เพลงน้ำพริกปลาทู โดยมีศักดิ์ นาครัตน์


 

วันนี้ ผู้เขียนเกิดครึ้มอกครึ้มใจ จึงไป ต่อกลอน/ต่อกร  ในเวปไซต์ สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย  ซึ่งคุณ เวทิน ศันสนียเวทย์  (นามปากกา เศษณียวันท์ อนันตังค์/เวเทศ เศษณียวันท์) ขึ้นกระทู้กลอน เรื่อง กินผัก ไว้ ความว่า
 

ลองหยุดกิน เนื้อสัตว์ ตัดให้หมด
ทดลองอด ดูบ้าง หาทางแก้
สัตว์กินหญ้า จนเตียน ไม่เปลี่ยนแปร
คนก็แค่ กินผัก ดูสักคราว !

ผู้ตั้งกระทู้ เศษณียวันท์ อนันตังค์ :: วันที่ลงประกาศ 07-04-2008 04:30:29

 

คนแย่งควาย กินหญ้า เลิกฆ่าสัตว์
ควายย่อมกัด กินเนื้อ เบื่อฟางข้าว
คนร้องมอ  กอกระบือ  สื่อเพลงยาว
ดูกลับขาว เป็นดำ น่าขำดี

ผู้แสดงความคิดเห็น กวิน วันที่ลงประกาศ 07-04-2008 11:38:34

ผักเดี๋ยวนี้ล้วนภัยมากมายพิษ
ผลาญชีวิตทำให้กลายเป็นผี
เพราะอุดมรอบด้านสารเคมี
เมื่อก่อนดี..ปัจจุบัน...อันตราย
พบทั้งปุ๋ยทั้งยาฆ่าเร็วรวด
เขาเท พรวด รวบรัดแล้วตัดขาย
คนกินผัก จึงได้ ตาย กับ ตาย
บ้างโชคร้ายรับภาระ..เป็นมะเร็ง

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ทิดมนต์ วันที่ลงประกาศ 07-04-2008 21:26:15


ตายไปเกิด ชาติใหม่ อย่าได้ท้อ
ได้เกิดก่อ กายะ ปีมะเส็ง
ไม่ต้องทุกข์ กายใจ ให้มันเซ็ง
แต่พร้อมจะ ตะเบ็ง ต่อต้านโกง !


ผู้แสดงความคิดเห็น เวเทศ เศษณียวันท์ 08-04-2008 04:17:20

กินแต่ผักหัวเกรียนเปลี่ยนแปลงโลก
บริโภคพืชผักอยู่พรรคไหน
พลังธรรมจำบังพลังไทย
หรือฝักใฝ่ปลูกฝังพลังมาร

ผู้แสดงความคิดเห็นกวินการเมือง 08-04-2008 07:02:42


จากผักเปลี่ยนเป็นพรรคคงรักพวก
ตามสะดวกเถิดท่านเน้นหรรษา
เรื่องสิทธิอย่าขัดตามศรัทธา
ถ้าเน้นฮาม่วนซื่นย่อมครื้นเครง

ผู้แสดงความคิดเห็นทิดมนต์ 08-04-2008 21:10:15

กระทู้กินผัก
กะพรรคกินเก่ง
กะพวกนักเลง
กะเตงกินกัน !
* ขอบคุณครับที่ร่วมกินผักด้วยกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น เศษณียวันท์ อนันตังค์ 09-04-2008 04:28:45

 

จริงๆ แล้วผู้เขียน ไม่ควรที่จะทะลุกลางปล้อง โดยการ ต่อกลอนในทำนองนี้ แต่กลอนมันพาไปจริงๆ เจียว  ผู้เขียนเชื่อว่า คุณ เวทิน ศันสนียเวทย์  (นามปากกา เศษณียวันท์ อนันตังค์/เวเทศ เศษณียวันท์) มีเจตนาที่ดี เกี่ยวกับแนวคิด ว่าด้วยเรื่อง มังสาวิรัติ  ทั้งยังแต่งกลอนในเชิง ชักชวน ให้ผู้คนหันมาถือศีล กินเจ

พูดถึงเรื่องการกินเจ เรากำลังหลงทาง เรื่องการกินเจ กันอยู่หรือไม่ เทศกาลกินเจที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาส ได้ไปนั่งกินอาหารเจ กะคุณหมอ ท่านหนึ่ง ณ ร้านขายอาหารเจแห่งหนึ่ง สังเกตสังกาอาหารเจที่สั่งมารับประทานแล้วพบว่า อาหารเจสมัยนี้พยายามที่จะ ทำรูปและรสให้คล้ายคลึงกับ อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ เช่นผัดกระเพาเจ เป็นต้น


ผู้เขียนมานั่งๆ คิดในใจ ว่าเดี่ยวนี้ คนเราหลอกคนอื่นยังไม่พอ ยังหลอกตัวเองกันแล้วหรือนี่ ?หลอกว่าเรากำลังกินเจ   แต่ก็พยายามสรรสร้าง รูปและรส แห่งอาหาร สวนทางกับคำว่าเจ


 
โป๊ยกวนแจไก่  แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ ซึ่งก็คือ การถือศีลแปด ในพุทธศาสนา ในทางอักษรศาสตร์จีน อักษรตัว “แจ” แปลว่าบริบูรณ์ , เรียบร้อย คำว่า แจ/เจ  จึงมีความหมายว่า การรักษาความบริสุทธิ์ (ทั้งกายและใจ) ถ้าปากเรากินผักแต่ใจเรายังกระสันกินเนื้อ ก็คงไม่ถือว่าเป็นการ กินเจ ที่สมบูรณ์

การกินเจที่สมบูรณ์ ควรพิจารณาหลักธรรมหัวข้อ อาหาเรปฏิกูลสัญญา

อาหาเรปฏิกูลสัญญา เป็นหนึ่งใน กรรมฐาน 40 วิธี แบ่งออกเป็น กสิณ  10 อสุภะ 10 อนุสสติ 10 พรหมวิหาร 4 อาหาเรปฏิกูลสัญญา 1 จตุธาตุววัตถาน 1 อรูป 1

อาหาเรปฏิกูลสัญญา แปลว่า การพิจารณาอาหารว่าเป็นสิ่งปฏิกูล โดยหมั่นพิจารณาว่า ร่างกายของเรานั้นต้องการอาหารเพื่อดำรงอัตภาพ เราจึงควรเว้นจากอาหารที่เป็นโทษทางร่างกายทุกชนิด อาหารจานละหนึ่งบาท หรืออาหารจานละหนึ่งแสนบาท กินแล้วก็กลับมาหิวใหม่เหมือนกัน

การพิจารณาในอาหารให้เห็นความเป็นปฏิกูล เป็นของไม่สวยงาม ไม่สะอาด เป็นของโสโครก เพื่อลดละตัณหา,ความติดเพลินหรือความหลงไหลในรสชาดอาหาร ให้เป็นเพียงสิ่งเพื่อยังอัตภาพ  ไม่เป็นไปเพื่อความมัวเมาในรสชาด พึงพิจารณาเนืองๆ  ว่า เมื่ออาหารเข้าไปอยู่ในท้องแล้วก็ผสมปนเป เป็นปฏิกูลด้วยบดเคี้ยวคลุกเคล้าด้วยน้ำย่อยน้ำดี เป็นดังดั่งสุสานใหญ่ที่ย่อมมีการฝังเติมเต็มไปด้วยซากพืช ซากอสุภะของสัตว์นานา ที่ย่อมเริ่มเน่าเปื่อยผุพัง เมื่อสำรอกออกมาย่อมยืนยันว่าทั้งไม่น่าดู ไม่น่าดม  แล้วก็ยังเก็บหมักหมมไว้ในกาย ซึ่งหมักหมมเน่าเหม็นยิ่งๆ ขึ้นไป รอการขับถ่าย อาหารที่ว่าสวยที่ว่าอร่อย อันเป็นมายาเกิดแต่ฆนะหรือมวลรวมของเหตุที่มาเป็นปัจจัยปรุงแต่งกันขึ้น เมื่อทานเข้าไปแล้วก็ย่อมแปรปรวน,ดับไป แปรสภาพหรือคืนสู่สภาวะเดิม ไม่สวยไม่หอมอีกต่อไป ประกอบด้วยความใกล้เคียงสภาวะเดิมแท้ ที่มีแต่ความเป็นปฏิกูล ไม่งาม เน่าเหม็นเป็นธรรมดา อันย่อมเห็นและผัสสะได้จากสิ่งที่ขับถ่ายออกมา (1)

เมื่อเราพิจารณา ถึง อาหาเรปฏิกูลสัญญา  ย่อมจะทำให้  ความสุขจอมปลอม ความฟุ้งเฟ้อ ที่เกิดจากการกินอาหาร (Enjoy eating) ลดลงไป และเมื่อพิจารณาด้วย โยนิโสมนสิการ ก็ย่อมที่จะทราบซึ้งถึงคุณค่าแห่งอาหารว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลให้ร่างกายของเรา บังเกิดมีพละกำลัง ประกอบกรรมดี ในกาลต่อๆ ไป เมื่อท้องอิ่มอย่างมีสติย่อมที่จะไม่  เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ (2) 

ฉะนั้นไม่ว่าเราจะกินเนื้อ  หรือผัก  หากเรายังหลงมัวเมาใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส  แห่งอาหาร เราย่อมต้องตกเป็นเหยื่อของกิเลส การกินอาหารโดยการขาดการพิจารณาไตร่ตรอง จึงถือว่าเป็นการกินสักแต่ว่ากินด้วยประการฉะนี้


 
อ้างอิง

(1) nkgen, "อาหาเรปฏิกูลสัญญา" [http://www.nkgen.com/210.htm]. 8 June 2008.

(2) เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ....เป็นสำนวนภาษาจีนแต้จิ๋ว เจี๊ยะป้า แปลว่า กินอิ่มแล้ว บ่อสื่อ แปลว่า ไม่มีอะไร รวมๆ แล้วแปลว่า ทำอะไรไร้สาระ