ให้เขาได้เรียนรู้และสัมผัสกับวิถีอันเป็น “รากชีวิต” ของต้นตระกูลของเขาเอง

ทันทีที่ปิดเทอม  ..ผมไม่ลังเลที่จะนำพาลูกชายแสนซนทั้งสองกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกขอบชนบท 

หลายท่านให้คำแนะนำว่าน่าจะให้ลูก ๆ  ได้เรียนพิเศษ   หรือไม่ก็ให้เรียนดนตรี หรือศิลปะ  ซึ่งก็น่าจะดีกว่าปล่อยให้ไปใช้ชีวิตอยู่ชนบทกับปู่ย่า ...

 

 

ผมน้อมรับคำแนะนำเหล่านั้นด้วยใจ,  แต่ก็ยังยืนยันในเจตนารมณ์ว่า ยังไม่รีบร้อน  ที่จะเคี่ยวเข็ญหรือเตรียมความพร้อมในด้านการเล่าเรียนให้กับพวกเขา  เพราะอยากให้พวกเขาได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบชนบท ๆ  ที่ห้อมล้อมด้วยเครือญาติแบบอีสาน ๆ และมีอาณาจักรอันกว้างใหญ่จากทุ่งนาและสายน้ำจากลำเขื่อนเป็นห้องเรียนชีวิตและเป็นพี่เลี้ยงให้เขาได้สัมผัสเรียนรู้..  ตื่นเช้าได้ตักบาตรไปวัด  สายมาได้ขุดดินปีนต้นไม้  ได้ฟังนิทานจากคนหลากวัย   พอตกค่ำก็ได้อาบน้ำเย็น ๆ  ที่ปราศจากเครื่องทำน้ำอุ่น  ได้นั่งล้อมวงกินข้าวเหนียวกับพี่ ๆ น้อง ๆ ... ฯลฯ

และผมก็ทึกทักเองว่า  นั่นคือการพาลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอกดี ๆ นั่นเอง

 

 

นั่นคือเจตนารมณ์ที่ผมพึงปรารถนาให้ลูกได้สัมผัส  และยืนยันว่านั่นไม่ใช่การผลักภาระเจ้าตัวซนไปให้พ่อกับแม่รับผิดชอบแทนตัวเอง  แต่ผมและเพื่อนชีวิตก็ทำความเข้าใจร่วมกับนักเลงลูกทุ่งทั้งสองอย่างชัดเจน  ซึ่งเขาก็ดูประหนึ่งจะมีความสุขกับการได้ไป (เรียนพิเศษ) ใช้ชีวิตในบริบทเช่นนั้นอยู่มากอย่างเห็นได้ชัด

 

 

เย็นวันแรกที่ทั้งสองกลับเข้าสู่ชายคาบ้านของปู่และย่า ..  พวกเขารบเร้าให้ผมและเพื่อนชีวิตพาไปเล่นน้ำที่เขื่อนท้ายหมู่บ้าน  พวกเขารบเร้าว่าอยากว่ายน้ำ,  อยากงมหอย,  อยากจับปลา, อยากนั่งเรือ, อยากไปดูสถานที่ที่ผมเคยเลี้ยงวัวและจับปลาในสมัยที่ยังเป็นเด็ก  ฯลฯ

 

 

รถจักรยนต์คันเดียวแต่อัดแน่นด้วยคนถึงสี่ชีวิตตะลอนลงสู่สายน้ำท้ายหมู่บ้านอย่างมีความสุข  ลูก ๆ  พาตัวเองลงเล่นน้ำอย่างตื่นเต้น  มีการแข่งกันงมหอย,  น้องดินก็พยายามสาธิตการว่ายน้ำให้เจ้าจุกได้ดูเป็นบุญตา   ส่วนเจ้าจุกก็ไม่วายงมหอยมาอวดพี่ชายอยู่เป็นระยะ ๆ  ... มิหนำซ้ำยังแกล้งอำพี่ชายว่าให้ระวังจระเข้งับขาไปโน่น  รวมถึงขู่ให้ระวังว่า เดี๋ยวกะถึกปิงดูดเลือด..

แต่ในที่สุดก็เจ้าจุกเองนั่นแหละที่พลาดไปเหยียบเปลือกหอยจนได้เลือด  แต่เจ้าตัวกลับร้องบอกพี่ชายว่า  "ปลิงไม้กัดขา.."

 

ผมค่อนข้างให้อิสระกับเขาอย่างเต็มที่  ผมอยากให้เขาเห็นความแตกต่างระหว่างน้ำในสระว่ายน้ำที่สวยใสกับน้ำอันขุ่นข้นจากลำเขื่อนอันเป็นธรรมชาติ  และอยากให้เขาเห็นว่าสายน้ำ หรือลำน้ำที่เขากำลังระเริงเล่นอยู่นี้ได้หล่อเลี้ยงผู้คนและสรรพสัตว์กี่มากน้อย  รวมถึงการได้รู้ว่า ชนบท...มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่าเมืองใหญ่ 

 

บางทีเขาอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะตอบคำถามเหล่านี้  แต่ผมก็ยังหวังว่าบรรยากาศของวันนี้    จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ตกตะกอนอยู่กับตัวเขาได้บ้าง  (ไม่มากก็น้อย)  และความมอมแมมที่จะมีขึ้นกับตัวเขาตลอดช่วงปิดเทอมนี้ก็คงพอบอกเขาได้บ้างกระมังว่า ปู่ย่าตายายและพี่ป้าน้าอา ... ใช้ชีวิตกันเช่นใดบ้าง

 

 .....

 

 

สิ่งเหล่านี้จะเรียกว่าคาดหวังก็ไม่เชิง  แต่มันคือความรักของผมที่มีต่อพวกเขา, ...  รักที่จะให้เขาได้เรียนรู้และสัมผัสกับวิถีอันเป็น รากชีวิต  ของต้นตระกูลของเขาเอง  ส่วนเขาจะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนและอย่างไร  ตรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับเขาเป็นสำคัญ

 

 

ตอนนี้เขาสองคนก็เริ่มรู้ความหมายของคำเหล่านี้บ้างแล้วว่าหมายถึงอะไรบ้าง  นั่นคือ  อีสาน, เว้าลาว,  บ้านนอก, ชนบท  ...

นี่เป็นการเรียนพิเศษที่ผมส่งลูกไปเรียนที่บ้านนอก... แต่ตอนนี้น้องดินก็ได้กลายเป็น "เณรน้อย"  อีกครั้งแล้วนะครับ