การอบรมเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงนี้ เราได้เรียนรู้ความจริงจากใจชาวบ้านว่าเขาคิดและทำอย่างไร เดินมาถึงจุดไหน ต้องการในสิ่งใด นับเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีเวลาสัมผัสกลไกการเรียนรู้และพัฒนาชาวบ้านในระยะนี้

เราพบว่ามีปัญหาและเงื่อนไขแตกต่างกันไปทุกหมู่บ้าน ไม่สามารถที่จะหยิบไปอ้างอิงหรือสรุปรวบยอดได้ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราต้องมองให้ออก และคิดตามสถานการณ์ให้ทัน อย่างเช่นหมู่บ้านที่กำลังอบรมอยู่นี้ กลุ่มแม่บ้านแข็งขัน แต่กลุ่มผู้นำผู้บริหารหมู่บ้านไม่มีภาวะผู้นำ แถมยังเห็นแก่ตัวเอาเปรียบลูกบ้าน ถ้าโจทย์ออกมาเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายที่เราจะต้องปรับกระบวนการเราเอง นับตั้งแต่การจัดกระบวนใหม่ ให้ชาวบ้านพูดเยอะ นั่งล้อมวง ผสานวิชาการกับวิชาเกิน เดิมตามประเด็นที่ชาวบ้านร้องขอ..

เริ่มตั้งแต่ทดสอบใจ ว่าที่มามีใจแค่ไหน ต้องการจะได้ความรู้ในเรื่องอะไร คำตอบบอกว่า สนใจเรื่องการทำนาอินทรีย์ ผมเชิญท่านเล่าฮูแสวง จอมยุทธข้าวอินทรีย์มาพบปะ คุยกันสนุกสนาม อาจารย์ถามว่ามีใครบ้างสนใจจะทำจริงๆ มียกมือ5คน

  

กลุ่มแม่บ้านสนใจเรื่องสมุนไพร เพราะมีอาชีพนำสมุนไพรไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯมานับ10ปีแล้ว เล่าว่าตอนนี้ถึงทางตัน คนซื้อเขาถามหา อย. ผมก็ไปเชิญป้าจุ๋ม แซ่เฮ มา เมื่อคืนนี้ปูเสื่อนั่งจ๊ะจ๋ากันเอง เป็นการนำวิชาการเข้าสู่ชาวบ้านแบบใจจ่อใจ ทั้ง2ฝ่ายแสดงความคิดเห็น สะท้อนความเป็นจริง พิจารณาความเป็นไปได้ ที่เรียกว่า อย.นั้นเป็นฉันใด ทางราชการมีระเบียบมีมาตรฐานมีขั้นตอนอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าชาวบ้านตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ไม่ใช่มานั่งนึกฝันเอาง่ายๆ

 

กลุ่มนี้ร้องขอเรียนนวดแผนไทย อ๋อ..ไม่ยาก จัดให้อยู่แล้ว เอาเสื่อมาปู เอ้า! ครูหมอนวดอธิบาย จับกันเป็นคู่ๆ นวด-ถาม-ทำตามไปที่ละขั้นตอน ผมนอนฟังอยู่เงียบๆ ยังนึกชมว่าเขาสอนกันเรียบง่ายดี ถ่ายทอดกันเองจากการปฏิบัติ  คงหายเมื่อยอกเมื่อยใจกันไปพอสมควร

ผมนะ ไม่ได้นวดกับเขาหรอก

ทำไมละ

เกรงว่าหัวใจจะน่วม นะสิ  อิ อิ..