  • บางพันธุ์ไม่ทนน้ำ ต้องปลูกที่ดอน หรือไร่
  • บางพันธุ์กลิ่นหอม บางพันธุ์กลิ่นธรรมดา
  • เมล็ดสั้นยาว ต่างๆ มากมาย
  • แต่ละพื้นที่ก็ต่างสอดคล้องแตกต่างครับ
  • จะปลูกพันธุ์ก็คล้ายๆ เราคบเพื่อนนั่นหล่ะครับ

ที่ผมสนใจคือ การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรครับ อย่างเช่นน้ำไหลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ต่อไปหากน้ำขาดแคลนแต่คนปลูกกันเยอะ จะมีีสงครามแย่งชิงน้ำกันครับ หากน้ำขาดช่วงที่พี่กำลังปรุงอาหารอยู่พอดี ปรุงอาหารจากสังเคราะห์แสงนี่ ต้องการใช้น้ำและอากาศหายใจออก (คาร์บอนไดออกไซด์) ปรุงด้วยพลังงานแสง หากปัจจัยขาดหรือไม่เพียงพอ ปัญหาจะตามมาครับ เพราะส่งผลต่อผลผลิตจริงๆ ครับ

หากเราศึกษาและเขียนกราฟได้ว่าตลอดอายุขัยของพืชนั้นๆ ความต้องการน้ำตลอดอายุใช้น้ำขึ้นลงอย่างไรเป็นขั้นต่ำ โดยยังให้ผลผลิตที่ดีและไม่วิกฤต จะำทำให้เราจัดการน้ำได้ดีที่สุดครับ

ขอบคุณมากๆ นะครับ ว่างๆ มาบ่นไว้อีกนะครับ

คุณเม้ง

ราคาข้าวดีขึ้น...ดีใจแทนชาวนาจิง...จิง...

ที่บ้านทำนามาทุกปี...ต่องขอบคุณพ่อ พี่ และผู้ดูแลทุ่งนา

ทำให้ไม่ต้องซื้อข้าวกิน...ปลูปแบบอินทรีย์ด้วยนะ

ถ้าควบคุมเรื่องน้ำท่าได้...ชาวนาจะสบายกว่านี้

เขียนเมื่อ 
  • มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น  มูลค่าชีวิตลดลง
  • มูลค่าชีวิตเพิ่มขึ้น    มูลค่าสินค้าลดลง

                                         เพิ่มขบวนการผลิต แต่ไม่เพิ่มมาตรฐานชีวิต

                                         ภาวะโลกร้อน  แต่เพิ่มเกษตรพลังงาน

                                         เราจะต้องการพลังงานแค่ไหน  พลังงานของใคร  สนองตอบอะไร

  • สถานะภาพเทคโนโลยีสูงขึ้น 
  • สถานะภาพธรรมชาติต่ำลง

ถึงเวลาคงต้องคุยถึงเรื่อง"ป่าช้าสงวน" กลับสู่ธรรมชาติของมนุษย์

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีปีใหม่ไทย ค่ะ
  • ขอให้มีความสุข ชื่นฉ่ำ สำราญใจ ในวันสงกรานต์ นะคะ
  • มาเก็บเกี่ยวความรู้ เรื่อง นา ข้าว ธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ สิ่งแวดล้อม
  • คุณเม้ง สรรหามาให้รับรู้ได้เยี่ยมจริงๆ ค่ะ
  • ได้ประโยชน์มากค่ะ เพราะกำลังช่วยทำข้อมูลวิจัยกับอาจารย์ในเรื่องเหล่านี้ ทั้งหมดค่ะ
  • ได้ความรู้ดีค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ ครูเม้ง
  • ป้าแดงอ่านไม่จบ
  • แอนตี้ไวรัส เตือนว่ามีไวรัสค่ะ
  • -----
  • สดชื่นวันสงกรานต์นะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่เข้าไปให้กำลังใจนะคะ

สวัสดีครับคุณtuk-a-toon

    ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ยินดีต้อนรับด้วยครัีบผม

ราคาข้าวสูงขึ้น ทำให้ชาวนาหันมาสนใจทุ่งนาอีกครั้งครับ

ทำให้ชาวนาที่ทำนากันอยู่ปกติ ชื่นใจบ้างครัีบ แต่ผมเองก็หวังว่าจากการตอบแทนด้วยวิธีนี้ ขอให้ชาวนาได้รับผลตอบแทนจริงๆ นะครับ

การจัดการดินและน้ำสำหรับการเกษตรนั้น สำคัญมากๆ นะครับ หากเราจัดการได้ คำกล่าวว่า ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ  จะกลับมาครับ

มีทั้งทรัพย์และสิน มีทั้งดินและน้ำ  เพราะนั่นคือของจริง ราคาหุ้นในตลาดนั้น ขึ้นลง ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคหัวใจนะครับ แต่เราเป็นชาวนา หุ้นขึ้นหรือตกแต่ชาวนาไม่ตกครับ เพราะอยู่บนดินครับ อย่างมากก็แค่ตกคันนาครับ อิอิๆ

ขอบคุณมากๆ นะครับ ชื่นชมที่ทำกิจกรรมดีๆ ปฏิบัติดีต่อไปนะครับผม

สวัสดีครับพี่เหลียงสิทธิรักษ์

    สบายดีนะครับ จะว่าไปทุกๆ อย่างก็สำคัญด้วยกันทั้งสิ้นครับ เพียงแต่ว่าเราจะให้สิ่งใดเด่นในยุคใด

    โลกร้อนจริงๆ ก็ไม่ได้ร้อนหรอกครับ เราไปตัดสินใจกันว่าโลกมันร้อน เพราะเราใจร้อน โลกใหญ่กว่าเราเยอะครับ โลกมีวิธีการในการจัดการสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อยู่แล้วครับ ถึงวันหนึ่งโลกก็จะทำตามชื่อของเราครับ คือ คน คนน้ำทะเล คนพายุ คนดิน คนหินเหลวใต้พื้นผิวโลก ให้หลอมเข้ากัน คนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันครับ

    น้ำแข็งเจอร้อนก็ละลาย เป็นธรรมชาติ อย่าร้อนใจไปครับ

    น้ำเจอช่องแช่แข็ง ก็เป็นน้ำแข็งเอง ก็ธรรมดาอีกนั่นหล่ะครับ

    เพียงแต่เราจะอยู่อย่างไรให้เย็นกายเย็นใจ ทุกอย่างมีเหตุมีผลครับ

    โลกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะครับ กว่าจะมีคนเกิดขึ้นบนผิวดินนี้ ทางออกของโลกจึงมีคำตอบอยู่หมดแล้วครับ

    การกระำทำ และ ผลของการกระทำ จึงมีอยู่จริงครับ หยิกเนื้อเรา เราก็เจ็บ เพราะหนังเราอ่อนกว่าเล็บ หากหน้าเราหนากว่าเล็บอันนี้หยิกไม่เจ็บแน่นอนครับพี่ อิๆๆๆ

    ดังนั้น ทำใจเย็นๆ ครับ ศึกษากระบวนการไปเรื่อยๆ ครับ มีอะไรให้เห็นและเรียนรู้จากคน และพฤติกรรมคนอีกเยอะครับ

มีความสุขนะครับ รดน้ำหนึ่งขันนะครับ

กลุ๊กกลุ๊ย....

สวัสดีครับพี่บัวปริ่มน้ำ

    ขอบคุณมากๆนะครับ ขออนุญาตรดน้ำหนึ่งขันนะครับ

หากมีประโยชน์ ด้วยความยินดีนะครับ เพียงแต่อาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ ช่วยๆ กันต่อยอดนะครับ กลั่นเอาจากที่พอจะรู้และที่มองเห็นนะครับ คงต้องปฏิบัติซ้ำครับ เพื่อยืนยันว่าใช้ได้จริงครับ

ขอบคุณมากๆ นะครับ มีความสุขในวันหยุดครับ

สวัสดีครับป้า pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]

    ขอบคุณมากครับ ที่แจ้งครับ ไม่ทราบว่าไวรัสเตือนว่าอย่างไรครับ มีความสุขในวันหยุดนะครับผม

โชคดีนะครับ

สวัสดีครับคุณ lovefull

    ขอบคุณมากครับ ที่แวะมาเยี่ยมและยินดีต้อนรับครับ

มีความสุขในวันหยุดและสนุกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชน นี้นะครับ

โชคดีนะครับ

 

สวัสดีค่ะเม้ง

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย

วันสงกรานต์ ขอให้มีความสุขนะคะ

ถูกรดน้ำหรือยัง

พี่ฝากน้ำรดให้น้องเม้ง หนึ่งขันนะคะ

สวัสดีครับพี่อุบล จ๋วงพานิช

    สบายดีไหมครับ ขออนุญาตรดน้ำพี่ด้วยหนึ่งขันนะครับ มีความสุขนะครับผม

เป็นไงบ้างครับ ราคาข้าวสาัรเมืองไทย  ผมเพิ่งถามพี่สาวเมื่อกี้

พี่บอกว่า ข้าวสาร กิโลกรัมละ 38 บาทแล้ว ไม่แน่ใจว่าข้าวแบบไหน ส่วน น้ำมัน ลิตรละ 32 บาท

นี่ล่ะหนา....ครับ

ข้าวสาัรแพง มีอะไรบ้างที่กระทบ

  • ขนมจีนที่ผมชอบๆ คงจานละกี่สิบหนอครับ คราวนี้ จานละห้าบาทคงสูญพันธุ์แน่นอนครับ
  • อาหารอื่นที่ทำจากข้าวเหนียวข้าวจ้าว คงขึ้นไปด้วยกัน ตามๆ กันครับ พร้อมๆ กับค่าน้ำมัน
  • ค่ารถก็แพงขึ้น เป็นธรรมดาครับ

แต่เมื่อวันหนึ่งราคาข้าวลด....

  • ราคาค่าโดยสารรถค้างอยู่กับที่
  • ราคาขนมจีนต่อจาน ก็คงค้างที่เช่นกัน อิๆๆๆ
  • อื่นๆ ข้างเคียงก็ค้างตรงนั้นครับ

แล้วรายได้ละครับ....

  • ค่าแรงไม่ขึ้น
  • ชาวบ้านคนปานกลาง คนทำสวน คนระดับกลาง จ่ายแพง ค่าแรงคงเดิม เพิ่มรายจ่าย ใครจะอยู่ได้ครับพี่น้อง....

พี่แปลกใจไหมครับ

  • ประเทศไทยส่งข้าวออกไปขายมากๆ เลยครับ แต่ละปี
  • แต่คนไทยกินข้าวแพงกัน
  • พี่คิดว่า มันสมเหตุสมผลไหมครับ
  • ถามว่าใครขโมยข้าวสารของคนไทยไปไหนหมดครับ
  • ของดีเอาไว้ขาย ของร้ายๆ เอาไว้กิน (ชาวบ้านเค้าพูดกันแบบนี้ครับ)
  • หากราคาข้าวขึ้นถึง กก.ละ 60 บาท ในเมืองไทย ใครบ้าง ชีวาวาย?
  • พี่เดินไปที่ตลาดสดแต่ละครั้ง ถ้าพี่มีเงินหนึ่งร้อย จ่ายอะไรได้บ้างครับ


  • อิๆๆๆ ..... ตอนนี้บ้านผมมีนโยบายใหม่ครับคือ...ไม่ขายข้าวครับ ของแพง ก็กินข้าวต้มผักก็อร่อยไม่เบาครับ อิๆๆ

ขอบคุณมากครับผม

ศัพท์ใหม่ครับ...

  • เกษตรกรรมกร = เกษตรกรรม + กรรมกร
  • เกษตรกร  คือ กรที่มีเกษตร
  • กรรมกร คือ กรที่มีกรรม
  • ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ เรากำลังเปลี่ยนเกษตรกร ให้เป็น กรรมกร หรือเปล่าครับ? คุณคิดว่าอย่างไรครับ

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 
  • เขียนได้ดีครับ ยาวมากๆๆ 555

ระบบนิเวศ

  • ผู้ผลิต
  • ผู้บริโภค
  • ผู้้ย่อยสลาย
  • ผู้ส่งสาร

ระบบตลาด

  • ผู้ผลิต
  • ผู้บริโภค
  • ผู้เก็บกวาด
  • ผู้กระจายสินค้า

ทั้งระบบนิเวศ และ ระบบตลาด นี้ก็ไม่ต่างกัน จะเกื้อกูลพึ่งพาได้ก็ต่อเมื่อ ทุกส่วนมีรอยยิ้ม มีน้ำใจ มีความสุข กินอิ่มนอนหลับ

  • ผู้ผลิต ผลิตในสิ่งที่ตนทำได้ ผลิตอย่างมีธรรม เน้นคุณภาพ
  • ผู้บริโภค บริโภคในสิ่งที่ตนขาดแคลน และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ผลิตได้ด้วย
  • ผู้เก็บกวาด หรือผู้ย่อยสลาย ทำหน้าที่ย่อยระบบให้อยู่เป็นระเบียบ เพื่อสร้างสมดุลในระบบ
  • ผู้ส่งสารหรือผู้กระจายสินค้า ก็เช่นเดียวกัน ทำหน้าที่กระจายสินค้า หรือส่งผลลัพธ์จากที่หนึ่งไปกระจายอีกที่หนึ่ง เป็นตัวกลางในการ เอาใจผู้ผลิตมาใส่ใจผู้บริโภค แล้วเอาใจผู้บริโภคมาใส่ใจผู้ผลิต และเอาทั้งสองใจมาใส่ใจเรา จะสำคัญมากๆ เพราะกลุ่มนี้จะมีความสุขเมื่อเห็นความสุขของผู้ผลิตและผู้บริโภคมีความสุข

หากระบบสมดุล นายทุนหรือพ่อค้าไม่เลี้ยงไร ในกำมือจนมากเกินไป... ระบบจะอยู่ได้สมดุล

พึ่งพาเกื้อกูล จะเกิดได้

โลกนี้ก็จะเป็นโลกแห่งสังคม  24 7 12 พึ่งพาเกื้อกูล  ได้ง่ายๆ

ที่เขียนมานี้คิดนึกมั่วๆเอาเอง อาจจะไม่ได้อยู่ในตำราการตลาดครับ หรือนิเวศวิทยานะครับ

 24 7 12 ใบ้หวยเหรอคะ?

  • ไม่ใช่ใบ้หวยนะครับ
  • โลกแห่งสังคม  24 7 12 พึ่งพาเกื้อกูล
  • แปลเป็นไทย คือ โครงการพึ่งพาเกื้อกูลทุกลมหายใจเข้าออกครับ
  • 24 ชั่วโมง 7 วัน 12 เดือนนะครับ
  • ไม่ต้องเอาไปเรียงสับเปลี่ยน ซื้อหวยนะครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

P

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

 

เข้ามาสดับว่า ลูกชาวนาจะสะท้อนออกมาว่าพรื้อ แต่ก็เจอ...

  • เมืองนอก (เยอรมัน) ตอนนี้ขึ้นไปในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท เมื่อก่อนกระสอบละ 21 ยูโร (คูณห้าสิบบาทได้เป็นเงินไทยโดยประมาณ) จากกระสอบละ 20 กก. ราคาก็ฟาดขึ้นไปเป็น 26.5 ยูโร ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30 ยูโร ในข้าวกระสอบเดียวกัน ว่าๆ ไปแล้วกระสอบหนึ่งก็ราวๆ 1500 บาท (20 กก.)

อาจารย์ลองอ่านซ้ำอีกครั้ง รู้สึกว่า มีบางประเด็นที่พลาดหรือตกไป เพราะอ่านแล้ว งง ! (ยังไม่ได้สำรวจว่าคนอื่น ใครทักท้วงบ้าง)

เจริญพร

 

สวัสดีครับคุณกวินทรากร

    ขออนุญาตรดน้ำหนึ่งขันนะครับ  บทความอ่านกันเหนื่อยไหมครับ คนพิมพ์ต้องพักยกเลยครับผม อิๆ มีความสุขใจในทุกวันนะครับ

ขอบคุณมากครับ

กราบนมัสการหลวงพี่ครับ BM.chaiwut

  • เมืองนอก (เยอรมัน) ตอนนี้ขึ้นไปในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท เมื่อก่อนกระสอบละ 21 ยูโร (คูณห้าสิบบาทได้เป็นเงินไทยโดยประมาณ) จากกระสอบละ 20 กก. ราคาก็ฟาดขึ้นไปเป็น 26.5 ยูโร ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30 ยูโร ในข้าวกระสอบเดียวกัน ว่าๆ ไปแล้วกระสอบหนึ่งก็ราวๆ 1500 บาท (20 กก.)
  • พอดีเขียนไปแบบไม่ได้แจกแจงทุกอย่างครับ ขออภัยหลวงพี่ด้วยครับ
  • ความหมายก็คือว่า เมื่อก่อนราคาจะขึ้น ราคากิโลกรัมละ 55 บาทครับ ตอนนี้ขึ้นไปในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท
  • หมายถึงว่า ตอนนี้ กิโลหนึ่ง ก็ขึ้นไปอีก 20 บาทต่อ กก. ก็ตก กก. ละ ประมาณ 75 บาทครับ
  • มีการเปลี่ยนราคา สองครั้งแบบหนักๆ คือ
    • 20 euro
    • 26.5 euro
    • 30 euro
  • ประมาณนี้ครับ พอดีตัวเลขซ้ำๆ กัน จะยิ่งทำให้งงครับ
  • ด้วยประการฉะนี้ครับ ผมแบ่งวรรคและไม่ได้แจกแจงเพราะอยากให้คิดตามด้วยนะครับ อิๆๆ
  • กราบขอบพระคุณมากครับ

 

เขียนเมื่อ 

P

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

 

เข้าใจแล้ว อาจารย์เม้งเขียนให้คนฉลาดอ่าน พอดีหลวงพี่โง่ไปหน่อย จึงอ่านไม่รู้เรื่อง (5 5 5 ...) ดังข้อความว่า

  • จากกระสอบละ 20 กก. ราคาก็ฟาดขึ้นไปเป็น 26.5 ยูโร

คำว่า จาก จะสอดรับกับคำว่า ขึ้นไป 

แต่คำว่า จาก มีดัชนีว่า 20 กก. เป็นตัวบ่งชี้

ส่วนคำว่า ขึ้นไป มีดัชนีว่า 26.5 ยูโร เป็นตัวบ่งชี้

จะเห็นได้ว่า 20 กก. กับ 26.5 ยูโร  ..... ผิดประเภท

.......

หรือข้อความว่า...

  • ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30 ยูโร

เมื่อยูโรละห้าสิบบาท แสดงว่า กก. ละ 1500 บาท ?

เจริญพร

สวัสดีคุณเม้ง + นมัสการพระอาจารย์ BM.chaiwut

  • เมื่อตะกี้เจ้าลูกชาย เห็นผมนั่งหัวเราะ 5 5 5 อยู่น่าเครื่องคอมฯ เขารีบวิ่งมาหาและถามว่า หัวเราะอะไรหรือป๋า ? ผมไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็เลยบอกไปว่าให้อ่านเอาเอง พออ่านเสร็จเขาตอบว่า ไม่เห็นตลกตรงไหน แล้วก็วิ่งไปดูทีวีต่อ
  • ตอนแรกที่อ่านบทความ ก็สงสัยนิดหนึ่ง แต่เพราะเห็นว่าเป็นบทความที่จะเป็นประโยชน์และน่าสนใจมาก ทำให้ต้องเร่งอ่านให้จบเลยทำให้ข้ามความสงสัยนั้นไป พอเห็นพระอาจารย์นำมาหยอกเล่นขำ ๆ เลยทำให้ผมขำกลิ้งไปเลย 555
  • สาเหตุที่ขำเกิดจากอะไรกันแน่ก็อธิบายไม่ถูก ต้องอ่านเอาเองครับ (โกอาน)
  • อาการที่เขียนออกมาอย่างบรรทัดที่ตั้งข้อสงสัยกันนั้น ผมเองก็เป็นบ่อยมาก ๆ จนทำให้สอบตกมาแล้วเหมือนกันครับ อาจารย์ท่านหนึ่งสอนว่า พวกวิทย์ก็อย่างนี้ล่ะ ชอบเขียนอะไรห้วน ๆ
  • --- เป็นบันทึกที่น่าสนใจและได้ข้อคิดดีมากครับ---

กราบนมัสการหลวงพี่BM.chaiwut และ คุณ นิโรธ

    อิๆๆ หยอกกันไป หยอกกันมาครับ อิๆ

จริงๆ ไม่ได้เขียนให้คนฉลาดอ่านหรอกครับหลวงพี่ ตอนขณะที่พิมพ์ผมก็เอะใจครับ ว่าสับสนแน่ หากเว้นวรรคผิดพลาด สับสนแน่นอนครับ เหมือนว่าแปลจากอังกฤษหรือเยอรมันเป็นไทยยังไงก็ไม่รู้นะครับ อิๆ ซึ่งๆ มันต้องเป็นท่อนย่อยๆอย่างนี้ครับ

  • เมืองนอก (เยอรมัน) ตอนนี้ขึ้นไปในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท
  • เมื่อก่อนกระสอบละ 21 ยูโร (คูณห้าสิบบาทได้เป็นเงินไทยโดยประมาณ) จากกระสอบละ 20 กก.
  • ราคาก็ฟาดขึ้นไปเป็น 26.5 ยูโร
  • ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30 ยูโร ในข้าวกระสอบเดียวกัน
  • ว่าๆ ไปแล้วกระสอบหนึ่งก็ราวๆ 1500 บาท (20 กก.)

ห้าๆๆๆๆ นับว่าเป็นการคลุกตัวเลขให้มึนก่อนจะไปอ่านบทความยาวๆ เลยครับ

มีความสุขสันต์ทุกๆวันนะครับผม

ขอบคุณครับ ที่เข้ามาทำกันให้หัวเราะครับ

ฟังรายการเกี่ยวกับข้าวไทยตอนนี้ได้ที่

http://www.siamtv.org/channel/astv51.html  เกี่ยวกับข้าวไทยครับ

รายการสดครับ

ตัวละครเรื่อง ข้าว (เชิงการตลาด)

  • ชาวนา
  • โรงสีข้าว
  • ผู้ส่งออก
  • พ่อค้า
  • ผู้บริโภคในและต่างประเทศ
  • รัฐบาล
  • ฯลฯ

แล้วตัวละครเรื่อง ข้าว (เชิงนิเวศหล่ะครับ) มีอะไรบ้าง???

นโยบายการทำนาบ้านผม คือ...

  • ทำนาเพื่อเอาไว้กินและแจกจ่ายญาติพี่น้องคนที่ไม่ทำนา แบ่งปันกันระหว่างนากับสวน เช่น ข้าวสาัรกับสะตอ ผลไม้ หรืออื่นๆ
  • ไม่เน้นทำนาเพื่อขาย ราคาข้าวสูงก็ไม่เป็นไร ไม่กระทบเรื่องที่ต้องซื้อข้าวสาัร แต่กระทบในเรื่องน้ำัมัน และสิ่งอื่นๆ ที่ทำเองไ่ม่ได้
  • ปลูกพืชที่กินได้และไ่ม่ได้กิน
  • นาข้าวแปลงเป็นนาผักบุ้งเป็นบางช่วง

ผมได้เห็นโรงเรียน โคกเพชร ของ คุณครูวุฒิแล้วทำให้ดีใจมากๆ ที่เห็นแผ่นดินอีสานอยู่ได้ แม้ว่าจะเพียงบางส่วน แต่ผมเชื่อว่าที่นี่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ชาวบ้านน่าจะเรียนรู้และหาทางออกให้กับครอบครัวตัวเองได้

 

  • พอชาวบ้านเริ่มเข้าใจ เข้าถึง แนวทางพอเพียง แนวทางการทำนาอินทรีย์ ตูมไม้เศษสะกิด พืชน้ำมัน ปลูกปาล์มในนา ยางพาราในนา ราคาสูง แล้วก่อนจะได้กรีดยาง เราจะเอาใบยาง กับทางปาล์มมาผลิตอะไรก่อนได้ไหมครับ หรือปลูกข้าวในทุ่งยาง หรือทุ่งปาล์ม มีทางออกให้เกษตรกรไหมครับ
  • แนวคิดมันเลยแท้งไปหมด
  • เกษตรกร คือ ผู้เชี่ยวชาญทางเกษตรกรรม
    เค้าอยู่ในพื้นที่มานาน ย่อมรู้ดีว่าน้ำ ดิน อากาศ เป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • นักการเมียงไปมาเพียงสมัยละสองรอบแค่นั้น
    จะรู้ดีกว่าบ้านเกิดของเค้าที่ทำมาหากินทุกวันได้อย่างไร
  • ดังนั้นเกษตรกรต้องทบทวนวิถีของตัวเอง ผสมกับการอยู่แบบพอเพียงที่คิดเรื่องว่า กินอยู่อย่างไรให้สุขใจ ยิ้มแย้ม
    ยืดอายุ ให้ยาวนานบนฐานของสิ่งที่มี
  • ในหมู่บ้านก็เหมือนวงดนตรี
    แต่ละคนมีความชำนาญต่างๆ กัน
    ก็ใช้ความเกื้อกูลพึ่งพากันให้และรับอย่างสมดุลเหล่านั้นอย่างที่เคยมีมา จะอยู่ได้
  • เราอยากให้คนไทยทุกคนรวยเหมือนกันหมด แล้วจะมีใครจนหล่ะครับ
    แต่เราทำให้คนไทยมีความสุขได้เหมือนกันหมด หากทำให้คนรู้จักคำว่า พอ

 

ความสุขของชาวฟิลิปปินส์.....

  • สำหรับชาวฟิลิปปินส์แล้ว ความสุขไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่หมายถึงสังคม พวกเขาจะมีความสุขมากที่สุดเมื่ออยู่รวมกลุ่มกัน เช่น ในครอบครัว ในกลุ่มเพื่อน ในชุมชน หรือแม้แต่ในกลุ่มคนแปลกหน้า
  • เป็นเวลานับร้อยปีที่ฟิลิปปินส์มีรัฐบาลที่ไม่ดี ซึ่งสอนให้ประชาชนไม่คาดหวังอะไรมากจากสถาบันนี้ เพราะรู้ว่าผู้นำคอรัปชั่น และในประเทศก็ไม่มีความเท่าเทียมกัน มีคนจำนวนมากไม่ได้รับยุติธรรม แต่ประชาชนก็ไม่เอาเรื่องเหล่านี้มาขัดขวางความสุขของพวกเขา ชาวฟิลิปปินส์ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นคนที่พร้อมจะรื่นเริงเสมอ
  • นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ยังมีลักษณะพิเศษอีก 2 อย่างคือ การฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพในตนเอง ดังนั้น แทนที่จะรอให้รัฐบาลมาช่วย พวกเขาจะช่วยกันเองมากกว่าในสหรัฐอเมริกา ชาวฟิลิปปินส์ถือเป็นกลุ่มผู้อพยพจำนวนเกือบมากที่สุดที่ไม่เคยขอรับสวัสดิการสังคมจากภาครัฐเลย
  • ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังค้นหาความสุขกันอยู่ แต่ชาวฟิลิปปินส์กลับคิดว่าความสุขไม่ใช่เป้าหมาย แต่มันเป็นเครื่องมือทำให้พวกเขามีชีวิตรอดอยู่ได้ต่างหาก

แล้วความสุขของชาวไทยล่ะครับ อยู่ที่ใด???.....

สวัสดีครับพี่น้องชาวนาและคนกินข้าวทุกท่าน

    วันก่อนผมบอกว่า ราคาข้าว กระสอบเดียวกัน ที่ราคา 30 euro นั้นวันนี้ ได้เพิ่มราคาเป็น 35 ยูโรเรียบร้อยแล้วนะครับ

นั่นคือ

  • 20 กิโลกรัม ราคา 35 ยูโร (คูณ ห้าสิบบาท) ก.ก. ละ 1.75 ยูโร คือ 87.5 บาทเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
  • ยังมีบางยี่ห้องคือ บางซื่อเม้ง ราคาประมาณ กิโลกรัม ละ 100 บาท
  • สำหรับผมวันนี้ ไปซื้อข้าวหักแทนครับ ข้าวหักราคาประมาณ กก. ละ 50 บาทครับ
  • กินข้าวหักแล้วกันนะครับ เพราะยังไงก็ช่วยกระเพาะอาหารย่อยไปจากภายนอก จะได้ไม่ทำงานหนักมากด้วยครับ ผลลัพธ์ภายในท้องเหมือนๆ กันครับ
  • เห็นสัจธรรมกันเลยล่ะครับ  ชาวนาไทยก็ขอให้เป็นเจ้าของนา เจ้าของข้าวกันจริงๆ นะครับ ขอให้ได้ราคากันเป็นกอบเป็นกำครับ ส่วนพ่อค้าคนกลาง ก็ กำไรเป็นกอบเป็นกำเช่นกันนะครับ

ขอให้มีความสุขกันนะครับ แต่ละประเทศเริ่มกังวลเรื่องข้าวกันหนักครับ การขึ้นของข้าวและน้ำมันครั้งนี้ คงทำให้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไปครับ ส่วนจะไปในทางไหนก็อยู่ที่นิ้วของคนทั้งยี่สิบและหนึ่งก้านสมอง และสี่ห้องใจนะครับ

ด้วยมิตรภาพครับ

สวัสดีครัีบทุกท่าน

    ดูเมฆบนฟ้าผ่านดาวเทียมแล้ว เหมือนว่าฝนจะช่วยให้เกษตรกร ชาวนามีน้ำกันทั่วประเทศนะครัีบ เก็บกักบริหารน้ำกันให้เพียงพอนะครับพี่น้อง อย่างน้อย ก็เอาไว้กินเองลดการซื้อข้าวในช่วงข้าวแพงนะครัีบ

ขอให้ทุกท่านโชคดีและได้ผลผลิตดีนะครัีบ