เมื่ออาทิตย์ก่อนได้มีน้องฝ่ายแผน(ไม่แน่ใจ)ที่ทำงานอยู่ในเทศบาลตำบลห้างฉัตรโทรประสานให้เป็นวิทยากรกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลห้างฉัตร เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ทางองค์กรออมบุญวันละหนึ่งบาทบ้านดอนไชยต้องทำการบ้านที่จะนำความรู้ของกลุ่มตนเองได้ทำมาเผยแพร่
เลขาจำเป็นต้องเลยมีบทบาทอีกบทบาทคือครูจำเป็นที่ให้ความรู้สำหรับคนทำงานที่ต่างวัย คนเฒ่า, วัยกลางคน ,วัยแรกแย้ม เพราะไม่เคยสอนในระบบแบบนี้เลย ส่วนเลขาจำเป็นต้องสอนแบบเป็นตัวต่อตัวมากกว่าที่จะสอนกับคนเยอะๆ
เข้าในห้องประชุมเทศบาลห้างฉัตร ทุกคนต้อนรับเราดีมาก ทำให้เลขาจำเป็นชักทำตัวลำบากเพราะเห็นผู้เข้าร่วมต่างวัยกันจริงๆ ไม่รู้จะใช้สื่อแบบไหนสอน ช่วงที่เตรียมระบบบัญชีที่ทำด้วยมือครั้งแรกที่บ้านดอนไชยเริ่มใช้และใช้ได้ในระดับหนึ่งถ้ากลุ่มนั้นมีสมาชิกน้อย แต่ถ้ามีสมาชิกมากเหมือนกลุ่มบ้านดอนไชย และหลายกลุ่มที่เป็นเครือข่ายกันคงจะใช้ระบบนี้ไม่ได้เพราะคนทำงานคงไม่ต้องทำงานอะไรเพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะต้องเข้ามาทำงานทุกวัน จึงพัฒนาใช้ระบบโปรแกรมบริหารงานชุมชน
หลังจากเข้าทำใจ แล้วเรียบเรียงการบรรยายครั้งนี้ได้มาระดับหนึ่งเลยคิดว่าคงจะสามารถที่จะให้ความรู้กับชาวบ้านได้บ้าง ดีที่เลขาได้เอาน้องผู้ช่วยไปด้วย 2 คน และอาจารย์นวภัทร (ประธานกองทุนบ้านเหล่า) นักพัฒนาระบบโปรแกรม และน้องผู้ช่วยพัฒนาระบบที่เป็นสมาชิกในกลุ่มบ้านดอนไชยเข้าไปช่วยให้ความรู้ในครั้งนี้ด้วย
เมื่ออธิบายตามขั้นตอนที่เคยทำมาสังเกตุได้ว่าทุกคนมีความตั้งใจสูงมากในตอนเช้าที่บรรยายก่อน และตอนบ่ายเป็นภาคปฏิบัติ พยายามจะอธิบายให้เข้าใจง่ายเพราะได้ทำสัญญลักษณ์ใบสำคัญรับ จ่าย กับสมุดรายวันให้เป็นสีเดียวกัน ง่ายต่อการจำ และให้น้องผู้ช่วยที่ทำบัญชีในกลุ่มบ้านดอนไชยได้ยื่นประกบดูการทำบัญชีใกล้ตัวเลย ไม่เข้าใจให้ถามได้ตลอด เป็นการอบรมที่สนุก เพราะทุกคนได้คิดตัวเลขเอง จะเห็นภาพที่ชัดเจนและลงมือปฏิบัติตามขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า แถมการใช้ระบบโปรแกรมบริหารงานชุมชนให้ด้วยเพราะนักพัฒนาระบบไปช่วยถึง 2 คน เลยได้บรรยายเพิ่มเติม อีกประมาณ ครึ่งชั่วโมงในการใช้โปรแกรม และท่านนายกเทศมนตรี ได้เข้ามากล่าวปิดการสัมมนาในเวลา 16.00 น. ทุกคนก็เดินทางกลับบ้าน ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านอีก 1 ชั่วโมง
เลยฝากเรื่องนี้ให้ท่านนายกเทศมนตรีเป็นผู้ทำการประเมินผล และคงจะรับข่าวว่าสำเร็จในระดับไหน ถ้าเอาระบบแบบแบ่งแต่ละกองทุนที่คิดเป็นเปอร็เซนต์เหมือนเครือข่ายออมบุญวันละหนึ่งบาทไปทำคงจะไม่ทำแน่เลย เพราะตอนบ่ายที่ปฏิบัติ เป็นเวลาหนังท้องตึง หนังตาก็ย่อน อยากจะหลับบางคนเคารพกันบ้างก็มี
พอวันรุ่งขึ้น จะมีกลุ่มตำบลแม่ทะจะเข้ามาดูงานที่กลุ่มตำบลห้างฉัตรอีก ถ้าทุกกลุ่มได้ศึกษาแลกเปลี่ยนมันจะเป็นแรงกระตุ้นให้คนทำงานตื่นตัวที่อยากจะทำงานนี้ให้สำเร็จเพราะต่างพื้นที่จะมีข้อแตกต่างกัน คงจะเป็นส่วนที่ข้อเปรียบเทียบในการจัดสวัสดิการที่ต้องคำนึงถึงงบประมาณของแต่ละกลุ่มเป็นหลัก ในการบริหารจัดการ เลขาจำเป็นจึงพยายามพูดถึงการจัดสวัสดิการที่มีส่วนไหนที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่อยากเห็นกลุ่มต้องเจอเหมื่อนกลุ่มเราที่เคยจัดมาก่อนต้องมีการปรับเมื่อเจอปัญหา ทุกคนได้ตั้งใจฟังมากเมื่อพูดเรื่องนี้ จึงมีการแลกเปลี่ยนกันบ้างาจากกลุ่มบ้านดอนไชย ที่ทำงานมาได้หลายปี จึงพอจะเป็นรุ่นพี่ที่ผ่านประสบการณ์มาบ้าง เหนื่อยแต่สนุกเพราะได้ให้ความรู้กับชาวบ้านเป็นกันเองดีนะคะ
โอกาสต่อไปถ้าได้ไปเวที่ไหนอีกก็จะเข้ามาเขียนอีกนะคะ
นกน้อยทำรังอแต่พอตัว
ผมเคยไปร่วมประชุมกับเครือข่ายออมสัจจะวันละ1บาทที่เทศบาลตำบลห้างฉัตร แนวคิดของเทศบาลน่าสนใจมากคือ ให้แต่ละกลุ่มรวมตัวเป็นเครือข่าย ตอนนี้มี3เครือข่ายคือ 1)ผู้สูงอายุ 2)สุขภาพ 3)อาชีพ แต่ละเครือข่ายทำออมบุญวันละ1บาท โดยสมาชิกไม่ซ้ำซ้อนกัน(ร่วมกิจกรรมได้ แต่ฐานสมาชิกสมัครไว้ที่เดียว)ข้อมูลตอนนั้นมีสมาชิกรวมทั้งหมดประมาณ700คน
แนวทางการทำงานคือให้แต่ละข่ายเลือกผู้แทนข่ายละ15คน รวม45คน เป็นสภาของชุมชน 45คนเลือกกรรมการบริหาร15คน เพื่อเชื่อมโยงกับกลไกของภาครัฐ
คือ 1)กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมประมาณ150,000บาท 2)กองทุนหลักประกันสุขภาพชุมชน เป็นแนวคิดสภาผู้นำชุมชนและสภาองค์กรชุมชน