เคยเป็นนางฟ้าทำหน้าที่โปรยดอกไม้สวรรค์

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงสมัยประถม    เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ

           เช้าวันหนึ่งคงมีความรู้สึกว่าไม่อยากไปโรงเรียนเนื่องจากสายแล้วละเดี่ยวเข้าแถวไม่ทันอายเพื่อนเค้า   แต่ก็ยังแต่งตัวไปโรงเรียน(ด้วยความขี้เกียจ)  แล้วก็เดินไปโรงเรียน  เดิน  เดิน เดินๆชื่นชมธรรมชาติริมถนน  ข้างถนนลูกรังสีแดงแฉะน้ำต้องเดินอย่าง   ระวังเดี๋ยวร้องเท้าเปียกเปื้อนเป็นสีดำ(รองเท้าผ้าใบสีไม่ค่อยขาว)   พืชพรรณธรรมชาติชุ่มฉ่ำรับน้ำหน้าฝน  อืม..........สดชื่นอะไรเช่นนี้

ตาก็มองข้างทางแต่สมองฟุ้งซ่าน  ตอนนั้นป้าคนหนึ่งกำลังกรีดยางพาราอยู่บนควน    ข้างหน้าเป็นถนนลูกรังขึ้นแต่มืดครึ้มด้วยเงาของอย่างพารา   แล้วถ้าขึ้นไปก็จะมีหนำร้าง(บ้านร้าง)ทรงไทยน่ากลัวอยู่ขวามือของถนน    เดินมาถึงถนนซึ่งเป็นเหมือนปลักควาย   เดินไปทางไหนดีหว่า  ตรงกลางคือน้ำ ริมขวาคือโคลน  ริมซ้ายคือคันนาบวกหญ้าเขียวๆโคลนกับน้ำ    ตัดสินใจไม่ถูก  เร็วเข้าเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน   ติ๊กๆต็อกๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาแล้วริมซ้ายก็แล้วกัน   1 2 3 ก้าวที่1 ร่วงปายแล้วกลับท่าน   อะไรหว่ามันร่วง   อ๋อ  เท้าซ้ายก่อน  ตามด้วยเท้าขวา   ตามไปด้วยร่างกายที่แสนเยาว์วัย  กระเป๋าเก่าๆขาดๆ   แต็นๆๆๆๆๆๆรองเท้า(สีไม่ค่อยขาว)เต็มไปด้วยโคลน มือทั้งสองข้างมีแต่โคลน  ดูกระเป๋าสิโคลนๆๆๆๆๆๆๆๆ   หน้าตูทำไมร้อนๆหว่า   อ๋อน้ำตาไหลพ่ายแพ้ต่อโคลน

           ทำไงดีไปโรงเรียนทั้งเพื่อนทั้งครูต้องหัวเราะแน่ๆเลย   อายที่สุด   สายก็สายแล้วด้วย  น้ำที่พอจะล้างก็ไม่มี  ทำไงดีๆๆๆๆ   และแล้วสวรรค์ก็ดลใจไม่รู้ถูกหรือผิด  กลับหลังหันสมองเรียบเรียงความคิดใหม่  เดินกลับบ้านไม่สนใจสองข้างทางแล้ว  น้ำตาเป็นเพื่อนหรือเกราะที่ดีที่สุดตอนนั้น  ถึงแม้ว่าจะมีปากหอยปากปูตาแมวตาหมาสนใจเราขณะนั้น   ไม่   ชั้นไม่สนใจ   

            เฮ้อ   ถึงบ้านย่าแล้ว   โห่ยปู่ย่า  บรรดาอาๆ พ่อแม่   พร้อมหน้าเลย ทำงัยดีจะแก้ตัวว่าอย่างไรดี เอางี้แล้วกันไม่ทำรัยแล้ว

            คำพูดที่1 .......แตงไปทำหรัยมา(อะไรมา)เนื้อตัวสกปรกพันหนั่น(แบบนั้น)

            คำพูดที่2........แหล้วซรัยหมึงไม่โรงเรียนหลาว  หวันสูงแล้ว(แล้วทำไมยังไม่ไปโรงเรียนสายแล้ว

            คำพูดที่3.......แล้วร้องซรัย ครัยทำหมึงค.(แล้วร้องไห้ทำไมใครทำอะไร)

และอีกหลายคำถามตามมา     

           บัดนี้ฉันไม่พูดอะไรทั้งสิน    น้ำลายกำลังฟูมปาก ส่ายหัวอย่างเดียว   พวกญาติๆกำลังทุกข์ร้อน  เป็นอะไรของมันหว่า  ถามอะไรก็ไม่พูด  ในใจของแตงตอนนั้นคิดแต่เพียงว่าต้องไปโรงพยาบาลหาหมอ    (ม่ายด้ายคิดอะไรเล้ย)  ย่าก็พูดมาว่าถ้าไม่พูดแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอะไร

           สมองเริ่มทำงาน  ปากก็พูด    โดนยาพิษ   โดนยาพิษ (แล้วปากก็ปิดสนิทเหมือนเดิม)  

เอาละคราวนี้เริ่มเป็นเรื่องใหญ่  ร้อนเนื้อร้อนตัวกันทุกกกกกคนเลย

            เมื่อเขาถามว่าไปโดนที่ไหนมาฉันก็ไม่พูด  ส่ายหัวกับร้องไห้เท่านั้น   ฝ่ายอาผู้ชายกับปู่เห็นว่าไม่ได้การแล้วล่ะ  เขาก็จัดการไปเอามะพร้าวอ่อนเฉาะหัวมาลูกนึงผสมยาแก้พิษแล้วก็มาให้ฉันดื่ม         ตอนแรกฉันสายหัวไม่อาว  กลัวมันขมก็เลยผลักมันออกไป   แต่เขาก็คะยั้นคะยอให้ฉันดื่มเพราะถ้าโดนยาพิษจริง  พิษจะได้ออก   ฉันก็เลยจำใจกล้ำกลืนฝืนกิน  เป็นไงเป็นกัน ก็เป็นมาถึงขนาดนี้แล้ว   อย่างมากก็แค่โรงพยาบาล   1  2  3  เอ้าดื่ม อึก  อร่อยแฮะ  เอ้าดื่มต่อจนหมด.........

            ฝ่ายญาติก็นั่งมอง   โดนพิษประสาอะไร  เล็บไม่ออกม่วงเหมือนคนโดนยาพิษจริงๆ  แถมซดน้ำมะพร้าวผสมยาแก้หมดแล้วยังไม่อ้วกพิษออกมา    ตอนนั้นฉันเริ่มกลัวจริงแล้ว   ซวยแล้วตู  แต่ก็ยังไม่พูด  ร้องไห้น้ำตาไหลพ่ายแพ้ต่อโคลนอย่างเดียว

            และแล้ววิธีแก้ปัญหาแบบภูมิปัญญาชาวบ้านก็เกิดขึ้น

" พามันไปหาทวดเขาดำสิ  ไปดูสิว่าโดนอะไร"

ไปนี้ดีกว่าทวดศาลหลักเมืองดีกว่า   ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะได้พาไปโรงพยาบาลเลย.

สรุปว่าเขาพาฉันไปหาหวดศาลหลักเมือง   มีปู่ พ่อ อาผู้ชายอีก2คน   ฉันคิดในใจจะพาฉันไปหาทวดศาลหลักเมืองทำไม   ทำไมไม่พาฉันไปโรงพยาบาลเลยเล่า   โอหนอชีวิต

          ต่อจากนี้ไปฉันจะเจออะไรหนอ  ไปกานหญ่ายแล้ว.....................

ถึงจนได้ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตรัง  เอาแล้วสิ่งศักสิทธิ์เชียวนา  ทำไงดี  คิดๆๆๆๆไม่ออก   ลงจากรถปูกับพ่อเดินนำหน้า   ฉันเดินตรงกลาง   อาเดินตามหลัง    (เดินไปสู่ตะแลงแกง)   เอาละเป็นไงเป็นกัน

         ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตรังถ้ามาจากอำเภอโคกยางก็อยู่โค้งที่2 ขับรถมาจะเห็นศาลหลักเมืองตรัง   ทำความเคารพหน่อย ก็จะเห็นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตรัง

         ถ้ามาจากอำเภอเมืองก็เป็นถนนแยกออกมาจาถนนใหญ่อีกที(เมื่อก่อนยังไม่มีถนนใหญ่อย่างปัจจุบัน)

        ลักษณะศาลเป็นแบบจีนผสมไทยบ้านๆ(คน)หรือเรียกง่ายๆสถานที่ประกอบพิธีทรงเจ้านั้นเอง  ตอนนั้นบ้านฉันจะเชื่อในเรื่องแบบนี้มาก  หรือประมาณว่าไม่เชื่อก็ไมหลบหลู่ประมาณนี้

          เกริ่นมาซะนาน..........ฉันก็ไปนั่งรอคนทรงเจ้าด้านใน พร้อมๆกับปู่พ่ออา  นั่งว่าต่อไปจะเจออะไรน้า   ตอนนั้นฉันหยุดร้องไห้แล้วแต่ยังนั่งเงียบอยู่   รอดูว่าเขาจะพูดอะไร   สักพักมีคนแก่ๆผู้ชายลักษณะดีมีเมตตาเดินออกมา เขาออกมาแล้วก็ถามปู่หรือพ่อนี่แหละว่าเป็นไงมาไงกัน   หลังจากซักถามกันพอที่จะรู้เรื่อง   โดยที่ฉันนั่งทำหน้าไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนั้น

            คนทรงเดินออกมาตอนนี้แต่งกายแบบจีน คราวนี้มีผู้หญิงกับผู้ชายวัยกลางคนเดินออกมาพร้อมกับถือธงยันต์ภาษาจีนออกมาด้วย(เขาเรียกว่าอย่างนั้นมั้งจำไม่ค่อยได้)

            เขายืนอยู่บนแท่นบูชา  คนทรงเจ้าก็เริ่มพิธีกรรมจุดธูปเทียนนั่งสมาธิ  ฉันนั่งสงบนิ่งมองดูพิธีที่เขาพาเพื่อค้นหาคำตอบให้ฉัน   ควันธูปลอยยาวประมาณ1ไม้บรรทัด  คนทรงเจ้าเริ่มสั่นกึกๆๆแล้วก็สะบัดหน้าทีนึงแล้วเขาก็มองหน้าฉันแล้วยิ้ม   (ซะๆๆๆๆซวย   แล้วอีกแล้วตู)เขาไม่พูดอะไรหันถามปู่กับพ่อว่าอยากรู้เรื่องอะไรถามมา   .......ปู่กับพ่อเล่าเรื่องที่เกิดกับฉันดังข้างต้นที่ได้กล่าวมา..............

            คนทรงเจ้าฟังแล้วก็หัวเราะหึ  หึ  (วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าหัวใจหยุดเต้นลืมหายใจตามองไปที่แท่นบูชา   ความลับแตกแน่แล้ว)    "มันโดนเทวดาใบ้เดินชนเอามันก็เลยพูดไม่ได้อย่างนี้แหละ"       

           หา................อารายนะ   เทวดาเดินชน.......อุบ  อะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยู่ในใจขืนมีเสียงมีหวังตาย

            พ่อก็ถามว่าจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

            คนทรงเจ้าบอกว่าแตงมีเคราะห์หนักให้เปลี่ยนชื่อ   แต่ถ้าไม่สะดวกนักก็ให้ถือแค่15วันเนื่องจากเห็นว่าเป็นนักเรียนอยู่   เปลี่ยนจากชื่อไทยว่า   อภิญญา    เป็น   สุลาลิวรรณ   และมีชื่อจีนว่าจิ้วซิ้นเง็ก     ทำอะไรต้องระวังตัวนะเรามีเคราะห์หนักต้องถืออย่างเคร่งครัดห้ามเรียกชื่อเดิมเด็ดขาด

           ชาติก่อนแตงเคยเป็นนางฟ้าทำหน้าที่โปรยดอกไม้สวรรค์แล้วส่วนเทวดาที่มาเดินชนนั้นเป็นเนื้อคู่เราที่พูดไม่ได้เป็นเพราะแรงอฐิษฐานของเราเพราะนางฟ้าไม่ชอบเทวดาองค์นี้ที่มาเจอก็เพราะแรงกรรมที่ทำใว้   เราหมดบุญก็มาเกิดเป็นมนุษย์ส่วนเทวดาหมดบุญก็ตกสวรรค์เป็นเจ้าไม่มีศาลก็เพราะตามหานางฟ้าจนมาเจอ    วิธีแก้ไขก็คือต้องเปลี่ยนชื่อและเอาธงที่มีตัวหนังสือจีนมาโบกผ่านตัวรวม6ผืน  รดน้ำมนต์  แล้วก็ถือเคล็ดเปลี่ยนชื่อ15วันจึงจะพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปได้

          ปู่  พ่อ   อา    อึ้งๆๆ...................

          แตง.....ดับเบิ้ลอึ้งๆๆๆๆ.............

              อะไรหว่า???????????????......

           ฟังคนทรงเจ้าจบเขาก็ทำพิธีให้ตามขั้นตอน  แล้วก็โยนไม้คู่เสี่ยงทายผลคือคว่ำ2คู่หงาย1คู่ทำนายว่าพยายามรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีเคราะห์กรรมยังมีเยอะอยู่    พอทำเสร็จฉันไม่คิดอะไรโพล่งออกมาว่า  "ไปกลับบ้าน"    งงกันหมดเลยฉันพูดได้แล้ว   จากนั้นเขาก็พาฉันกลับบ้านท่ามกลางความโล่งอกและสบายใจของทุกคน    แต่ฉันยังงงไม่หาย   ฉันไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้กับใครขืนพูดตายแน่

           สิ่งที่ฉันได้จากเรื่องนี้แน่นอนว่า...ทุกคนรักและเป็นห่วงฉันจริงๆ....

            แม้จะผ่านมา10กว่าปีแล้ว.....ตอนนี้ฉันยังงงไม่หาย    และฉันก็ยังสงสัยว่าเทวดาองค์นั้นไปไหน     ใครเจอบอกฉันด้วยนะ

                                                   สวัสดีค่ะ