เวลาที่อ่านหนังสือสักเล่มจบลง คุณรู้สึกแบบนี้หรือไม่ มัน “เหมือนจะเข้าใจ แต่ ไม่เข้าใจ”

เวลาที่อ่านหนังสือสักเล่มจบลง  คุณรู้สึกแบบนี้หรือไม่ 

มีความสุข 

"ดีจัง"

อิ่ม

โอ้โฮ  มีอะไรไปคิดต่อเยอะเลย

โชคดีที่เจอหนังสือเล่มนี้

อยากแนะนำให้....(คนที่ฉันรัก) อ่านจัง  ว่าแล้วก็กดเบอร์เร็วจี๋ไปบอก

และเมื่อบรรทัดสุดท้ายจบลง  ฉันชอบที่จะนั่งเงียบๆ แล้วสรุปความออกมาเป็นข้อความสั้นๆ  ๒-๓ ประโยค  หรือ  

ตอบคำถามตัวเองว่า  หนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไรนะ    ก็จะได้คำตอบสัก ๒-๓ คำ   อย่างเช่นเวลาที่อ่าน เด็กเก็บว่าว จบลงหมาดๆ ก็จะมีคำโผล่ขึ้นมาว่า   มิตรภาพ  ความเจ็บปวด   ความรู้สึกผิด  การไถ่บาป 

 

แต่พอได้อ่านหนังสือ  ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น   ความรู้สึกเก่าๆ มันไม่มีน่ะ  มันเกิดอาการ  เฮ้อ  ทำไมอ่านไม่รู้เรื่อง(วะ)  ทั้งๆ ที่พอเปิดหน้าแรกมันก็เหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้อ่านชนิดไม่อยากวาง

 

โดยเฉพาะ  บทที่ ๕  พุทธกับวิทยาศาสตร์   อ่านแล้วกระหายใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง

หนังสือเหมือนจะบอกเราว่า  สิ่งที่ไอน์สไตน์พบนั้น  พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็น(แจ้ง)มาก่อนแล้ว

แต่  อ่านแล้ว  มัน  เหมือนจะเข้าใจ แต่ ไม่เข้าใจ    เพราะมันอุดมไปด้วยศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ และ ศาสนา ทำให้เกิดอาการรำคาญเล็กๆ ว่า  ทำไมถึงไม่เข้าใจ  ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ก็วางหนังสือแล้วไปหยิบเล่มอื่นมาอ่าน  แต่เล่มนี้วางไม่ลง 

กลับไปอ่านซ้ำอีกเที่ยว  ก็ยัง  เหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจ

ฉันสรุปเอาเอง ๒ ข้อว่า  

เธอไม่มีต้นทุนเรื่องทฤษฏีวิทยาศาสตร์  โดยเฉพาะทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์  ก็แหงละที่จะไม่รู้เรื่อง  เธอต้องกลับไปเอนทรานซ์ใหม่เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ เรียนให้จบแล้วค่อยมาอ่านหนังสือเล่มนี้อีกรอบ  

เธอมันมีต้นทุนน้อยในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้  เพราะฉะนั้นต้องไปเรียนพระอภิธรรมให้ถ่องแท้เสียก่อนแล้วค่อยมาอ่านเล่มนี้ใหม่

แต่ฉันทำไม่ได้ทั้งสองข้อ  

(ฉันไม่อับอายที่จะบอกว่า)  ใครก็ได้ช่วยแนะนำฉันทีว่า  ฉันควรจะทำอย่างไร.

๔ เมษายน ๒๕๕๑