จิ ขี่ไปให้ครูที่โรงจอดรถหน่อยนะ

        น้องจิมาแว้วววววว....สำหรับบันทึกนี้ท่านใดเครียดๆหรือร้อนๆ..ต้องเข้ามาอ่านเจ้าค่ะ...เพราะจะทำให้ท่านร้อนมากกว่าเดิม เอ๊ย หายร้อนหายเครียดได้บ้าง ไม่มากก็น้อย..มันเป็นเรื่องไร้สาระของหนูเองเจ้าค่ะ ซึ่งโตเป็นวัวเป็นควาย (แหม!ยัยจิ พูดไม่เพราะเอาเสียเลยนะ) ..ขอแก้ตัวใหม่เจ้าค่ะ  โตเป็นโคเป็นกระบือ และ ยังจะขี่รถมอไซค์ไม่เป็นอีก...

        เรื่องนี้มันมีอยู่ว่า....มีอยู่วันหนึ่งเจ้าค่ะ น้องจิจะเดินไปขึ้นชั้นเรียนในวิชาแรก เป็นวิชาสังคมศึกษา  ซึ่งต้องผ่านตึกคณิตศาสตร์ไปก่อน...คุณครูพินิจ เป็นคุณครูที่มานะสั่งสอนน้องจิ ให้น้องจิเล่นดนตรีไทยเป็น จนปัจจุบันสอบติดคณะอักษรศาสตร์ เอกสังคีตศิลป์ ได้เนี่ยแหละเจ้าค่ะ...คือ คุณครูพินิจ จอดรถเครื่อง (ขอบ้านนอกสักหน่อยนะเจ้าค่ะ รถมอไซค์ที่บ้านหนูเรียกรถเครื่องเจ้าค่ะ) 555++...แต่คนหน้าตาดี พูดอะไรก็ไม่ผิด คิคิ...

        ครูพินิจจะมีรถเครื่องส่วนตัวคันเล็กๆ เอาไว้ขับในโรงเรียน....(สงสัยขี้เกียจเดิน..อ้าวนินทาครูอีก บาปอีกเรา)..555++...คุณครูพินิจจะขับรถเก๋งมาโรงเรียนทุกวัน แล้วนำรถเก๋งไปจอดไว้ที่โรงจอดรถของโรงเรียน...ซึ่งโรงจอดรถอยู่ใกล้ๆกับตึก 5 คือ ตึกที่น้องจิจะเดินไปเรียนสังคมศึกษาอ่ะแหละเจ้าค่ะ...(ทุกท่านอ่านแล้วอย่างงนะเจ้าค่ะ...เพราะคนเขียนเริ่มงงแล้วเจ้าค่ะ) 555++....

        รถเครื่องคันเล็กของคุณครูพินิจ จอดไว้ที่หน้าตึกคณิตศาสตร์... ครูพินิจขับรถเก๋งมาเห็นน้องจิก็เรียก.." จิๆ มานี่สิ.." น้องจิเห็นครูพินิจเรียก ก็วิ่งไปหา แล้วถามว่า "มีอะไรให้รับใช้ค่ะ.."  ครูพินิจส่งลูกกุญแจรถเครื่องมาให้.. น้องจิก็รับ แล้วครูพินิจก็บอกว่า ขับตามครูไปที่โรงจอดรถที เดี๋ยวครูเอารถเก๋งไปไว้ที่โรงจอดรถแล้วจะขี่รถเครื่องกลับอาคาร 3.....(อาคาร 3 เป็นอาคารที่ครูพินิจประจำห้องเรียนอยู่ค่ะ)...น้องจิยังไม่ทันจะบอกเลยว่า " หนูขี่มอไซค์ไม่เป็น " ครูพินิจก็ปิดกระจก ขับรถเก๋งไปที่โรงจอดรถ ทิ้งให้หนูทำหน้าเอ๋อ อยู่กับมอไซค์คันเล็กของครู

         บนตึกคณิต..ก็มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นเด็กม.3 เจ้าค่ะ เขาเห็นเหตุการณ์อยู่ตลอด...เขาก็เชียร์ให้น้องจิขี่รถตามไป...น้องจิขี่ไม่เป็น ไม่เคยขี่ เกิดมาไม่เคยขี่เคยแต่นั่งซ้อนท้าย...จะให้เพื่อนขี่ให้ก็ไม่มีใคร เพราะเพื่อนๆ มันไปลุ้นน้องจิอยู่บนตึก 5 กันหมดแล้ว มันยืนดูหนูกันเป็นแถว..หนูกลายเป็นเป้าสายตา ทั้งอาคาร 4 และ อาคาร 5...ด้วยสปีริด การเป็นคนไม่อยากเสียฟอร์ม แหม!! แค่มอไซค์ ขี่ได้สบายโลด....น้องจิก็เอากุญแจเสียบแล้วบิด...แล้วก็สตาร์ดเครื่อง  เครื่องก็ติด...แต่มันติดอยู่ที่ว่า ทำไมรถมันไม่ไปสักทีนี่สิค่ะ....น้องจิก็บิด แต่มันไม่ไป....ไอ้น้องม.3 ที่คอยเชียร์หนูมันก็ตะโกนมาบอกว่า  " พี่จิ  ใส่เกียร์ก่อนดิ ไม่งั้นมันจะไปได้ไงเล่า" ...น้องจิก็เลยบอกว่า " แล้วมันใส่ตรงไหนอ่ะ"...ไอ้น้องที่น่ารักและแสนดีก็บอกว่า เหยียบตรงเท้าซ้ายไปข้างหน้าหนึ่งทีแล้วก็บิดไปเลย....น้องจิก็เลยเหยียบแล้วก็บิด  รถมันก็วิ่งไปอย่างแรง..มุ่งหน้าไปอาคาร 5..ซึ่งมีเพื่อนๆน้องจิ มันเชียร์อยู่บนอาคาร....พอหน้าอาคาร 5 มันจะมีทางโค้งเจ้าค่ะ ...ทางโค้งเพื่อไปโรงจอดรถ...น้องจิโค้งไม่ได้...รถมันแรง....เพื่อนมันตะโกนมาว่า ..."ไอ้จิ เหยียบเบรก "....ซึ่งหนูไม่รู้ว่าเบรกมันอยู่ตรงไหน เหยียบยังไง...ตอนนั้น รถมันกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ดงดอกเข็ม แล้วก็ ดงโกสน ของหน้าอาคาร 5 แล้วเจ้าค่ะ ทุกท่านคงจะคิดว่า ยังไงก็ต้องลงดงเข็มแน่ๆใช่ไหมเจ้าค่ะ

         แต่ทุกท่านคิดผิดเจ้าค่ะ...เนื่องจากน้องจิเรียนสายวิทย์-คณิต  ...เราต้องใช้วิชาฟิสิกส์ให้คุ้มค่า...วิชาฟิสิกส์มันก็มีประโยชน์ตอนนี้แหละเจ้าค่ะ...น้องจิจะต้องทำให้มีแรงเสียดทานเกิดขึ้น....น้องจิก็เลยใช้ขาลู่กับถนน..แล้วค่อยๆหักหัวรถให้โค้ง....ในที่สุด น้องจิก็โค้งไปได้...เกือบลงดงเข็มไปแล้วเจ้าค่ะ....เพื่อนๆตะโกนจนคุณครูบนตึกออกมาดู..5555++.....

         พอน้องจิโค้งได้ทีนี้ก็ทางตรง มุ่งตรงไปที่ลานจอดรถ ครูพินิจยืนมอง แล้วก็หัวเราะใหญ่เลย...พอน้องจิไปถึงครูพินิจ ครูพินิจก็ถามว่า...ขี่ไม่เป็นทำไมไม่บอก...น้องจิก็เลยตอบว่า  หนูยังไม่ทันบอกเลยอ่ะค่ะ ครูก็ไปแล้วอ่ะ..คิคิ  วันนั้นเลยเป็นวันแรกของการขี่มอไซค์ ก๊ากๆๆ

         ดีนะที่หน้าตาดี..เลยไม่ค่อยอายเท่าไหร่...คิคิ มันเกี่ยวกันไหมนี่....วันนี้น้องจิก็มีเรื่องป่วนๆที่โรงเรียนมาเล่าให้ฟังเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ...ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์มาอ่านบันทึกของหนู....หนูมิอาจทราบได้ว่ามีใครเข้ามาอ่านบ้าง ถ้าทุกท่านไม่ทิ้งรอยเอาไว้ให้หนูเห็น..แต่หนูมั่นใจได้ว่า ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน จะต้องหน้าตาดีเหมือนหนูทุกคน 555555++

        รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ -----> น้องจิ ^_^