สวัสดีวันสงกรานต์ครับนายเม้ง

รดน้ำหนึ่งจอกก่อน

บันทึกนี้ถ่ายทอดได้ยอดเยี่ยม ยกนิ้วให้ ชอบที่เปรียบเทียบการใส่ปุ๋ยเคมีเหมือนกับการให้สารอาหารทางหลอดเลือด เราเองก็ใช้บ่อยๆเวลาไปบรรยายแล้วเกษตรกรถามว่า พ่นปุ๋ยน้ำหมักทางใบกับรดผ่านดินต่างกันอย่างไร

บางครั้งผมก็ใช้หลักการปรุงอาหาร มาสอนเกษตรกรทำปุ๋ยหมัก โดยเริ่มที่ เราเปรียบเศษพืช ขยะ ขี้วัว เป็นข้าวดิบ ต้องใช้แม่ธรณี(เชื้อดิน) เป็นตัวหุงต้มให้ข้าวสุกเสียก่อน เราจึงสามารถกินข้าวได้ พืชจึงสามารถดูดกินสารอาหารนั้นได้

เอาน่า อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามีคนคิดเหมือนเรา

กำลังคิด ขัดแย้งกับบรรดานักวิชาการข้าวทั้งหลายที่พากันปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่ออกมาเรื่อยๆ แล้วลืมมองรอบด้านไปว่าพันธ์ใหม่นั้นนอกจากข้อดีเรื่องผลผลิตแล้ว เขาอ่อนแอต่อโรคแมลงมากน้อยเพียงไหน เสพปุ๋ยเคมีมากเท่าไหร่ บ้านเราเดี๋ยวนี้ไปไหนก็ปลูกแต่ กข. เวลาสุกพร้อมกัน แย่งแรงงานกันไปเกี่ยวหัวแทบชนกัน ที่ลาวก็เหมือนกัน ที่เขมรก็ยิ่งแล้วใหญ่ข้าวฟางลอยแทบสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

ช่วยคิดต่อที คิดคนเดียววนอยู่ในอ่าง วนอยู่ในสามประเทศนี่แล้ว

บ่นจบแล้ว ไปก่อนครับ