กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งของจังหวัดชุมพร สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด มีเกษตรกรจากหลายจังหวัดมาทำสวนกาแฟที่จังหวัดชุมพร ทำให้มองว่าเป็นพืชหนึ่งที่สร้างสัมพันธ์ทางชาติพันธ์ได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้จากเวลาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร มีการนัดประชุมในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ พวกเราต้องพูดภาษากลาง แต่โดยปกติพวกเรามักจะพูดภาษาใต้กัน จังหวัดชุมพรมีพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้ามากที่สุดในประเทศไทย (พื้นที่ 210,000 ไร่) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2551 ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เกี่ยวกับกาแฟ อันเป็นผลเนื่องมาจากการเปิดตลาดสินค้ากาแฟภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ปี 2553 ทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์กาแฟเตรียมความพร้อมให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในการผลิต ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน สถาบันการศึกษาในจังหวัดชุมพร โรงงานแปรรูปกาแฟ กลุ่มเกษตรกรทำสวนเขาทะลุ สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟท่าแซะ กลุ่มเกษตรกรทำสวน จปร จังหวัดระนอง จัดที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร เพื่อหาแนวทางการจัดทำโครงการปรับโครงสร้างสินค้ากาแฟ แก้ปัญหาและผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรี


โดยสรุป จากการแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม
1.ผลกระทบ AFTA ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง และกลุ่มขาดเงินทุนหมุนเวียนในการสำรองวัตถุดิบเพื่อผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป
2.ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องมาจาก ดินเสื่อมโทรมจากการใช้ปุ๋ยเคมีมากติดต่อกันเป็นเวลานาน ขาดแคลนน้ำ ขาดพันธ์ดี ต้นกาแฟอายุมาก ขาดระบบการจัดการสวนกาแฟที่ดี
3.มาตรการในการปรับโครงสร้าง
3.1ปรับปรุงสวนกาแฟเสื่อมโทรม โดยการตัดทำสาว,และเปลี่ยนยอดพันธ์ดี และปรับเปลี่ยนสวนเก่าโดยใช้กาแฟพันธ์ดี กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานสนับสนุน (ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร)
3.2 พัฒนาและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวิเคราะห์ดินและแก้ปัญหา การจัดทำฝายขนาดเล็ก กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานสนับสนุน (สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดชุมพร)
3.3 พัฒนาการผลิตของเกษตรกรให้ได้มาตรฐาน GAP โดยถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิตกาแฟให้ได้มาตรฐาน GAP การตรวจรับรองสวน การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานสนับสนุน (สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร)
3.4 วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานสนับสนุน
3.5 สร้างเสถียรภาพด้านราคา การทำ Contract farming ระหว่างกลุ่มกับสมาชิก เนื่องจากขณะนี้กลุ่มเกษตรกรทำสวนเขาทะลุมีโรงงาน Sprayedry กำลังการผลิต 20 กิโลกรัมกาแฟผงต่อ 1 ชั่วโมง รวมถึงการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์
3.6 ปรับฐานการบริหารจัดการ โดยการพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้เข้มแข็ง โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานสนับสนุน (สหกรณ์จังหวัดชุมพร)
จากมาตรการดังกล่าว หากได้รับการสนับสนุน กลุ่มคาดหวังว่า
1. ผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น 20 %
2. ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (กก) ลดลง 10 %
ทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ โดยกลุ่มจะดำเนินการจัดทำโครงการเสนอขอสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป
หมูแนนเพิ่งไปปฏิบ้ติการดำเนินงาน GAP มาเหมือนกันค่ะ ที่ สนง.เกษตรแม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน ดำเนินการไปแล้วแต่คำสั่งเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาทีหลัง เลยต้องอดทำต่อ
หวัดดีครับ อาจารย์ สงค์