เช้านี้  รูปไม่หล่อ..ออกเดินไปทักทายเพื่อนร่วมโลก เดินไปมองไป เบื้องสูง เบื้องต่ำ ข้างซ้าย ข้างขวา ในลักษณะวิชามองศาสตร์ ใช้สายตา-ผสมความคิด-บวกความรู้สึก-ผนึกออกมาเป็นข้อมูลใหม่ ต่อยอดกับความรู้เดิม การเดินเพื่อเรียนรู้ต้องอาศัยการสังเกต  และควรจะมีพื้นฐานหรือการบ้านที่เป็นทุนเดิมอยู่บ้างพอประมาณ จึงควรก้าวช้าๆ ส่ายตาสอดส่ายไปรอบๆองศา

แต่การมองมีหลายชั้นหลายขั้นตอน ต้องอาศัยท่านผู้รู้เป็นผู้กำหนดลัษณะร่ายเรียงออกมาให้เรา ถ้าเป็นสมัยก่อนจะ..

ตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน ..

คนเราใช้สายตาสร้างประโยชน์ และหาความรู้ได้ไม่จำกัด

ปัญหาอยู่ที่ว่า

เราจะใช้สายตามองอะไร?

เราจะใช้สติคิดอะไร?

เราจะใช้ปัญญาไขว้คว้าอะไร?

เราจะเอาสายตา+สายใจ+สายสติ

เราจะรวมพลังการมองได้ไหม?

เอ๊ะ รึเราจะต้องเรียนวิชาเมี่ยงๆมองๆศาสตร์

ผมเดินเมื่อเช้านี้ ไปเจอรู ครับท่านผู้ชม

เป็นรูแย้ ไม่ใช่รูแย่นะครับ

แย้นี่แปลก เป็นสัตว์ที่มีชุดความรู้พิเศษ

คือสามารถขุดรูในพื้นถนนที่แข็งมากๆ บดอัดแน่นเท่าไหร่ยิ่งชอบ

แย้จึงเป็นพระเอกในด้านขุดรูอยู่อาศัย

แต่ก็นั่นแหละ แย้มีศัตรู มีจุดอ่อน มีเนื้ออร่อย !

ศัตรูจึงจ้องตาเป็นมัน

คนมีปัญญา จึงต้องหาทางล่อให้แย้ออกมา

  

เอาข้าวตอกเกี่ยวเบ็ด

เอาตะขอหวายไปล้วงรู

เอาบ่วงดักหน้าปากรู

เอาสูบจักรยานอัดลมลงรู ฯลฯ

จับแย้มาเป็นกับแกล้ม สบายๆ

เหตุผล:ที่แย้พัฒนาปัญญาได้ช้า

ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เท่าทันสถานการณ์

ทำให้วิถีชีวิตแย้ แย่ ยุ่ง ย่อยยับ

สงสัยไหมครับว่า!

ชุดความรู้ของแย้พัฒนาการมาตั้งแต่ยุคสมัยไหน?

คำที่ขอถาม

ถ้าเราเจอศัตรูที่เก่ง และเชี่ยวชาญมากกว่า

เราจะทำอย่างไร?

ถึงจะไม่เป็นแย้แดดเดียว

..แย้อุดรู ป้องกันศัตรูและน้ำฝนได้ !

..เราจะอุดรูรั่ว ได้อย่างไร?