ผมเคยเขียนเรื่อง “การยอมรับ” ที่ใช้ “ฝึกฝนเตือนตน” มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกใน อะไรเอ่ยพูดง่ายแต่ทำยาก? และครั้งที่สองใน ยอมรับแล้วกลับมาดูที่ใจ
หลังจากที่สังเกตมาระยะหนึ่งพบว่า . . . ถ้าเป็นเรื่อง (เหตุการณ์) ที่เกี่ยวข้องกับคนที่ค่อนข้าง “ไกลตัว” เช่น กำลังขับรถอยู่ดีๆ มีคนขับตัดหน้า หรือเข้ามาแทรกแถว ก็สามารถ “ยอมรับ แล้วกลับมาดูที่ใจ” ได้พอสมควร
แต่ครั้นเมื่อเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ "ใกล้ๆ ตัว” เช่น ลูกหรือภรรยา เป็นต้นว่าเมื่อเห็นเขาทำอะไรบางอย่าง เช่น ปิดก๊อกน้ำไม่สนิท แทนที่ผมจะ “ยอมรับแล้วกลับมาดูที่ใจ” ก็อดไม่ได้ ที่จะ “ต่อว่า” พูดจา “สอนสั่ง” จนฝ่ายที่รับฟัง เริ่มฟังไม่ไหว . . .
เรื่องนี้ทำให้ผมเห็นอะไรบางอย่าง คือเห็นว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย สำหรับคู่กรณีที่เป็นคนที่ใกล้ต้ว” ถ้าคนเราสามารถฝึกฝนจนทำกับคนที่ใกล้ต้วได้เหมือนกับคนที่ไกลตัว นี่คือ “เป้าหมาย” ที่เป็น “ความท้าทาย” ที่แท้จริง
เห็นด้วยกับอาจารย์อย่างยิ่งเลยคะ มันช่างเป็นเรื่องที่ท้าทายมาตลอดนับแต่มีคนไกลตัว
แล้วก็เจอบ่อยมากคนไข้ส่วนใหญ่ผู้ช..บางคนนะคะไม่ไช่ทุกคน กับคนอื่นนี่ดี๊ดีแต่พอกับคนใกล้ตัวแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนๆเดียวกัน น่าเห็นใจคนดูแลมากเลยคะไหนจะเหนื่อย ไหนจะเครียด ไหนจะมาโดนคนที่รักว่ากล่าวโดยไม่เห็นอกเห็นใจ ไม่เกรงใจ แสดงอารมณ์ใส่ พูดไปพูดมาไม่รู้เรื่องเดียวกันหรือเปล่า
โดนใจเป๊ะเลยค่ะ เหตุการณ์เดียวกับอาจารย์เลยค่ะ
คือ คุณแม่ชอบลืมปิดน้ำ หรือเปิดไฟ ทิ้งไว้
เมื่อก่อนเราก็พูด(บ่น) แต่พูดเยอะเข้าก็รูสึกบาป
เลยลองฝึกวิธี "เงียบ แล้วเดินไปทำตามหลัง"
แม่เห็นเราทำบ่อยๆ คงเกรงใจ แม่ก็ลืมน้อยลงค่ะ
ตอนนี้ก็ฝึก "พูดกับคนอื่นให้น้อยลง แล้วพูดกับตัวเองมากขึ้น" หน่ะค่ะ
ไม่แน่ใจว่ามาถูกทางรึเปล่า
เยี่ยมมากครับ . . . ตัวอย่างของทั้งสองท่านสอนผมได้มากเลยครับ
สวัสดีครับอ.ประพนธ์
บันทึกของอาจารย์ช่วงนี้ อาจารย์เฝ้าดูจิตอย่างเข้มข้น อ่านแล้วก็เป็นการกระตุ้นเตือนตัวผมไปด้วยครับ
ในแง่นพลักษณ์ คนลักษณ์๑เข้มงวดกับตัวเอง(มีคนเเซวลักษณ์๑ ว่าศัตรูของคนลักษณ์๑ คือการปรับปรุงพัฒนา)การเข้มงวดนี้ขยายวงออกไปกับคนใกล้ตัว เคี่ยวกรำด้วยความรัก บ่น จู้จี้ก็ด้วยความรัก(ซึ่งบ่อยครั้งคนรอบข้างก็จะน้อยใจเพราะไม่ได้รับรู้ถึงความรักที่มอบให้)
ผมว่าเห็นแล้วก็วาง เกิดอีกก็เห็นอีกวางอีกครับ
สวัสดีครับ
ผมเขียนเรื่องคนใกล้ตัว -ไกลตัว ไว้หน่อยหนึ่งด้วยครับ .. ที่นี่
สวัสดีค่ะ...อาจารย์...
...................................
นำมาแลกเปลี่ยนค่ะ...
กะปุ๋มใช้วิธี "ฟังเสียงข้างในมากขึ้นกว่าเปล่งเสียงข้างนอกออกมาค่ะ"...
แล้วเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีนั้นก็จะฝ่อลง...
จากที่ตำหนิคนอื่น เพราะหลงไปว่าตนประเสริฐ...
กลับมองเห็นความคิด..."ที่ไม่ดี" ของตนเองมากขึ้น
......
ขอบพระคุณค่ะ
(^____^)
กะปุ๋ม
สวัสดีครับอาจารย์
เราผู้พูดก็ย่อมคิดว่า สักวันหนึ่งเขาอาจจะเข้าใจเรานะครับ ถ้าอันไหนคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูก ที่ควร เราพูดดีๆ ...เขาก็น่าจะฟัง...บางทีอาจจะไม่ต้องพูด ใช้ภาษากาย..แทน.. ทำยากครับ ยังทำไม่ได้เหมือนกัน ฮา...
"อดไม่ได้ ที่จะ “ต่อว่า” พูดจา “สอนสั่ง” จนฝ่ายที่รับฟัง เริ่มฟังไม่ไหว " เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ ลักษณะนี้เกิดบ่อยในที่ทำงานหลายๆแห่งค่ะ จนเกิดการต่อต้าน และไม่ยอบรับกัน ไม่เป็นผลดีใดๆทั้งสิ้นและยิ่งอยู่กันนานเท่าไหร่ยิ่งกัดกร่อนจิตใจไปเรื่อยๆ
ตอนนี้ได้ไปเรียนวิชาใหม่ค่ะ คือวิชาให้เกีรติยกย่องผู้คน ใช้ได้ผลจริงๆค่ะ
ผมเองก็มักจะมองคนในที่ทำงานเป็น "คนใกล้ตัว" ก็เลยทำให้ "ยอมรับ" ได้ยาก . . . ตอนนี้พยายามมอง "ความยาก" ที่ว่านี้ ให้เป็น "ความท้าทาย"
ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สิ่งที่อาจารย์ Handy แนะไว้ คลิกได้ ที่นี่ เป็นบันทึกของอาจารย์หมอสกล สิงหะ ที่ มอ. ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
จริงๆเลยค่ะที่บางทีเราพูดดีกับคนใก้ลตัวน้อยกว่าคนไกลตัว
ต่อไปนี้ก็จะให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นลดเวลางานลงบ้าง
สวัสดีค่ะ อ.ประพนธ์
ตรงมากๆ...เลย รู้สึกผิด รู้สึกโดน..แล้วต้องยังไง..เมื่อวานก่อนที่ชายทะเล..จะไปเที่ยวได้เรื่องแทน..พึงขอโทษลูกชาย และพ่อลูกชายไป..ส่วนมากก็เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่จะเอาเรื่อง..
.เรื่องขับรถผิดเส้นทาง
...เขาขับ..ไม่รู้ทางเลยผิด
..เรารู้ทางไม่ได้ขับ..เลยผิด
เราบอกเสียเวลา
...ลูกบอกได้ประสบการณ์
..พ่อบอกได้เส้นทางใหม่..
เราโมโห..รู้สึกเสียมากกว่าได้..
ลูกนิ่ง..ได้เห็นแม่โกรธ..
พ่อเงียบ..ไม่รู้เหตุผล..
เรามานั่งนิ่งๆ...ทบทวน..ขอโทษลูก..
ลูกบอกแม่ทำดีแล้ว..
พ่อเงียบ..ไม่รู้เหตุผล..แต่พ่อโอบกอดถ่ายรูปครอบครัว...
ผ่านไป..หายกัน...แล้วจะเป็นอีกมั๊ยเนี๊ย..เลยโทษว่ามาจากวัยทองแน่ๆ555.